เมื่อวันอาทิตย์ คนไทยสมหวังแล้ว จากฝีมือของสาวน้อยจอมพลังวัย 24 ปี “น้องเก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล หรือชื่อเดิม คือ จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับทัพนักกีฬาไทย ในกีฬาโอลิมปิค 2008 ครั้งที่ 29 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จากกีฬายกน้ำหนักหญิงรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 53 กก.

ตลอดตอนเย็น ข่าวทุกช่อง ทุกเวลาต่างออกแต่เรื่องนี้ ภาพน้องยกน้ำหนักแต่ละครั้ง ประวัติ สัมภาษณ์พ่อแม่ เรื่องราวต่าง ยกย่องสรรเสริญเยี่ยงวีระสตรี สมฐานะผู้ชนะ ให้เกียรติที่เสียสละมานะอดทนฝึกซ้อมจนประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและตนเอง เรื่องรางวัลอัดฉีด เงินโบนัสเยอะแยะ รอประเคนให้มากมาย ยังไม่รวมถึงงานเดินสายโชว์ตัว ให้สัม่ภาษณ์ ออกทีวี เรียกว่าโอกาสทองครั้งเดียวในชีวิตก็ว่าได้ เชื่อว่า เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยชีวิตของน้องคงเปลี่ยนจากก่อนเดินทางไปแข่งมากมาย อยากให้น้องทำตัวให้ดี ไม่หลงระเริง เก็บเงินเอารางวัลที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขยันฝึกซ้อมถ้าจะแข่งขันในโอลิมปิคครั้งต่อไป จะได้เป็นขวัญใจและได้รับการกล่าวถึงและเอาเป็นแบบอย่างสำหรับเยาวชนรุ่นหลังต่อไป

ชีวิตคนเราย่อมมีขึ้นลง ซึ่ง “น้องเก๋” เองก็หลีกหนีวัฏจักรนี้ไปไม่พ้น เมื่อในชีวิตนักกีฬาต้องเสียน้ำตาถึง 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งในครั้งนั้นยังเป็นนักกีฬาดาวรุ่งอยู่และยังลงแข่งขันในรุ่นเดียวกับ “น้องอรสู้โว้ย” อุดมพร พลศักดิ์ อีกด้วย ส่งผลให้สมาคมยกน้ำหนักเลือกน้องอร เพราะมีประสบการณ์มากกว่า จำต้องตัด ประภาวดี ออกจากทีมชุดลุยโอลิมปิกครั้งนั้นไป ส่งผลให้นักยกเหล็กรายนี้เสียศูนย์จนหอบเสื้อผ้าหนีจากค่ายซ้อมไปพักใหญ่ๆ ก่อนที่บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักจะตามตัวกลับมา พร้อมปลุกปลอบให้กลับมาร่วมแคมป์ซ้อมทีมชาติไทยอีกครั้ง

หลังจากนั้น ประภาวดี ก็กลับมาเป็นคนเดิม ตั้งใจฝึกซ้อม เพื่อโอกาสในการคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ทว่าโชคร้ายของจอมพลังรายนี้ยังไม่จบ เมื่อต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บข้อศอกหลุดระหว่างการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก 2007 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลให้ “น้องเก๋” ต้องชวดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างความหวั่นเกรงว่าอาการบาดเจ็บขนาดนั้นอาจทำให้จอมพลังรายนี้ต้องจบชีวิตนักกีฬาทีมชาติ

แม้จะไม่ได้เดินทางร่วมทีมไปโคราชเกมส์ ทว่า ระหว่างนั้น “เก๋” ประภาวดี ก็หมั่นฝึกซ้อมและเรียกความฟิตอยู่เสมอ ซึ่งนับเป็นผลดีกับสภาพร่างกาย รวมทั้งความมุ่งมั่นที่มีมาก อีกทั้งสภาพจิตใจที่เยือกเย็นขึ้น ทำให้จอมพลังสาวก้าวมาถึงวันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าเหรียญทองปักกิ่งเกมส์ พร้อมสร้างสถิติโอลิมปิกในท่าคลีนแอนด์เจิร์กขึ้นมาใหม่ที่ 126 กิโลกรัมอีกด้วย

เห็นข่าวน้องเก๋ แล้วเรายังนึกถึงนักยกน้ำหนักสาว 2 คนแรกที่พลาดเหรียญไปก่อนหน้านี้ เธอกำลังจะเงียบหายไปเพียงเพราะว่าเธอไม่ได้เหรียญใดๆเท่านั้นเอง นี่หรือ คือส่งที่สังคมตอบแทนต่อความพยายามทำดีที่สุดของเธอเหล่านั้น เรียกว่า ต้องชนะเท่านั้น ถึงจะดัง มีชื่อเสียงและรับการยกย่องจากสังคม

 

Advertisements