เมนูหลักมื้อเย็น คือ ปลาช่อนผัดพริกเหลือง

เย็นนี้พ่อซื้อปลาช่อนนามาตัวหนึ่ง ต้องปลาช่อนนาเท่านั้นปลาเลี้ยงพ่อเซย์โน ร้านประจำเค้ารู้ใจดีจัดการเป็นผู้พรากเนื้อออกจากก้างกลางตัวแล้วหั่นแล่เป็นชิ้นๆกว้างประมาณ 3/4 นิ้วมาเรียบร้อย

เรารับหน้าที่ลูกมือเตรียมส่วนผสม ได้แก่
         ปลอกกระเทียม 10 กลีบ
         เด็ดใบกระเพรา 1 กำ
         หั่นพริกเหลือง 10 เม็ด
         ฉีกใบมะกรูด 5 ใบ

เริ่มต้นจับกระเทียมกับพริกเหลืองตำเข้าด้วยกันให้ละเอียดพอควร ใส่กระเทียมลงไปตำให้แหลกเหลวก่อนค่อยใส่พริกตามลงไปก็ได้ ขั้นตอนนี้ต้องระวังตัวพอควร เอามือป้องปากครกไว้ให้ตลอด ไม่งั้นอาจมีเจ้าพริกเหลืองชิ้นหนึ่งที่เคยเป็นยอดนักยิมนาสติกมาก่อนกระโดดม้วนตัวขึ้นมาจากครกตรงเข้าตาเราได้ กลายเป็นตำไปน้ำตาไหลแสบหน้าโดยไม่จำเป็น (ไม่ควรมีอาการโศกเศร้าระหว่างการทำอาหารโดดเด็ดขาด) เมื่อก่อนเราเคยแสบตาบ่อยๆจนแอบใช้มูลีเนทปั่นละเอียดเอา แต่พอเอามาผัดแล้วมันหอมอร่อยสู้ตำเองไม่ได้ ของที่ได้มาง่ายๆมันจะสู้ของที่ต้องใส่ความพยายามลงไปด้วยได้งัยหละ

กินกันเองในครัวเรือนหั่นปลาชิ้นใหญ่ผัดแล้วจะได้ไม่เละ กัดแล้วให้ความรู้สึกว่ากินปลาเน้นๆ และไม่ต้องใส่ถั่วฝักยาวหั่นหรือผักใดๆลงไปเพื่อเพิ่มปริมาณเหมือนดั่งกินตามร้าน มีแต่ปลาช่อนที่ไม่โดนแทกแซงโดยผักใดๆให้รกตา

เรารับหน้าที่ผัดพริกกระเทียมในน้ำมันร้อนๆ หมั่นคนสม่ำเสมอไม่ให้ไหม้ไม่งั้นมันจะขมเสียรสได้ เคี่ยวไปมาเรื่อยๆจนหอมหรือข้างบ้านจามเสียงดังหละก็ได้ที่แล้ว ใส่หัวปลาลงไปก่อนเพราะมันจะสุกยากกว่าเนื้อล้วน เติมน้ำให้ท่วมหัวปลา เปิดไฟแรงทิ้งไว้ซักคู่ จึงใส่ชิ้นส่วนเนื้อที่เหลือลงไปพร้อมเครืองปรุงน้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำตาลปี๊บเท่าหัวแม่โป้ง โรยใบมะกรูดฉีกเอาเส้นกลางใบออกให้ทั่วกระทะตัดคาวปลาเพิ่มกลิ่นหอมของสมุนไพรไทย พอปลาเริ่มออกสีขาวขุ่นๆแล้วม้วนตัวนิดๆก็กลับหรือพลิกเอาปลาด้านบนลงไปแทนปลาด้านล่างจะได้สุกทั่วถึงกัน เติมน้ำเปล่าลงไปบ้างให้มันมีน้ำคลุกคลิกๆ อย่าคนบ่อยเดี๋ยวปลามันจะเละเกินงาม ชิมรสตามชอบออกเค็มนิดหน่อยให้เผ็ดเล็กน้อยถึงปานกลาง

พ่อรับหน้าที่ชิมรสเมื่อมีมติว่ากลมกล่อมแล้วก็โยนกระเพราลงไปเป็นอย่างสุดท้ายคลุกให้ทั่วถึง ตกแต่งด้วยพริกเหลืองหั่นเป็นเส้นเพิ่มความสวยงามแบบภัตคารนิยมทำกัน บรรจงตักใส่จานขณะควันลอยหอมชุย จัดแต่งชิ้นปลาให้สวยงามเช็ดขอบจานที่มีน้ำผัดกระเด็นเปื้อนให้เรียบร้อย ข้าวหอมมะลิสุกพอดี ตักผัดปลาเหลืองอร่ามราดบนข้าวสวยยกมากินแบบไม่ต้องมีพิธีรีตองหน้าทีวี แค่นี้ก็อิ่มครบหลักห้าหมู่แล้ว ตบท้ายด้วยองุ่นไร้เมล็ด 1 พวงแก้เผ็ดไปในตัว หมดน้ำไป 1 ขวดใหญ่แต่อร่อยจนต้องเบิ้ลอีกจานจนได้

Advertisements