ฉันเริ่มจะใจหาย…เมื่อมองฟ้าไกลลลลลล เฮ้อ!!!

5 วัน 4 คืน กับการใช้ชีวิตสองคนจนถึงตัวคนเดียว ณ จังหวัดเชียงใหม่ผ่านไปไวเหมือนโกหก ใจมันสั่นๆแทบไม่อยากจะจากกันไป… 5 วันเต็มที่ผ่านมามีอะไรมากมายมาเติมเต็มการท่องเที่ยวครั้งนี้ แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป… เป้าหมายข้างหน้ายังมี

หากแต่การจะจากลาสิ่งที่เริ่มจะคุ้นเคย เริ่มจะมีใจให้กัน… มันย่อมใจหายแทบจะไม่อยากหายใจเป็นธรรมดา!!! ไม่อยากจะอำลาอาลัยจากกันไปจริงๆ การมาพักแป็ปเดียวแล้วจากลาก็เสียดายแบบหนึ่ง แต่การได้อยู่นานๆจนเริ่มชิน เหมือนเที่ยวมาจนหนำใจพอถึงเวลาที่ต้องจากกันมันก็จะจากกันอีกความรู้สึกนึง

หกโมงเช้า…. สัมภาระต่างๆถูกเก็บเข้าที่เข้าทาง เสื้อผ้าใส่แล้วกองใหญ่ ของใช้ส่วนตัวทุกอย่างทุกจับยัดลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อย จัดวางรอรถตู้มารับประมาณ 8 โมงครึ่ง เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเดินทางต่อไป

ออกมาเดินเล่นริมถนนหน้าบ้านเสลาที่ประตูใหญ่หน้าบ้านยังปิดอยู่ เราคงตื่นเป็นคนแรกๆหละมั๊ง ไม่เห็นมีใครออกมายืนชมวิว มาเดินลากขากอยู่หน้าบ้านเหมือนเรา เค้าคงยังอยู่กันอีกหลายวันหรือมันยังเช้าตรู่เกินไปกัน ยืนมอง Guesthouse ยามเช้าๆในมุมกว้าง เก็บเกี่ยวภาพต่างๆรอบๆตัวไว้ซักอึดใจนึง หลายๆวันไม่ค่อยมีโอกาสออกมายืนแหงนหน้ามองบ้านหลังนี้แบบเต็มตานัก ส่วนใหญ่มักผ่านเข้าออกไปอย่างเดียวมากว่า จะกลับเข้าบ้านก็มืดคว่ำ เช้าก็รีบพาตัวเองออกไปตะลอนทัวร์ทั่วเมือง วันนี้ถึงเวลา check out เลยต้องมอบเวลาให้กับการเก็บภาพเหล่านี้ไว้ในความทรงจำบ้าง

เช้านี้อากาศยังหนาวๆเหมือนเดิม ผ่านมาซักกี่วันอากาศตอนเช้าไม่เคยแปลกประหลาด หมอกบาง ลมหนาว อากาศดีๆสดใสๆชื่นใจๆมาตรงเวลาตลอด เอามือเสียบจั๊กแร้ ปากจู๋ ห่อไหล่ เดินไปๆมาๆ… ด้วยชุดสบายๆยังไม่มีเสื้อกันหนาใส่คั่นกลางเช่นเคย ใบไม้ยังมีน้ำค้างตกค้างอยู่ข้างบน ลมหนาว อากาศสบายๆสดชื่นรวมตัวแกล้งมาส่งเราให้จากไปแบบอาลัยอาวรณ์มั๊งเนี่ย การได้อยู่สัมผัสสิ่งเหล่านี้ทุกๆเช้าคงมีความสุขมากมายมหาศาลจริงๆ แหมๆๆๆ อะไรมันดีไปหมด อดใจไม่ไหว พูดได้แต่ว่า เสียดาย เสียดาย เสียดาย… ไม่อยากไปเล๊ย!!

เราขอยืมจักรยานปั่นข้ามฟากไปร้าน Bake and Bite ตามที่หมายมั่นไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ขอแก้ตัวกับ Breakfast ร้านนี้อีกซักครั้ง… รีบมาแต่เช้า เพราะเรามีนัดตอน 8 โมงครึ่งและไม่รู้ว่าร้านนี้ยามเช้าคนจะแน่นหนาขนาดไหน อยากใช้เวลาที่นี่ให้นานๆ ไม่ปรารถนาการทำอะไรแบบรีบๆ…รีบเลือกรีบสั่งรีบกินรีบอิ่มรีบจ่ายรีบจากไป… ไม่อยากมาที่นี่เพื่อกินๆอยากเดียวเท่านั้น คิดว่าร้านนี้น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจ ควรมอบเวลาให้พอสมควรสำหรับการทดลองกินอาหารเช้าแบบฝรั่งดูซักครั้ง… ร้านนี้กูรูจากหนังสือ ‘ไม่รักไม่บอก’ ฉบับ 6 ครึ่ง หลายคนลงความเห็นตรงกันและแนะนำว่าไปกินแล้วจะไม่ผิดหวัง….

วันนี้ร้านเปิดจริงๆ… ยังไม่หกโมงครึ่ง ลูกค้านั่งเกือบครึ่งร้านและเป็นฝรั่งทั้งหมด มาวันที่ 2 ได้กินสมใจ เราเลือกเป็น Set เมนู ชื่อว่า Cheesy Potato Sausage&Scrambled Eggs เสิร์ฟพร้อมน้ำส้มและกาแฟ Espresso ร้อนๆ ตามคำแนะนำของหนุ่มเสิร์ฟ ร้านนี้เมนูร้อยแปดมาก ไม่สมควรใช้วิธีสุ่มจิ้มเลือกเอา เลยขอให้ชายหนุ่มที่มายืนรับออเดอร์แนะนำเมนูเด็ด สุดฮิต สุดอร่อยและเหมาะกับเราซักเมนูหนึ่ง… จริงๆไม่ว่าจะเลือกสั่งอะไรก็คงไม่ผิดหวัง อร่อยทุกอย่างแน่นอน….

เมนูของเรา หน้าตาดีมาก รสชาตสมราคา อร่อยสมชื่อตามคำบอกจริงๆ พาใครมากินไม่เสียหน้าอย่างว่า… แต่มากินเป็นคู่จะกำลังดี เพราะมันใหญ่มาก เรากินแทบไม่หมด เลือกกินไส้กรอกหมูโฮมเมดกับชีสบนมันฝรั่งจนหมดเกลี้ยงด้วยความอร่อยและเสียดายหากกินทิ้งขว้าง จำใจเหลือขนมปังฝรั่งเศสปิ้งที่ลองอยู่ข้างล่างไว้แผ่นนึง… ก็มันรับไม่ไหวจริงๆ เยอะเสียเหลือเกิน อร่อยสมราคาหละน้า ชุดนี้ 140 บาท…

มื้อเช้ากินเสียหรู เป็นอันว่ามื้อกลางหมดงบ ฮ่า!!!! จำต้องออกจากร้านเสียแล้ว เพราะใกล้ถึงเวลา….ลีมูซีนมารับไปปายต่อไป!!!

กลับมาบ้าน… โยกย้ายกระเป๋าต่างๆลงมากองหน้าบ้าน เตรียมพร้อมไม่ให้คนมารับต้องรอหรือว่าลับหลังเอาได้ จัดการเคลียร์ค่าห้องบ้านเสลา 4 คืนที่หลับนอนด้วยกันมาอย่างมีความสุข อยู่ที่นี่หลายวันจ่ายไปสองพันนิดเดียว คุ้มสุดคุ้มค่า ประทับใจตลอดเวลา ได้ใจเราไปเลย ถ้าไม่ได้ที่นี่เชียงใหม่ทริปนี้อาจไม่สวยงามและสดใสเยี่ยงนี้ พักที่คืนละห้าร้อยประหยัดเงินสมใจ สามารถควบคุมงบได้ เหตุผลง่ายๆอีกอย่างที่ทำให้เราอยู่เชียงใหม่ได้ถึง 4 คืนด้วย

คนที่มีเงินมากว่านี้ มีงบประมาณเหลือใช้ คงบอกว่าที่นี่อาจธรรมดาเกินไป ไม่มีความสะดวกสบายมอบให้… แต่บางอย่างมันเป็นความรู้สึกที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายซื้อนะ ที่พักระดับเกิน 5 ดาวทอง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เข้าพักได้เหมือนเป็นพระราชินีแคว้นต่างๆ มันก็น่าสบายและเป็นสิ่งที่เลือกได้หากมีความพร้อมและไม่มีใครปฏิเสธสิ่งเหล่านั้น แต่ความสุขใจทางใจอาจได้รับไม่เท่าที่พักหลักร้อยแห่งนี้ก็ได้นะ พัก Guesthouse ธรรมดาสามัญชนสมฐานะแต่ได้รับความทรงจำดีๆมากมายเกินตัวเหมือนกันหละ แต่คนอื่นอาจบอกว่าความสุขความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราอาจชอบคนอื่นอาจไม่สนใจ เราอาจว่าดีคนที่เรื่องมากกว่าอาจบอกรับไม่ได้ เราว่าไม่ลำบากคนอื่นอาจอยากสบายกว่านี้ เราอาจว่ามันน่าประทับใจคนอื่นอาจบอกดังๆว่าเฉยๆที่อื่นก็ลืมไม่ลงเหมือนกัน… เอาเถอะ เราชอบหละกัน!!!

จะไม่ลืมที่นี่ ถ้าหากมาเชียงใหม่อีกครั้ง จะมาพักที่นี่อีก… สัญญา!!! บอกเล่าสู่ลูกหลานเพื่อนฝูงและโลกกว้างนี้ต่อๆไปอีกนานแสนนาน เมื่อคุณดีกับเรา เราก็จะไม่ลืมก้น
ประสบการณ์ดีเลิศตลอดเวลาที่อยู่ที่เชียงใหม่ อาจมีเรื่องเล็กๆน้อยๆขัดอกเคืองใจบ้าง แต่เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา หรือสิ่งต่างๆที่ตัวค้นพบโดยเราเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหานั้น ช่วยกันก่อเกิดเป็นความสุขให้เราเกือบทุกเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรมากมายก่ายกองแบบอยู่ไม่เป็นที่หรือนั่งรับลมหนาวยามเช้านิ่งๆ ก็มีความสุขในแต่ละมุมมองของมันอันไม่สามารถหาอะไรใดๆ มาเปรียบหรือเทียบแทนได้จริงๆ ทุกๆสิ่งเหล่านั้นล้วนมีเสน่ห์น่าหลงใหล ….ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงมีคนสองคนรวมหัวร่วมทริปเดินคู่กัน จนกระทั่งวันที่เหลือเราเที่ยวท่องคนเดียวต่อไป ก็ไม่มีวันไหนที่รู้สึกเสียดายที่มาเที่ยวเชียงใหม่ ไม่เคยเสียใจ หรือเปลี่ยนใจอยากกลับบ้าน ไม่คิดจะร้องหาใครๆมาอยู่ด้วยเพิ่มเติม เพราะที่นี่มีสิ่งต่างๆมาเติมเต็มชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปได้ สามารถอยู่คนเดียวได้แบบไม่ต้องมองหาหรือตามหาอะไรใดๆอีกแล้ว

ป-า-ยแล้วนะ แล้วจะกลับมา(เชียง)ใหม่

รถตู้มารับ…ไปสมทบกับคนกลุ่มใหญ่ที่ Aya Service รถตู้ที่จะนำพาเราไปยังเป้าหมายต่อไป คือ อ.ปาย จ. แม่ฮ่องสอน ไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะไปปายหนนี้เป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตแล้วนะ ได้ไปเที่ยวเมืองเล็กระหว่างหุบทีฮิตที่สุดอีกครั้งสมใจ เป็นการไปเที่ยวปายในวันธรรมดา นอกฤดูการท่องเที่ยวอีกครั้ง

กลางปีที่แล้วก็เพิ่งมาเที่ยวที่นี่กับ Elle Singlemild และ JuJuReadaholic ไม่รู้ชอบอะไรหนักหนา…. เสน่ห์มีมากมายเป็นสิ่งที่ดึงดูดเราให้กลับมาอีก แต่เหตุผลอื่นที่ทำให้เราติดใจและหลงรักเมืองนี้มันมีหลายๆอย่างประกอบกัน คงเป็นเพราะเที่ยวที่นี่วันธรรมดาไม่ใช่ช่วงเทศกาลมาตลอดกระมัง เลยกลายเป็นสิ่งทำให้เราติดใจ อยากป-า-ยแล้วป-า-ยอีกอยู่นั้นได้มั๊ง

ครั้งนี้ก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ไม่มั่นใจนักว่าจะไปเที่ยวเลยเถิดถึงปายได้หรือเปล่า เนื่องจากความไม่แน่ใจ ความยังไม่รู้อะไรในเชียงใหม่… การวางแผนโปรแกรมได้ไม่ชัดเจนและยังไม่เห็นภาพอะไรในการใช้ชีวิตทั่วเชียงใหม่มากนัก อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้เราเผ่นกลับกรุงเทพฯว้นใดวันหนึ่งก็ได้ หรือไม่ก็งบหมด ไม่มีกำลังไปต่อเพราะทนคิดถึงคนที่กรุงเทพฯไม่ไหว อ้วก!!! หรือเราอาจะหลงใหล ChaingMai จนไม่ยอมไป PaiLand เลยก็ได้อีกนั่นแหละ ปายเลยยัง 50-50 ไว้ดูกันวันหน้า หากไม่ได้ไปต่อถึงปายเราก็ไม่เสียดายหรือเสียใจนักนะ… ป-า-ยเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว

ในที่สุด…สำรวจเชียงใหม่จนหนำใจและคิดว่าพอเพียงกับความต้องแล้ว ประ กอบ กับจองที่พักปายได้ระยะเวลาเหมาะสมและยังได้ที่พักราคายั่วใจ จึงขอแบ่งเวลามาหาความสุขเติมเต็มทริปลองเที่ยวยาวครั้งนี้ที่เมืองปายด้วย

เก้าโมงตรง… รถตู้พร้อมผู้โดยสารเต็มรถมุ่งหน้าออกจากเชียงใหม่ไปเมืองปายทันที ในรถมีคนไทยแค่ 2 คน คือ Minty กับ คนขับรถ 555 นอกนั้นฝรั่งทั้งสิ้น ขบวนนี้มีคู่ 4 เดี่ยว 3 (รวมเรา) แต่ดูที่มาเดี่ยว มีพี่เครา พี่เหม่ง นั่งอยู่ด้านหลังนั้นไม่น่าสนใจหรือชายตามองเป็นที่สุด….

ในรถตู้มีแต่ฝรั่งแบกเป้เที่ยวเหมือนกัน ดังนั้นคงไม่ใช่ภาพแปลกตาที่เห็นสาวไทยไปเที่ยวคนเดียวได้ คาดการณ์ล่วงหน้าไปถึงอ.ปายก่อนจะไปเหยียบได้เลยว่า ณ ช่วงเวลานี้ที่โน่นคงโดนฝรั่งยืดเมืองไปเรียบร้อยแน่ๆ… เราคงเที่ยวคนเดียวได้โดยไม่แปลกและไม่มีคนสนใจ!!!

การไปเที่ยวคนเดียวอย่างมีสติ รู้ตัวตลอดเวลาและไม่นำพาตัวเองไปในที่ที่สุ่มเสี่ยงว่าจะมีอันตรายนัก แค่นี้ก็เที่ยวคนเดียวไปเรื่อยๆได้อย่างสบายๆ แต่การไปเที่ยวคนเดียวควรเดินทางเมื่อร่างและใจพร้อมเท่าๆกัน จัดทริปตอนที่มีความสุข อยากจะไปเที่ยวคนเดียวบ้าง ไม่ใช่ทุกข์หนักหนาหรืออกหักรักคุดแล้วจึงอยากอยู่คนเดียวหรืออยากประชดชีวิตไปไหนๆคนเดียวให้ไกลๆ สิ่งนี้ไม่น่าสนับสนุน ให้ออกเดินทางเที่ยวคนเดียว ถ้าเรามีความคิดและ/หรือความรู้สึกเหล่านี้น้อยนิด ปานกลาง พอประมาณ หรืออย่างมากมายเมื่อไรเราอาจไม่พร้อมและไม่ปลอดภัยได้ง่ายขึ้น
แต่เมื่อเราเที่ยวเมื่อใจเกินร้อย ภาพต่างๆรอบๆตัวจะชัดเจนและมั่นคง ทำการสิ่งใดได้ด้วยสติและความคิดมาแล้วอย่างดีและรอบคอบ ทุกๆสิ่งทุกอย่างที่ตามมาก็จะเพอร์เฟ็คเป็นไปตามความคาดหมายและนำมาซึ่งความสุขทุกประการ

ทริปเที่ยวยาวๆครั้งนี้คงไม่มีเพื่อนหน้าไหนสงสัยว่า… เราอยู่ในอารมณ์ไหน อกหัก เพื่อนไม่คบแล้วหรือไง หรือมีใครมาทำให้เราอยากไปไหนคนเดียวอย่างแน่นอน… ตัวเราต่างหากที่อยากอยู่คนเดียว!!! ถ้าอกหักชีช้ำคงนอนฟังเพลงเศร้าอยู่ในห้องนอนได้อย่างเดียว

การมุ่งหน้าสู่ อ. ปายเริ่มต้นขึ้น เรานั่งหลังคนขับ เริ่มปรับตัวตามสบาย เสียบ Ipod เปิดเพลงเตรียมนอนยาวดีกว่า ไม่งั้นอาจไม่สามารถพิชิต 672 โค้งได้อย่างสบายตัวสบายใจ กลัวว่า ถ้าไม่หลับให้เรียบร้อย อาจมึนเวียนโค้งหักศอกจนเกิดอาการอ๊วกแตกอ๊วกแตนระหว่างทางได้… ล้อหมุนใหม่ๆเพิ่งเริ่มออกนอกเมือง ถนนหนทางยังเป็นพื้นราบปกติ เรานั่งมองวิวทุ่งนา ป่าไม้ หมู่บ้านเล็กๆกล่อมตัวเองไปพลางๆ ก่อนจะเคลิ้มหลับไหลไปก่อนใครเช่นเคย…

แต่ก็หลับคดเคี้ยวได้ไม่สะดวกและไม่เนิ่นนานนัก ไอ้ฝรั่งตัวยักษ์ที่นั่งติดกับเรา มันไม่มีศูนย์ถ่วงหรือเกร็งตัวไม่เป็นหรือยังงัย นอกจากก้นใหญ่ แขนใหญ่ล้ำเขตมาเก้าอี้เราตลอดเวลา ซึ่งข้อนี้เราพออภัยให้ได้ เพราะคงแก้ไขได้ยากและถือว่าเป็น welcome to Thailand แต่เรื่องที่มันทรงตัวไม่เป็นเอนมาทับเราตลอดทุกโค้งนี่ซิ เริ่มจะกริ้วพอประมาณแล้วนะ พอรถเลี้ยวไปมามันก็จะเอนกายาแทบจะทับเราตาย เจอไปหลายร้อยโค้งเราแทบจะขาดอากาศหายใจทั้งอึดอัดที่มันนั่งเบียดแล้วยังต้อนเกร็งตัวสู้กับแรงมันตอนมันเอียงโค้งตามถนนไป ถึง อ. ปาย รีบเพ่นแนบ เพราะเบื่อหน้าเจ้าคนนี้เต็มที่ นั่งบี้ติดกันมาตลอดทาง ลากกระเป๋าเดินไปรีสอร์ทที่จองไว้ กลิ่นฝรั่งคนนั้นติดตัวยังไม่กระจายหายไปจริงๆ

ทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างเดินทางเป็นยังงัยไม่แน่ใจนัก เพราะหลับตาไว้ส่วนใหญ่ กลัวจะเมารถระหว่างทาง อยู่คนเดียวไม่มีคนดูแลจึงต้องรักษาสภาพตัวเองไม่ให้ทรมานเดือดร้อนไว้ก่อน รอบตัวคงเป็นป่าเขาสูงบ้างต่ำบ้างสลับกัน ตลอดทางคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาตลอดเวลา รับรู้ได้โดยความรู้สึกและสัมผัสที่ตัวเรามันโอนเอียงซ้ายทีขวาทีอยู่ตลอด ไม่ต้องลืมตาก็รู้สภาวะรอบๆตัว ถนนหนทางคดเคี้ยวมากแค่ไหนใช้ใจรับรู้แทนตาเห็นได้สบายๆ คนที่จะเป็นผู้พิชิตโค้ง 672 โค้งสำเร็จได้นั้น ต้องเข็มแข็ง ใจสู้ และถ้ามีบุญวาสนาเป็นคนไม่เมารถ ไม่ว่ารถราจะวิ่งขึ้นเขาคดเคี้ยวหรือดิ่งลงห้วยชันๆแต่อย่างไรด้วยแล้ว… ถือเป็นคนโชคดีและน่าอิจฉามากมาย คนใจไม่แข็งส่วนใหญ่จึงเมารถเสียศูนย์กันทั้งนั้น

เคยผ่านปาย ไปปายมาหลายครั้ง… รู้ว่าระหว่างทางต้องทำอะไร ควรทำอะไรเพื่อสวัสดิภาพตลอดการเดินทาง แม้จะไม่ได้เป็นคนขี้เมา นั่งรถคดเคี้ยวมาหลายทีและหลายสถานที่ก็ไม่เคยเมาหนักจนหมดสภาพ แต่วันนี้อาการไม่ค่อยดีเพราะหลับไม่สนิทเพราะไอ้ฝรั่งคนนั้นมันเบียดตลอดทาง กลายเป็นตัวเหวี่ยงไปเหวี่ยงมากแบบรู้ตัวตลอด ขี้เกียจจะฝืนสังขาร มันนอนหลับไม่ลงแล้วแต่ยังหลับตาไม่มองทางต่อไป

ถึง Half way จุดพักครึ่งทาง… ลงจากรถด้วยสภาพร่อแร่กันทั้งคันรถ เราเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตากระตุ้นความสดชื่นกลับมาบ้าง เริ่มจะมึนเล็กน้อยแต่ยังไม่ออกอาการหนักนัก ร่างกายยังทนทานได้อยู่ ประมาณ 10.30 อากาศ ณ ตรงนี้ยังเย็นๆไม่ร้อนนัก พอมีเวลาพัก ผ่อนคลายร่างกายให้เตรียมรับมือการเดินทางที่แสนสาหัส เหลืออีกสามร้อยกว่าโค้งให้เราเผชิญต่อจากนี้

การพิชิต 672 โค้งได้กลับกลายเป็นสีสันสำหรับการเดินทางสู่เมืองปาย การทนเมารถมันทรมาน การอ๊วกแตกจนเสียเรี่ยวแรงและหมดสภาพทำให้คนหลายคนมาหนเดียวเลิก บางคนอ๊วกแล้วอ๊วกอีกก็ยังไม่เข็ด การจะไปปายมันไม่ได้ไปได้ง่ายๆนักนะ… มีอุปสรรคสำหรับวัดใจกันและกัน แต่สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆและก้าวเข้าสู่เมืองปายได้อย่างภาคภูมิแม้จะมีสภาพร่อแร่แทบขาดใจ มิสวยงามเหมือนตอนเริ่มเดินทางนัก สิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปมักกลายเป็นความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิตได้เหมือนกัน บอกโลกได้ว่า ‘เราแม่ง.. เจ๋ง โพด โว้ย’

เที่ยงเล็กน้อยมาถึงอ.ปาย โดยสวัสดิภาพแต่สภาพร่างกายค่อนข้างแย่กว่าที่คาดและที่เคย ตัวเอียงเสียศูนย์ออกอาการมึนๆกลางสมอง สติไม่สมประกอบ ร่างกายอยากได้อากาศเย็นๆและอยากพักทำตัวนิ่งๆ ไม่ได้เมารถจนอยากจะคายมื้อเช้าแสนแพง แต่แค่อ่อนแรงเพลียใจไร้สมดุลยังไงไม่รู้… รีบลากกระเป๋าไป บ้านตะวัน เกสต์เฮาส์ ที่พักที่จับจองล่วงหน้าไว้ในทันใด…

เมื่อได้เดินรับลมเย็นๆซักพัก ได้จิบ Pepsi หวานซ่าแก้วนึง… ค่อยรียกพลังและความสดชื่นกลับมาได้บ้าง หน้าตาเริ่มสดใสขึ้น อารมณ์เริ่มแช่มชื่นหายโหวงเหวง ความรู้สึกหัวหมุนมึนจางหายไปบ้าง… เริ่มรู้สึกตื่นเต้นกับการมาถึงอ.ปาอีกครั้ง ลากกระเป๋าไปตามถนนคนเดินที่ยังเงียบสงบไปเรื่อยๆ ชายตาสำรวจบรรยากาศรอบๆตัวบ้างเล็กน้อย อยากลองแวะเข้าไปสำรวจเกสต์เฮ้าส์ระหว่างทางเก็บข้อมูลเพิ่มเติมไว้บ้าง… แต่สัมภาระก็หนัก อากาศก็เริ่มร้อน ร่างกายก็ยังไม่ปกติร้อยเปอร์เซ็นต์นัก รีบจ้ำอ้าวเดินก้าวเท้าเร็วๆขึ้น มุ่งหน้าไปที่พักก่อนดีกว่า อย่างอื่นค่อยมาสำรวจ ค้นหา แวะชมเรื่อยๆเปื่อยได้ภายหลัง… โทรเข้าทีพักให้ส่งม้าเร็วมารับก็สายไม่ว่างตลอด ตนเราเป็นที่พึ่งแห่งตนแล้วกัน สู้ๆ

มาถึงที่พักด้วยความมั่นใจ สาวคนนี้ฉายเดี่ยวมาตามสัญญา ขึ้นไปสำรวจห้องพัดลมที่โทรจับจองไว้ล่วงหน้าทันที แต่ห้องพัดลมที่นี่มีแต่ห้อง 2 เตียง และ 3 เตียงเท่านั้นไปซะ.. เราฉายเดี่ยวแบกเป้มาคนเดียว ไม่ได้ต้องการห้องใหญ่ที่มีเตียงมากมาย จะให้ใครมานอนด้วยหรืองัย เป็นความเชื่อส่วนบุคคลประกอบกับความรู้ทางด้านไสยศาสตร์ที่เราไม่ค่อยชอบเรื่องหลายๆเตียงนัก จึงลงมาเจรจาต่อรองราคาห้องอื่นๆแทน… เปล่ากลัวนะ แต่เค้าว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่!!

พี่ซู ผู้จัดการคนใหม่ใจดีและเห็นใจเมื่อรับฟังเหตุผล เรามาคนเดียว จองห้องพักวันธรรมดาอีกด้วยจึงตกลงราคาห้องแอร์กันได้ที่ราคา 700 บาทต่อคืนพร้อมอาหารเช้า… โคตรดีใจและพอใจกับการต่อรองครั้งนี้มากมาย โชคดีเป็นของเรา การเที่ยววันธรรมดาที่ห้องพักไม่แน่นก็มีข้อดีเช่นนี้เอง จะไม่ให้ภาคภูมิใจได้งัย ก็พี่ซูลดราคาห้องแอร์ให้จากปกติคืนละ 1,800 บาทเชียวนะ ห้องพัดลมที่เราต่อรองราคากันทางโทรฯไว้ยังได้ราคาคืนละ 600 บาท… ปายดีมาดีตั้งแต่มาถึงจริงๆ

ประเมินผลห้องพักตลอดทริปนี้ เราทำผลงานได้ดีเกินกว่าที่คิดไว้ทุกที่ จากที่คิดจะประหยัดนอนห้องพัดลมก็ได้ แต่สุดท้ายจ่ายเพิ่มน้อยมากแต่ได้นอนตากแอร์ทุกคืน นี่แหละ คือ ประโยชน์ของการเที่ยวนอกฤดู

มาเที่ยวปายนี้ 4 ครั้ง พักที่บ้านตะวันเสีย 3 หน…. ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ ครั้งแรกเมื่อสี่ปีที่แล้ว ปุ๊กพามา และสองปีที่แล้ว แก็งค์เราจับจองที่พักกลางทุ่งกลางนาที่แสนจะกันดารและแห้งแล้งเกินความคาดหมายและรับได้ พวกเราไม่คิดและไม่สามารถจะอยู่ที่นั้นได้แน่นอน เรียกร้องเงินคืน พี่กกและน้องหญิงนำพาพวกเรามานอนที่นี่อีกครั้ง… ครั้งนี้เราเลือกพักที่นี่เอง เพราะประสบการณ์ครั้งที่ผ่านมาทำให้เรามั่นใจว่า ที่พักริมแม่น้ำปายแห่งนี้น่าจะเหมาะกับการมาเที่ยวปายคนเดียว แค่มาถึงก็ไม่ผิดหวังแล้ว เปิดตัวพบกันได้อย่างน่าประทับใจจริงๆ

วิมานของเรา อยู่ที่ตึกใหม่ ห้อง Delux R4 เป็นห้องมุมอยู่ชั้น 2 มีระเบียงหน้าห้องไว้กว้างใหญ่นั่งอ่านหนังสือ มองวิวแม่น้ำปายได้อย่างร่มรื่นอีกด้วย ห้องกว้างใหญ่น่าอยู่…. เมื่อเทียบกับราคาต่อคืนก็อดที่จะยืนยิ้มไม่ได้จริงๆ เราเลือกที่พักอยู่ในงบ ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเลิศประเสริฐศรีจริงๆ … เปิดแอร์ อาบน้ำ ขอพักกายพักใจ นอนหลับเรียกกำลังจากการเดินทางแบบคดเคี้ยวซักพัก แต่ท้องเริ่มหิว เดินออกไปกินข้าวกระเพาหมูคลุกร้านปากซอยตามคำแนะนำ… ซึ่งอร่อยและเผ็ดร้อนสุดยอด ท้องอิ่มหายเครียดกลับเข้าห้องนอนเอาแรงอีกซักพัก

วันแรกที่ปาย… เราไม่มีและยังไม่ได้คิดโปรแกรมใดๆ ที่เที่ยวยอดฮิตที่ใครมาปายต้องตะเวนไปเห็นไปถ่ายรูปนั้น เราก็เห็นกับตาจนชินชาและครั้งนี้ไม่ปรารถนาจะไปมาหาสู่กันเสียแล้ว นั่งชิลล์ๆเงียบๆหน้าห้อง เหยียดยาวอ่านหนังสือ พักผ่อนกับตัวเองแบบสงบๆห่างไกลผู้คน อยู่ง่ายๆเรื่อยๆมาเรียงๆแบบไม่ขยับขยายตัวไปไหนคนเดียวดีกว่า ตอนเย็นคงไปเดินสำรวจถนนคนเดินยามค่ำด้วยขาตัวเอง แต่อย่างอื่นยังไม่อยากจะคิด

เที่ยวปายยิ่งเนิบช้าและแคบเล็กกว่าเชียงใหม่หลายเท่าตัวนัก ปายกับเราก็คุ้นเคยกันดี… รู้จักกันมานานพอควร จะไปไหน จะเที่ยวที่ไหนอย่างไรสุดแสนจะง่ายและสบาย อยู่ได้โดยไม่ต้องใช้แผนที่ไม่ต้องมาค้นหาลองผิดลองถูกอะไรกันแล้ว ไปมาหาสู่กันหลายรอบจนคุ้นที่คุ้นทาง มีร้านประจำ ร้านอร่อยแนะนำตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งกูรูเสียแล้ว แต่มาปายครั้งนี้ก็ไม่คิดจะเที่ยวอะไรมากมายเท่าใดนัก ว่าจะมาแบบเน้นพักผ่อน ไม่ทำอะไรมากมายนักดีกว่า

หลับ นอน ดูทีวี เล่นเนท พักผ่อนเต็มที่แบบนิ่งๆอยู่ในห้องตลอดจนหกโมงเย็น… ขยับตัวออกไปจากห้องบ้าง…. ช่วงเวลาโพล้เพล้ใกล้จะมืด ปายวันนี้เงียบสงบ อากาศเย็นเล็กน้อยพอหวั่นไหวหัวใจ

วันนี้ต้องเดินเท้าจากที่พักไปประมาณ 300 เมตรไปร้านในความทรงจำชื่อ ร้าน Chalie and Lex Healthy Restaurant เป็นร้านอาหารตามสั่งเน้นคุณภาพและสุขภาพ เปิดเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารให้พวกฝรั่งด้วยนะ ร้านนี้เคยมากินเมื่อปีกลาย ทำอาหารได้อร่อยมากๆ วัตถุดิบคุณภาพดี ผักสดปลอดสารพิษทั้งสิ้น ราคาจึงแพงกว่าร้านทั่วไปเล็กน้อย… แต่รสชาตและความสดอร่อยของอาหารนั้น คุ้มค่ามากๆ มื้อเย็นนี้เรากินเมนูเดิม ผัดไทยกุ้งสด กินคำแรกไม่ผิดหวัง อร่อยไม่ผิดเพี้ยน ยกนิ้วให้ในฝีมือเช่นเคย

ลองถนนคนเดินแบบผ่านๆ แวะ 7-11 ซื้อขนม นม เป็นเสบียงเล็กน้อย สองทุ่มกว่าๆเดินกลับบ้านดีกว่า

วันธรรมดา…ปาย ช่างเงียบและสงบเสงี่ยม เหมือนกิน อยู่ เดินเล่นกับชาวบ้านคนเจ้าถิ่น ไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวมากนัก เที่ยวปายโหมดนี้ก็มีความสุข เจอปายในแบบที่คิดหวังไว้ ได้อยู่ปายอารมณ์เดียวกับอยู่เชียงใหม่ ช่างสุขีชีวีมีสุขได้ทุกอย่างที่ชอบจริงๆ

About these ads