เรื่องมันเริ่มจาก…
เรานั่งรถจากประตูน้ำตอน 5 โมงเย็นไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS ที่สยาม
เพื่อไปที่สถานีสะพานตากสินเหมือนเดิม

พอไปถึงสะพานตากสิน ก็เดินย้อนหลังมาที่โรบินสันบางรัก
เดินข้ามถนนไปที่โรงหนังปริ๊นซ์เก่า ก็จะได้เจอกับเรื่อง “โจ๊ก” ทันที

เป็นเรื่องโจ๊กที่ไม่ต้องขำ ไม่ต้องหัวเราะกันจนท้องแข็ง แต่ท้องอิ่มแทนนะ

ก่อนจะถึงร้านโจ๊ก…
แวะซื้อ ขนมเผือกถอด กับไส้กรอกอีสานมาจากซอยติดกับโรบินสัน
ระหว่างทางเดินมาร้านโจ๊ก…
ก็เจอร้านขายลูกชิ้นหมูปิ้งอีก
ชั่งใจอยู่นาน เกือบอดใจไม่ไหวกระโดดร่วมวง ต่อคิวซื้อมากินซัก 5 ไม้แล้ว

ภายในซอยเล็กๆ ซึ่งเดิมเคยเป็นโรงหนังนั้น
เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่ตั้งร้านโจ๊ก หรือที่คนแถวนั้นจะเรียกว่า โจ๊กปริ้นซ์
มีโต๊ะเก้าอี้เรียงเป็นแถวให้ลูกค้าสามารถนั่งกินโจ๊กร้อนๆ
ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลายหลายๆ คน
และก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยยืนรออยู่หน้าร้านเพื่อซื้อโจ๊กกลับไปกินที่บ้าน

เรียกว่าแม่ค้าตักโจ๊กมือเป็นระวิงไม่วางมือกันเลย

เริ่มบรรเลงกระบวนท่าการกินกันเลยจะดีกว่า
หลาสั่งโจ๊กหมูกับกระเพาะ ไม่ใส่ไข่มาลองลิ้มเป็นชามแรก (25 บาท)
ของเราโจ๊กใส่ทุกอย่าง ยกเว้น ขิงกับผักโรย (30 บาท)
ซึ่งทุกอย่างที่ใส่มามีทั้งหมูก้อนชิ้นโต กระเพาะหมู ไส้หมู ตับ เซี้ยงจี้ และใส่ไข่มาด้วย รับรองว่ากินโจ๊กชามนี้แล้วไม่อิ่มให้มันรู้ไป

โจ๊กร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมของข้าวเตะจมูกตั้งแต่ยกมาไม่ถึงโต๊ะ
รสชาตดั้งเดิมเค้าปรุงมาดีกลมกลอ่มแล้ว เราไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย
โจ๊กชามนี้ใส่หมูก้อนชิ้นโตมากๆ เคี้ยวหมูก้อนที่ออกรสเค็มนิดๆ กลมกล่อม
เพราะทางร้านเขาหมักกับเครื่องปรุง
และไส้หมูเคี้ยวหนึบไม่ขมเพราะผ่านการล้างมาอย่างดีเช่นกัน

ส่วนเนื้อโจ๊กที่เป็นข้าวทางร้านเขาใช้ข้าวหอมมะลิมาทำเป็นโจ๊ก
ที่ผ่านการตุ๋นข้าวจนได้ที่ ได้โจ๊กที่ข้าวนุ่มไม่เหลวไม่ข้นจนเกินไป
เล่นเอาตักโจ๊กเข้าปากส่งลงกระเพาะจนหมดชาม…ไม่กลัวปากพองกันเลย

ตอนกินโจ๊ก…ได้กลิ่นของโจ๊กที่ไหม้ติดก้นหม้อด้วย
เราทัก แต่หลาบอกว่า…นี่เป็นสูตรเด็ดของร้าน
เจ้าของตั้งใจให้มีกลิ่นแบบนี้โดยเฉพาะ
***ไม่รู้อำ หรือจริง***
แต่มันทำให้ออกรสชาติแบบแปลกๆไปนิดๆนะ

เกือบลืม!!
ร้านนี้เพิ่งออกรายกาย “สะบัดช่อ” เมื่ออาทิตย์ที่แล้วด้วย
เข้าทางเพื่อนร่วมโต๊ะ…
ที่ชอบหาร้านกินตามรอยรายการ หรือตามคอลัมน์หนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ
เลยจัดโอกาสมากิน หลังจากนั่งรถผ่านมาหลายครั้งแล้ว

ถ้าให้เปรียบ “โจ๊กปริ้นซ์” กับ “โจ๊กสามย่าน”
ความอร่อย…ไม่แตกต่าง สูสี
น่าจะขึ้นอยู่ที่ตอนหิวอยู่ใกล้ที่ไหน ที่นั่นคงอร่อยกว่า

ความแตกต่างที่เห็นชัดเจน คือ
เนื้อหมูสับ ของร้านปริ้นซ์ กินแล้วจะรู้สึกถึงรสเนื้อหมู
เหมือนเคี้ยวหมูสับต้มจืดที่หมักรสชาตมาอย่างเข้มข้น
คือ หมูสับยังเป็นหมูสับนั่นเอง

หลาบอกว่า ไม่เหมือนกับโจ๊กสามย่าน
ที่หมูสับจะเป็นหมูบะช่อ ที่ผ่านเครื่องตี ให้ออกรสเหนียวหนึบๆ เหมือนเด้งได้มากกว่า…***เราเห็นด้วย****
คือ หมูสับเด้งเหนียวเกือบจะเป็นลูกชิ้นนั่นเอง

เราชอบหมูสับ…ร้านปริ๊นซ์ มากกว่า
แต่ชอบข้าวโจ๊ก…ร้านสามย่าน เพราะมันไม่มีกลิ่นไหม้ติดก้นหม้อมาด้วย

อีกเรื่อง ข้างในซอยโจ๊กปริ๊นซ์
มีรถเข็นขายขาหมู ส่งกลิ่นหอมโชย ยั่วยวนมาก
มีคนเดินเข้ามาซื้อในซอยเยอะมาก
เลยตั้งทำถาม…และพยายามสังเกตุว่า
ร้านนี้ขายประจำกันในซอยอย่างนี้หรือดึกๆค่อยเข็นออกไปขายข้างนอก
เห็นคนเดินมาเข้ามาซื้อไม่ขาดสาย
ถ้าตรงนี้เป็นแค่สถานที่เตรียมร้าน+รถก่อนออกขายข้างนอก
ก็แสดงว่าขามหูต้องอร่อยมากๆๆแน่ๆ
ถ้าไม่อิ่มโจ๊กซะก่อน คงสั่งมาเบิ้ลแล้วหละ

* * * * * * * * * * * * *
เรื่องโจ๊ก ก็จบลง เมื่อชามว่างเปล่า ท้องอิ่มแล้วนั่นเอง
* * * * * * * * * * * * *

หมดเรื่องโจ๊ก แต่เรายังขำขำอยู่
เลยเดินดูอะไรเล่นไปทางถนนสีลม
ริมถนนแถวนี้ยังมีร้านน่าตาน่าอร่อย เรียงรายกันเต็มทางเดิน
เช่น ร้านสุกี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

สงสัยว่า คราวหน้า…
นอกจากจะมาหาเรื่องโจ๊กๆ แล้ว เรายังต้องกินเส้นกันเพิ่มอีกด้วยแน่ๆๆ

Advertisements