มื้อกลางวัน สี่สาว ได้แก่ พี่นีณา พี่การะแจง พี่เค็ก และ minty ไปกินส้มตำที่พระรามเก้ากันแบบผู้หญิงถึงผู้หญิง หนุ่มๆร่วมแก็งค์พร้อมใจกันไม่ว่าง ทั้งพี่ช่อนที่ไม่เข้า Office , Natty ติดงานอันแสนจะยุ่งเหยิงเหมือนเดิม

แม้หนู่ม Nat จะเป็นคนเงียบที่สุดในวงสนทนาจนโดนคะยั้นคะยอให้คุยยาวๆบ้าง และมักจะโดนเราและพี่แจงล้อเลียนถึงความเรียบร้อยและขี้อายพูดน้อยอยุ่เป็นนิจ แต่มื้อนี้ขาด Natty ก๊วนเลยขาดขาไม่ครบองค์ประชุมไปเหมือนกัน การคุยกับคนพูดน้อย(มาก)ก็ไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายที่ไม่ค่อยพูด เพราะไม่พร้อมจะพูดหรือมัวแต่ด่าพวกเราในใจกันแน่ หวังว่า Natty คงเอ็ดดูและไม่โกรธที่พวกเราล้อเลียนนะ ยังงัยเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ลูกแม่โดมเลือดเหลืองแดงด้วยกันยังงัยก็รักกันแน่นอน(เนาะ)
 
แต่พี่แจงบอกว่าถ้าอยู่กันสองต่อสอง natty ก็พูดเก่งจนพี่แจงหงอยไปเลย เอ! หรือที่ nat เงียบเพราะพุดไม่ทันหรือเปล่า
น้องหญิงกะพี่กกก็ไม่รู้หลบไปสวีทหรือฮันนีมูนกันทีไหน ขาดการติดต่อไปเลย
พี่ช่อนไม่อยู่พี่ณาเลยหรับหน้าที่ขับ Altis 7070 ไปด้วยตัวเอง วันนี่กินสี่คนอิ่มมากเมนูก็ยังเดิมๆ
สิ้มตำถั่วตัด (สั่งเพิ่มอีกหนึ่งตอนหลัง)
ไส้กรอกอีสาน
ลาบหมู
ซุปหน่อไม้
คอหมูย่าง สั่งมา 2 ของโปรดของทุกคน
 
พี่นีณากะพี่เค็กกินแต่ขนมจีน เรากะพี่แจงเล่นของหนัก จ้วงข้าวเหนียวคนละกระติ๊บ อิ่มอย่างแรง ตบท้ายด้วยมะละกอสุก กับ ละมุดปอกแล้วพร้อมกินที่หิ้วมาจากร้านผลไม้หน้าตึก
เปิดประเด็นเรื่อง ทริปแม่ฮ่องสอน เมืองปาย ให้พี่นีณาเป็นผู้จัดการและจัดคนหละกัน เราพร้อมไปทุกที่ ทุกเวลา

ตอนเย็นนั่งเรือ ต่อรถไฟฟ้า MRT ไปเดินงาน Com Mart ที่ศูนย์ฯสิริกิตต์

วันศุกร์คนเยอะมากตามคาด เราอยากได้หลายอย่างทั้ง กล้องตัวใหม่ ไฉไลที่วนเวียนไปดูไปเล็งมาแล้วหลายรอบ แม้ในงานจะลดราคาพร้อมของแถม และผ่อน 0% แค่รูดบัตรเซ็นคลิกเดียวก็หิวมาใช้ก่อนจ่ายทีหลังได้ แต่ราคายังไม่ approve ต้องขอตัดสินใจยาวๆอีกสักพัก
เดินไปเจอ Acer Aspire One NetBook ตัวจิ๋วแต่แจ๋วราคาจ๊าบมาก สีขาวหน้าตาหน้ารักน่าอ็ดดู หิ้วไปเล่นเนท update hi5 ได้ทั่วทุกที่ ยั่วน้ำลาย เกิดกิเลสอีกแล้ว
เก็บกระเป๋าตังค์ไว้ข้างในที่สุด ให้หยิบลำบากๆ แล้วรีบเผ่นกลับบ้านก่อนจะห้ามใจไม่อยู่  รูดปู๊ดหนีบอะไรซักอย่างหรือสองอย่างติดมือมาเสียก่อน

ระหว่างนั่ง MRT กลับบ้านใจหนึ่งก็เสียดายที่ไม่ได้ของ อีกใจก็ดีใจที่ไม่เสียเงิน แต่คงเดินจนเมื่อยพอควร พอต่อรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชนสาย 96 ที่ลาดพร้าว ได้ที่นั่งติดหน้าต่างลมเย็นพัดพริ้วปรับตัวเป็นกึ่งนอนด้วยท่าสบายๆ ลมหนาวพัดมาให้รู้สึกเย็นๆจนต้องเอามือกอดอก อยากมีใครอยู่ข้างกายตอนนี้จัง พล้อยหลับเสียก่อนไม่งั้นคงยังคาใจกลับไปคิดเรื่องเกือบเสียตังค์ต่ออีก

วันนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เห็นแต่คนไทยพร้อมใจกันแต่งชุดดำ ฝรั่งที่ office ก็รู้งานแต่งดำมากับเค้าบ้างเหมือนกัน
ใกล้เวลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์แล้ว ยิ่งฟังเพลงยิ่งเศร้า พรุ่งนี้แล้วจะถึงวันถวายพระเพลิงพระศพพระองค์แล้ว ไม่รู้บรรยาการจะหดหู่มากขนาดไหน??

Advertisements