หลังจากนอนกลางวัน มีสายด่วนส่งเสียงนัดรวมพลไปร่วมงานนิทรรศกาลพระพี่นางฯ ที่สนามหลวงตอนบ่ายแก่ๆ วางสาย กระโดดจากเตียง เตรียมสัมภาระและข้อมูลเล็กน้อย ก่อนอาบน้ำ แต่งตัวไปแจมด้วยโดยไม่ลังเล

     เป็นไปดั่งคาด คนพร้อมใจหลั่งไหลไปท้องสนามหลวงเพื่อร่วมชมความงามของพระเมรุ เพื่อนสื่อข่าวรายงานสดมาล่วงหน้าว่า นับจำนวนได้ราวๆล้านแปดแสนคน เรียกว่า ไม่ต้องเดินกันเลยใช้ไหลเอา 
                            
    
เริ่มต้นการเดินทางแบบทางใครทางมันจากหลายจุดคนละมุมเมือง จุดนัดพบคือ สนามหลวง จะเจอกันตรงไหนค่อยโทรหากันอีกที
     หลา นั่งสาย 6 ต่อเดียวมาจากหน้าปากซอยบ้าน เจริญนคร
     เจี๊ยบ ปุ๊ก เอ๋ มาโดย Honda Civic จากวิภาวดี ลาดพร้าว
     Minty นั่ง Taxi จากนวมินทร์ เลียบทางด่วนสายตรงมาที่สนามหลวง 
     
ตอนแรกตั้งใจจะนั่งเรือคลองแสนแสบไปลงผ่านฟ้าสุดสาย แล้วเดินหรือหารถต่อไปเรื่อยๆ อยากไปเห็นพระเมรุตั้งแต่มีแดด โพล้เพล ก่อนพระอาทิตย์ตก จนกระทั่งมืดตึบเปิดไฟสว่าง จะได้เก็บภาพแบบหลายๆบรรยากาศให้ครบครันทีเดียว เลยตัดใจจ่ายแพงขึ้น ซื้อความสะดวกและจะได้ไม่พลาดอารมณ์ใดๆ
      ตกลงกับคนขับ Taxi ว่าไปลงทางด่วนแถวยมราช แล้วค่อยไปดูสถานการณ์แถวราชดำเนินเอา ถ้าติดแน่นหนาก็พร้อมสละรถเก๋งกระโดดค่อมพี่วินต่อไปจุดหมายปลายทางต่อเอง  (2-3 วันนี้ถูกโฉลกนั่ง taxi ยาวๆบ่อยชะมัด) 

การจราจรทั้งบนทางด่วนและแถวสะพานขาวค่อนข้างดี แม้รถจะค่อนข้างหนาแน่น ติดตามสัญญาไฟเล็กน้อย ไม่มีอะไรน่าวิตก นั่งฟังเพลงชิวๆ แต่เริ่มสาหัสเมื่อเข้าถนนราชดำเนิน คงติดต่อเนื่องจากแถวสนามหลวงนั่นแหละ 
      เราเลยสละรถ(ตามข้อตกลง)ก่อนถึงอนุสาวรีย์ประชาฯเพื่อให้พี่ Taxi แกวนรถกลับไม่ต้องไปเผชิญชะตากรรมย่านนั้น
      กระโดดเกาะเอวพี่วิน ต่อไปเจอหลาที่สนามหลวง ที่เดินทางมาสะดวกและถึงเร็วก่อนใคร เลยเข้าไปเดินเล่นชมความงามรอบพระเมรุรอเพื่อนได้สักพักใหญ่ (คนเดียวในกลุ่มสำหรับวันนี้…ที่มีโอกาสเข้าไปเชยชมถึงด้านในพระเมรุ)

ใกล้เคียงหกโมงเย็น โทรตามกันจนเจอหน้า โดยใช้ลูกโป่งลายมิ๊กกี้ โดเรมอนพวงใหญ่ที่ขายกันตรงทางออกเป็นจุดนัดพบ ไม่สามารถและหลาไม่อนุญาตให้เราเข้าไปดูข้างในงาน เราก็เห็นด้วย เลยเดินดูแถวๆทางเดิน เวลานั้นในรอบๆบริเวณพระเมรุเปิดไฟสวยงามอลังการไม่น้อย 
     แม้แค่ดูอยู่ห่างๆแต่ก็มั่นใจว่าด้านในคงสวยกว่านี้มากๆ เปิดโอกาสให้คนที่มีเวลาและตั้งใจแรงกล้ากว่าเราเข้าไปดูอย่างใกล้ชิดเถอะ เรายอมแพ้ เดินเท้าไปสมทบกับพวกรถเก๋งแถวๆศาลเจ้าพ่อเสือ หาอะไรกินกันก่อน แล้วค่อยวางแผนใหม่อีกครั้ง

กลุ่มที่มารถเก๋งเหมือนน่าจะสบายที่สุด แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น การที่ไม่สามารถหาที่จอดรถได้ วนเวียนหาไปทั่วตั้งแต่แถวสนามหลวงยันหน้าศาลากรุงเทพฯเล่นเอาสมาชิกในรถร้องโอดครวญ เมื่อยก้นกันไปไม่น้อย กว่าจะหารูน้อยๆจอดรถได้แถวข้างๆวัดสุทัศน์โน่น

     รวมพลกันที่ร้านผัดหมี่ซั่ว  หิวโซไปตามๆกัน มีเปิ้ล กับสุน ตามมาสมทบเป็นระลอกสุดท้าย
    
ร้านนี้อร่อยดี แต่ก่อนเคยกินแต่ลูกชิ้นหมูปิ้ง
     คราวนี้มากัน 7 คนเลยออร์เดอร์อาหารตามสั่งมาหลากหลายจาน เช่น ข้าวผัดปู ผัดหมี่ซั่ว กระเพราะปลา อีกหม้อหนึ่งเหมือนๆกระเพราะปลาแต่เปลี่ยนจากกระเพราะปลาเป็นเส้นหมี่ซั่วแทน เราชอบเมนูนี้นะ แต่คนอื่นบอกว่าธรรมดาอะ ทุกรายการใส่เนื้อปูชิ้นใหญ่มากๆ อร่อยดี ไม่ลืมลูกชิ้นหมูปิ้งอีก 20 ไม้

     อิ่มท้อง ได้พักกินจนหายเหนื่อย ลงมติเดินกลับไปสนามหลวงอีกครั้ง

     มาในแนวว่า…
     ไหนๆก็มาถึงกันแล้วก็ไปเชยชมเสียหน่อย เลยเดินไปคุยไปทางคลองหลอด ผ่านศาลหลักเมือง ใช้เวลาไม่นานก็ถึงสนามหลวงที่เปิดไฟส่องแสงสว่างไสวรอต้อนรับ แสงสีสวยงามเห็นได้แต่ไกล
     ยิ่งมืดยิ่งสวยนะ แต่ฝูงชนทำให้เสียบรรยาการไปไม่น้อย แต่เทศกาลงานใหญ่แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ใครๆจึงอยากมาเก็บความทรงจำไว้เช่นกัน (เลยว่ากันไม่ได้)
     คลื่นมหาชนรอบๆงานยังไม่น้อยกว่าตอนหกโมงแต่อย่างใด คราวนี้ก็เข้าไม่ถึงอีกเช่นเคย เลยได้แต่จับกลุ่มถ่ายรูปกันข้างๆรั้วตรงทางเดินนั่นแหละ
      เห็นภาพพระเมรุเฉพาะด้านนอกเด่นสง่างามชัดเจน ยิ่งมีฉากด้านหลังเป็นพระบรมมหาราชวังที่เปิดไฟแสงสีสวยงามสะท้อนท้องฟ้าอร่ามไม่แพ้กัน เพิ่มความสวยงามและประทับใจให้กับหลายๆคนแน่นอน
      พอหอมปากหอมคอ ยืนยิ้มถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันแบบไม่รีบร้อน คนยังมหาศาลและแน่นมากๆจนไม่อยากจะเดินเข้าไปข้างใน ถ้าหลุดเข้าไปด้านส่วนพระเมรุคงใช้เวลาเป็นชั่วโมงถึงจะกลับออกมาได้แน่

      เดินย้อนกลับมาทางเดิม ไปกินนมมนต์ตามสูตร 

      เช่นกัน… 
      ร้านนมมนต์คนเยอะ มหาศาลแห่มาแย่งกันกินเหมือนเดิมจนเกือบล้นออกไปนอกร้าน คงเป็นคนที่ต่อเนื่องมาจากที่สนามหลวงนั่นแหละ โปรแกรมของคนที่มาสนามหลวงคงต้องสิ้นสุดที่ร้านนมมนต์เสียส่วยใหญ่ ทั้งกินนมอินเทรนด์และมานั่งพักตากแอร์เย็นๆกินนมเมาท์สรุปอารมณ์ก่อนแยกกัน
      ก๊วนเรานั่งล้อมวงต่อโต๊ะยาว กินนมเย็น ชาเย็น กาแฟเย็น กับขนมปังปิ้งหน้าต่างๆชุดใหญ่ เราซื้อนมสดแบบขวดเล็กมาเติมกินเองคุ้มกว่าสั่งเป็นแก้วเยอะเชียว ซื้อรสจืดส่งกลับไปกินต่อที่บ้านอีกขวด
      เจ็ดสาวนั่งคุยกันอย่างเมามัน อัพเดทเรื่องของกันและใครๆ(ที่ไม่ได้มา) เสียงแซว รอยยิ้ม เสียงหัวเราะดังมาไม่ขาดสาย จนบางคนออกอาการปวดหัวกับเรื่องที่เพื่อนแย่งกันเล่าแย่งกันคุย ถึงขนาดว่าไม่รู้จะฟังใครพูดดี (ก็นานๆเจอกันทีนี่) แถมยังมีประเด็นให้เคลียร์ ให้เล่า ให้ซัก ให้ฟอก ให้ตอบคำถามกันหลายเรื่องหลายหัวข้อ มีคนนั่งเงียบ กินกะเก็บข้อมูลอย่างเดียว
      เรามาในฐานะตัวแถมเลยไม่ปล่อยเรืองเล่าเท่าไหร่ เน้นเป็นผู้ฟังที่ดี คอยแต่พยักหน้าเวลาเจี๊ยบโยนคำถามหาพวกมาให้ (ใช่มั๊ยมิ้นท์…!!!) เผลอใส่เสื้อสีแดงไปเลยโดนแซวว่าเป็นพวก นปช.ให้คอยระวังตัวเอาไว้นะ เปิ้ลตาขวางใส่เราไปด้วยคิดว่าเราอยู่ฝ่ายตรงข้าม ฮ่า ฮ่า (คิดแตกต่างแต่ไม่แตกแยกน่า…)

      กว่าจะหมดประเด็นเกินเลยกันถึงสามทุ่มกว่าจึงได้เวลาสลายตัว แถวๆนั้นรถยังติดยาวมาก ทั้ง 7 คนเลยต้องนั่งอัดเป็นปลากระป๋องไปให้ไกลจากแถวนั้นก่อน แล้วค่อยแยกย้ายกันไปตามทางของใครก็ทางของมันต่อไป เจี๊ยบใจดีขับวนไปส่งเพื่อนๆตามคำบอก(ทาง)
      ทั้งมืดทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยทั้งง่วง เราเลยกึ่งหลับกึ่งตื่นไปตลอดทาง เพื่อนทะยอยๆกันลงไปทีละคนๆจนเหลือเฉพาะชาว(ฝั่ง)เหนือ แก็งค์ Honda ที่มาด้วยกันแต่เดิม โดยมีเราเติมเข้าไปอีกหนึ่ง

      เราเกาะรถเจี๊ยบมาลงที่หน้าเมเจอร์ รัชโยธิน ต่อ taxi (อีกแล้ว) กลับทางถนนเกษตรนวมินทร์ กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพราวๆ 5 ทุ่ม

Advertisements