แม้จะเรียนจบจากมานานซักกี่ปี ก็ยังพยายามหาเรื่องให้ได้วนเวียนกลับไปที่นั่นอยู่บ่อยๆๆ เมื่อวานไปอ่านหนังสือกับหลาที่ท่าพระจันทร์ ระหว่างรอ Pook เอ๋ และวรรณเดินสายไหว้พระที่วัดอรุณกับวัดระฆัง วันเสาร์ที่ท่าพระจันทร์เพราะมีเรียนปริญญาโททำให้หาที่จอดรถยากมาก ทุกถนนรอบๆสนามบอล ที่จอดรถหน้าหอประชุมใหญ่ หน้าตึกโดมล้วนมีรถจอดเต็มซ้อนคันจอดติดกันจนหาที่แทรกไม่ได้กันทีเดียว ขับรถช้าๆวนหาที่จอดรถรอบสนามบอล 3-4 รอบ ที่จอดรถใต้ดินตรงตึกเศรษฐศาสตร์ ยันด้านหน้าตึกโดมก็ยังไม่มีรูว่างให้เสียบ…จนคนขับเริ่มอ่อนใจแต่ยังไม่มีเสียงบ่น ในที่สุดเด็กบริหารเก่าก็ได้ช่องว่าง 1 ช่องที่หน้าตึกตู้ปลาของเรานั่นเอง

ไม่ได้มาท่าพระจันทร์นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้ตึกคณะพาณิชย์หรือตึกตู้ปลาได้ปรับปรุงซ่อมแซมใหม่เปลี่ยนหน้าตาดูทันสมัยเข้ากับยุค Internet ในปัจจุบัน  โดยเฉพาะใต้ตึก โต๊ะกลุ่ม ญ หญิง Beside Tank ของเราหายไป เช่นเดียวกันกับโต๊ะของกลุ่มอื่นๆที่เคยเป็นจุดรวมพลของนักศึกษาประจำกลุ่มที่เคยอยู่ใต๊ตึกแถวนั้นได้เปลี่ยนเป็นเหมือนห้องทำงานของอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ประจำ MBA หรือพวกปริญญาโทไปหมดแล้ว อันนี้เราสันนิษฐานเอาเองนะ เพราะตอนไปถึงห้องใต้ตึกพวกนั้นปิดทำการหมด เลยไม่รู้จะสอบถามจากใคร ….ไม่รู้ว่า ตอนนี้โต๊ะกลุ่มของนักศึกษาพาณิชย์ย้ายไปอยู่ที่ไหนกัน หรือยังมีกลุ่ม  ก ไก่ ถึง ญ หญิง เหมือนสมัยเราอยู่อีกหรือเปล่า???

มีสิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ ห้องน้ำหญิง ชั้น 2 ฝั่งท่าพระจันทร์ยังมี 5 ห้องเท่าเดิม นึกถึงตอนสมัยเรียนเวลาเลิกเรียนพร้อมๆๆกันแล้วต้องเข้าแถวรอเข้าห้องน้ำ กลั้นฉี่กันแทบแย่ และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยน ก็คือ “ฉันรักธรรมศาสตร์” เพราะ “ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”

บ่ายสองโมง เดินไปอ่านหนังสือที่ ลานโพธิ์ คณะศิลป์ศาสตร์ เลือกโต๊ะใต้ต้นไม้ใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลมเย็น พัดเอื่อยๆ แม้ว่าเสียงรุ่นน้องนักศึกษาเจ้าถิ่นโต๊ะรอบๆเราจะดังไม่น้อย แต่บรรยากาศร่มเย็นริมน้ำก็สามารถทำเราเคลิ้มเกือบหลับไปเหมือนกัน

ผ่านข้อสอบไปหลายข้อ เกือบ 4 โมงเย็นกลุ่ม Pook มาคอยที่หน้าท่าพระจันทร์เพื่อนั่งเรื่อข้ามฟากไปเดินเที่ยวตลาดวังหลังกัน ตอนเนี้ยค่าเรือ 3.50 บาทแล้วนะ ที่กลางแม่น้ำระหว่างเรือวิ่งไปท่าวังหลัง เราหันหลังมาด้านขวามาเจอตึกโดม มองไปซ้ายมือ คือ พระปรางค์องค์ใหญ๋ประจำวัดอรุณ เริ่มสะกิดใจให้นึกถึงบรรยากาศสมัยเรียนเมื่อหลายๆปีที่ผ่านมาอีกครั้ง ถึงตลาดวังหลัง เพื่อนๆเริ่มเดินดูของตามร้านค้าตลอดสองข้างทางเพื่อหาสิ่งของถูกใจทั้งที่คิดมาก่อนและบังเอิญเห็น ช่วงบ่ายแก่ๆแม้แดดจะร้อนแต่คนก็ไม่น้อยเช่นกัน พวกเราเดินเข้าตามตรอก เข้าร้านรองเท้า ร้านเสื้อ ดูกระเป๋า ของกระจุกกระจิก ต่างๆนานา ร้านซูชิท้ายวัง ต่อด้วยร้านส้มตำ……….. ชื่อดัง (ลืมชื่อว้า!!!)

เดินกันพักใหญ่แต่ไม่มีใครได้อะไรติดมือกันซักคน กลุ่ม Pook แยกนั่งเรือจากท่าวังหลังไปท่าช้าง เรากับหลานั่งเรือข้ามฟากกลับมาท่าพระจันทร์ เจอกับบรรยากาศยามเย็นริมน้ำอีกครั้ง เดินมาอ่านหนังสือรอพระอาทิตย์ตกที่เก้าอี้ยาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข้างหน้าห้องสมุด ด้านหน้าตึกโดม อากาศดีจัง ลมเย็นสดชื่น มีคนมาจับจองเก้าอี้ยาวรอดูพระอาทิตย์ตกก่อนแล้วหลายตัว หลายครั้งที่เราหายใจเข้าสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ที่เจือกลิ่นหอมของแม่น้ำจางๆเข้าไปเก็บไว้เต็มปอด แล้วกลั้นหายใจเก็บไว้อีก 10 วิ เพื่อให้สมองได้ใช้อ๊อกซิเจนนั้นอย่างเต็มที่แล้วค่อยหายใจคืนออกมา
                                            
เราเริ่มเล่าถึงอดีตไปพลางๆ ความประทับใจสมัยเรียน เพื่อนๆ ความรักที่มีต่อธรรมศาสตร์ กว่าจะได้เป็นเด็กธรรมศาสตร์ หลายๆความทรงจำในอดีตที่ผลัดกันถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเล่าสู่กันฟังจากเพื่อนต่างสถาบัน…จนถึง 2 ทุ่มโดยไม่รู้ตัว

เมื่อวานหยิบเสื้อเหลืองใส่ไป เพราะคิดว่าจะจบโปรแกรมวันนี้กันที่สะพานมัฆวาน แต่เพราะบางคนติดละครตอนเย็น เราเองก็ไปนั่งปล่อยใจที่ริมน้ำ  AF5 ที่ Good V10 ของเรามีสิทธิ์ออกจากบ้านไปนี้ก็เป็นได้ เลยต้องยกเลิกการไปร่วมชุนุม เอ๊ย สังเกตุการณ์รอบๆๆกลุ่มพันธมิตร์ที่สะพานมัฆวานไปก่อน… เพราะคิดว่า AF5 คงจบก่อนการชุมนุมสิ้นสุดแน่ๆๆ

Advertisements