เวลาเลยเที่ยงมานิดเดียว ตั้งใจว่าจะเดินไป KBANK ปากซอยศูนย์วิจัย
ตามระบบของมนุษย์เงินเดือนที่เมื่อถึงสิ้นดือนต้องมีธุรกรรมทางการเงินซักอย่างหรือสองอย่างกับสถานบันการเงินกันบ้าง แล้วแต่ว่าใครจะ in หรือ out

เราก็เหมือนกับคนวัยทำงานทั่วๆไป คือ เมื่อมีงานทำเป็นหลักแหล่งและมั่นคง ก็จะจัดสรรเงินเดือนซึ่งจะมากหรือน้อยของแต่ละคนมาแบ่งออกเป็นส่วนๆแล้วแต่ภาระผูกพัน,ความสามารถหรือความพอใจของแต่ละคน เราก็จัดสรรเงินเดือนออกเป็น 3 ส่วนหลักๆเช่นกัน คือ

(1) ค่าผ่อนบ้าน
!2) เงินเก็บหอมรอมริบ
(3) เงินใช้ประจำวัน ทั้งจำเป็นและเสเพลฟุ่มเฟีอย

เงินส่วนแรก ทางบริษัทรับผิดชอบหักเงินออกจากเงินเดือนจัดส่งให้กับ ธอส.โดยตรงทุกเดือนตามข้อตกลงสามฝ่ายที่ทำไว้แต่แรก หมดความกังวลเรื่องการลืมจ่าย เงินไม่พอจ่าย และไม่ต้องไปต่อแถวยาวเหยียดจ่ายเองให้เสียเวลา

วันนี้ซาลารี่วูแมนอย่างเราจึงต้องนำเงินอีกส่วนโอนออกจากบัญชีเงินเดือนแล้วเอาไปเข้าอีกบัญชีนึง โอนไปโอนมา statement จะได้เคลื่อนไหว เผื่ออนาคตหากจะขอ VISA ไปไหนๆจะได้ง่ายหน่อย เฮ้อ! 

เงินเก็บเงินออมของเราที่ปล่อยให้มันนอนจมอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ แม้ว่ามันไม่ได้เยอะมากขนาดจะเอาไปลงทุนต่อใดๆอีกเพื่อหวังผลตอบแทนที่มากกว่านี้ เช่น ซื้อหลักทรัพย์, ช้อนหุ้นหวังmargin, สะสมทองคำ, ตุนเงินดอลล่าร์ เช่นใครๆอันจะกินและมีจะเก็บทำกัน แค่เปิดสมุดเงินฝากแล้วเห็นรายการเคลื่อนไหวบ้างก็พอใจแล้ว การวางแผนทางการเงินในระดับผลตอบแทนสูงกว่านี้จะรับผิดจารณาต่อไปเมื่อพร้อมนะ

กำลังจะเดินไปแบงค์ อยู่ดีๆขาขวาดันเตะขวาซ้ายเลี้ยวเข้าร้าน Sekitei ไปโดยไม่รู้ตัว สั่งชุดหมูทอดทงคัตซึไปโดยไม่ต้องรอเมนู ไม่ถูกไม่แพง ชุดละ 120 บาท พร้อมชาร้อน(ฟรี)และผลไม้ (เฉพาะมื้อกลางวัน) ไม่ได้ลงมากินที่ร้านมานานพอควร ส่วนใหญ่ที่ได้กินน่าจะเป็นชุดเบนโตะเวลามี workshop หรือ trainning ที่เค้าจะจัดขึ้นไปเสริฟถึงที่ออฟฟิศแสนสบาย รสชาติอร่อยเหมือนเดิม แต่บางชิ้นจะอมน้ำมันเยิ้มไปนิด ต้องอาศัยทิชชูซับน้ำมันมาเก็บไว้ดีกว่าปล่อยมันจะลงไปสะสมอยู่ในท้องเราแทน

หมูชุปเกล็ดขนมปังทอดทั้งชิ้นใหญ่แล้วนำมันหั่นแล้วจัดใส่จานเสริฟพร้อมสลัดผักสด ที่ทำให้รสชาตกลมกล่อมไม่เลี่ยนเกินไป คือ น้ำจิ้มเหนียวๆออกหวานเมื่อผสมกับสิ่งหนึ่ง  ที่ลักษณะคล้ายๆวาซาบิแต่สีเหลืองอมน้ำตาล กินแล้วจี๊ดขึ้นสมองเชียว เอาตะเกียบคีบชิ้นหมูจิ่มน้ำจิ้มใส่ปากตามด้วยข้าวสวยพอดีคำ มันกรอบนอกนุ่มในควบคู่กับไอ้จี๊ดๆจากสิ่งนั้น มันทำให้ความอร่อยคงอยู่ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้ายเชียว

ร้านนี้มีสาขาเดียวที่ชั้นใต้ดินอาคารชาญอิสระ II

นอกจากอาหารญี่ปุ่นแล้ว ยังมีชื่อเลื่องลือพวกปิ้งย่างด้วย เป็นบุฟเฟต์มีเฉพาะตอนเย็น ราคาประมาณ 350++ มีทั้งเนื้อวัว หมู ไก่ ปลาแซลมอน กุ้ง หอย (เริ่มน้ำลายไหลแล้ว) มักด้วยซอสปรุงพิเศษ ปิ้งบนเตาถ่านให้สุกแล้วจิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้าน พอแล้วๆๆๆบรรยายต่อไม่ได้อีกต่อไปแล้ว…เมนูปิ้ง ย่างของร้านนี้ซึ่งเป็นรายการอาหารที่มีการแนะนำในสื่อพากินพาเที่ยวที่หาอ่านได้ทั้งทางnet และสิ่งพิมพ์ต่างๆทั่วไปอยู่เสมอ แต่ถ้าใครจะมากินบุฟเฟต์ต้องจองล่วงหน้าก่อนไม่งั้นหมดสิทธิ์ โต๊ะมีจำกัด แม้ว่ากินเสร็จจะมีกลิ่นควันไฟหรืออาหารติดเต็มหัวเต็มตัวออกจากร้านแต่เมื่อเทียบกับความอร่อยแล้วหละก็…คุ้มสุดคุ้ม แต่เรามักไปกินแบบมีเจ้ามือทุกที

ยืนยันความอร่อยด้วยรุปและคอมเมนต์

http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2006/08/D4592296/D4592296.html

อิ่มแล้ว ขาซ้ายและขาขวาเห็นตรงกันกลับหลังหันเดินขึ้นไปทำงานต่อ เพราะอิ่มมากขนาดที่ขามันไม่ยอมเดินย่อยซัก500 เมตรไปแบงค์ตามแผนการที่วางไว้แม้แต่น้อย

เราก็คล้อยตามขา เพราะช้าไปวันเดียวความมั่งคั่งทางการเงิน(อันน้อยนิด)โดยรวมของเราก็ยังมีเท่าเดิมอยู่ดี ถ้าไปโอนซักแสนหรือล้านค่อยรีบไป นี่แค่หลักพันไม่มากไม่น้อย ดอกเบี้ยที่ได้คงกระดิกช้าลงแบบรู้สึกได้น้อยนิดแค่นั้น

Advertisements