ผ่านมา 1 วัน 1 คืนเต็ม สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตวันที่สองของงานมหกรรมดนตรีในสวนสำหรับคนเมือง Bangkok City Music Fest 2008 แม้ล่วงมาเกิน 1 วันแต่เสียงเพลง มาดเท่ห์ยียวน บุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท่าเต้นกวนๆ ส่ายก้นขยับขาไปมา ทั้งเพลงชิวและเพลง dance กันถ้วนหน้าจากเทพบุตร บุรินทร์ Groove Rider ยังคงดังก้องไม่จางหาย

เมื่อวานยามเย็น เพื่อต้องการทำเวลาให้มาทันนัดหมาย เพราะคนฝั่งใต้ขับรถมาจากสาทรใกล้จะถึงที่นัดพบแล้ว นั่งเรือที่คลองแสนแสบมาลงท่าเพชรบุรี แล้วต่อรถเมล์สาย 38 ไปเจอหลาที่มาถึงก่อน(จนได้)แล้วจอดรถทิ้งไว้ที่อาคารจัสมิน แยก-อโศก เดินเท้าลัลลา ลัลลา ชิวๆ บิ้วอารมณ์ไปรอเราที่ป้ายรถเมล์หน้าสวนเบญจฯเรียบร้อย เล่นเอาเรารีบจนมีน้ำโหนิดๆ

เดินเข้าซอยสุขุมวิท 33/1 ตอนแรกจะไปหาร้านราเมงกินตามคำโปรโมทจากพี่ชายที่ office มีร้านคล้ายกันหลายร้านแล้วแต่จะเลือก แต่พอโทรไปเชิญชวนพี่ปุ๊กและน้องป๊อกที่มาถึงก่อนหน้าซักพัก แต่ล่วงหน้าเข้าไปในส่วนจัดคอนเสิร์ตก่อนเพื่อทำหน้าที่หาทำเลทองที่ดีกว่าเมื่อวาน เชิญให้ออกมาร่วมแจมซดราเมงให้คล่องคอเพราะมีสิทธิ์ที่จะใช้เสียงจนเจ็บคอกันในค่ำคืนนี้ แต่ทั้งสองพี่น้องดันหวงที่นั่งมากกว่าห่วงกิน (หรือขี้เกียจเดินไม่รู้) เลยขออาสานั่งจองที่หน้าเวทีไว้ดีกว่า

หลาเปลี่ยนแผนเพราะอยากกินหลายๆคนจะได้สั่งเมนูหลากหลายให้เต็มโต๊ะ เดินเข้าไปในซอยเพื่อซื้อ sandwishกับขนมปังเบเกอรี่จากร้านขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นแท้ต้นตำรับ ชื่อร้าน Custard  Nakamura ร้านนี้ดังเลื่องชื่อมานานด้านรสชาดและความอร่อย อยู่ในซอย 33/1 เช่นกัน เลือก Sandwish ไส้หมูสับทอดสูตรญี่ปุ่น กับอีกไส้คล้ายพิซซ่า (จำชื่อไม่ได้มันเปงภาษาญี่ปุ่นอะ) และ cake ส้มมาฝากสองพี่น้องผู้ปักหลักร่วมชุมนุมอยู่หน้าเวที หลาอยากกินแซนวิสร้านนี้มานาน หิ้วกลับไปกินเช้าพรุ่งนี้อีกอย่างละอัน ราคาชิ้นหนึ่งอยู่ที่ 40 – 50 บาทสมราคาและคุณภาพพอควร

ก่อนพระอาทิตย์ตกไปถึงโซนที่นั่ง วันนี้ไม่ปูเสื่อใช้ผ้ายางแทน อยู่คนละฝั่งกับเมื่อวานแต่ใกล้เวทีมากกว่า ถือว่าเป็นมุมและทำเลที่ดีพอสมควร มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่ฝังนี้ไม่มีจอยักษ์ไว้สำรองหากอยากเก็บรายละเอียด มองเห็นเวทีชัดเจนแต่เรายังเจออุปสรรคเป็นต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าเหมือนเดิม ก็ทำใจอะนะ เล่นดนตรีในสวนจะให้ตัดต้นไม้ใหญ่ทิ้งเพื่อให้ดูกับได้แบบสบายตามันก็คงไม่งามนัก เพื่อร่วมอนุรักษ์ต้นไม้และได้บรรยากาศกลางสวนต่อไป เราเลยต้องใช้เทคนิคเอนเอียงซ้ายขวาในบางจังหวะเหมือนเมื่อวาน…

อากาศกำลังดี แดดล่มลมเย็น นั่งพื้นเหยียบขากินแซนวิสคนละอันคล้ายๆมีปิคนิคเล็กๆ เลย์กับมาม่าแห้งที่เหลือจากเมื่อวานโดยงัดออกมากินระหว่างรอการแสดงเริ่มต้น วันนี้ไม่มีแอลกอฮอลเพราะกลัวแฮงค์ พรุ่งนี้ต้องทำงานต่อกัน

เปิดเวทีพร้อมเสียงกรี๊ดให้ Mr.Mos ออกมาโชว์สเต้บพร้อมร้องเพลงเก่าๆแนวสนุกสนานที่คุ้นเคยอยู่ 2 เพลงได้ ตามมาด้วยพี่ชายใหญ่ ออกมาควรเพลงเสียงนุ่มโรแมนติก อย่างขีดเส้นใต้ แฟนๆร้องแซวอยากฟังแต่ ปาติหานๆ ฮ่า ฮ่า ไม่รู้ว่าแท่งมาช้าจริง หรือมุขไม่รู้ เพราะมาทีหลังออกมาพร้อม “มาช้า..ยังดีกว่าไม่มา” มาในสไตล์ตัวเองเหมือนเดิม

ตอนร้องเพลงกันและกันของวงออกัสด้วยกัน 3 คน คุณพี่แท่งเกือบแย่ คือ จำเนื้อไม่ได้ ร้องเพี้ยน เกือบจะล่มจนพี่กบต้องร้องคลอช่วย น่าอายโดนขำทั้งเวทีเลย พี่แท่งมีโยนแจกเสื้อพลพรรครักเอยด้วย แต่คงแรงน้อยเกิน แม่มโยนไม่ไกลจากหน้าเวทีเลย ข้างหน้ากระโดดคว้าได้หมด เราอยู่ไกลออกมาได้แต่ยืนชะเง้อ จากนั้นร้องเล่นร่วมกันอีกซักพัก ก่อนจากด้วยเพลง คือความผูกพัน อันแสนไพเพราะ

ไอซ์ ศรัณยู ออกมาด้วยสไตล์ JPoP Dance เต็มที่ ทั้งร้อง ทั้งอ้อน ปล่อยมุขล้อเลียนพันธมิตรอีก แต่ช่วงนี้เด็กๆด้านหน้าด้านหลังครึกคักขึ้นเยอะ ร้องเต้นกันสนั่น ท่าเต้นเหมือนไอซ์แบบจำจังหวะมาจากใน MV ไม่ผิดเพี้ยน เราไม่ใช่แนวและยังวัยเกินเลยอีก อาศัยช่วงนี้ไปทำธุระส่วนตัว ปัสสาวะในห้องน้ำชายกันเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา ก่อนออกมาเตรียมตัวรอ เทพบุรินทรฺ เจ้าพ่อ Funcky Disco ขวัญใจที่จะออกมาโชว์สะบัดเป็นรายต่อไป

บุรินทร์มาพร้อมสูทสีดำ ธรรมดาผิดวิสัยมาก คิดว่าจะใส่ทักซิโด้กันทั้งวงเสียอีก แน่นอนลีลา คารม ท่าเต้น ไม่ผิดหวัง เริ่มแรกเป็นเพลงชิวๆก่อน กระตุ้นอารมณ์กันวอร์มอัพนิดหน่อย ครวญเพลงแนวเศร้าช้ำรัก อย่าง อย่าปล่อยให้เธอเดินผ่าน รักไม่ได้ เธอทั้งนั้น เพลงคู่กะพี่ก้อ มาถึงเพลง “ก่อนที่มันจะสาย” ไม่คิดว่าจะได้ฟังเพลงนี้วันนี้ที่นี่แบบสดๆ เล่นเอาเราเกือบน้ำตาแตกกลางสวนซะแล้ว (กลับถึงบ้านเปลี่ยนเพลงใน Hi5 profile เป็นเพลงนี้ซ๊ะ ฟังมันอยู่เพลงเดียวทั้งวัน กะเอาให้ตายกันไปเลย)

ช่วงสองบุรินทร์คงทนไม่ไหว ความมันส์มันพุ่งขึ้นท้องฟ้ากระมัง ขอสนุกออกนอกคอนเส็ปดนตรีในสวน ฉีกชิลทิ้งขอเป็น dance disco กันดีกว่า มาหมดทั้งฮอร์โมน ซุปเปอร์สตาร์ ไม่มีใครนั่งต่อไปได้ เพราะคนข้างหน้ามันยืนบังด้วย เต้นโยกไปกับบุรินทร์ ใครนั่งโดนชี้หน้าอีกต่างหาก ….เล่นเอาเมื่อยขากันไปเลย จบท้ายด้วยเพลง หยุด ตามความคาดหมาย คราวนี้หยุดไม่ได้แล้ว ร้องกันเต็มที่ ไม่นั่งมันแล้ว บุรินทร์ก็ปล่อยเต็มพลัง แฟนเพลงไม่ผิดหวัง ตบมือกันเกรียวกราว เราร้องจนเจ็บคอ พี่ก้อก็โชว์ไม่เบา สรุปว่า เจ๋งเป้งได้เกินสิบคะแนน เหมือนเดิม
 
พอ GR โชว์จบ เกิดการเปลี่ยนแปลงวุ่นวายเล็กน้อย กลายเป็นข้างในเริ่มออก ข้างนอกเริ่มเข้าตอนพี่หนุ่ย Micro ขึ้นเวที ตอนนี้ Micro คงอยู่คนละยุคและแฟนเพลงคนละกลุ่มกับ GR เสียแล้ว แฟนๆเหล่าเด็กแนวที่เต้นๆด้วยกันเมื่อกี๊เดินกลับบ้านกันเป็นแถว คงตั้งใจมาดู GR อย่างเดียวแล้วรีบกลับบ้านไปนอนดีกว่า แต่พี่หนุ่ยก็ได้แฟนพันธุ์แท้ด้านนอกเขยิบเข้าไปแทนที่ เรียกว่า แฟนใครก็แฟนมันทำนองนั้น

Rocker มือขวาใส่เสื้อแจ็คเก็ต adidas สีขาวแขนยาวรูดซิบติดคอแบบให้เกียรติแฟนๆและสถานที่เต็มที่ กระชากวัยให้หนุ่มขึ้นอีกเยอะเชียว ออกมาพร้อมเพลงม้าเหล็ก เอากับเขาหน่อย จบแล้วพูดคุย(พักเหนื่อย) แล้วต่อด้วยเพลงโปรดของเรา แผลในใจ กับเพลงของอัสนี จำชื่อไม่ได้แล้ว พี่หนุ่ยร้องไปเรียกเช็คมือขวากันตลอด

ถึงเวลาที่เสียงใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่าเสียงคนส่วนใหญ่ เรียกให้กลับบ้านได้แล้ว ทุกคนเริ่มอ้อยอิ่ง คอ่ยๆขยับตัว เก็บพับผ้าใบ เรายังมันส์เสียดายถ้าจะกลับก่อน แต่ต้องเดินออกไปด้านนอกทีละคนๆ ใจจริงอย่าดูต่อให้จบ แต่จำใจต้องกลับบ้านเสียแล้ว

ระหว่างเดินผ่านหน้าสวนเบญจฯจะไปแยกอโศก ยังได้ยินเสียงพี่หนุ่ยกระหึ่มตามมาตลอดทาง ก่อนจะได้ฟีง รักปอนๆเสียงค่อยๆเบาลงเรื่อยๆตามระยะทางที่ห่างออกมา โอ๊ย จะขาดใจ

ตกลงไปกินข้าวมันไก่ตอน ที่ประตูน้ำ กว่าจะกินเสร็จก็ห้าทุ่มพอดี เราเลือกดูพี่หนุ่ยจนจบดีกว่าอีก ข้าวมันไก่กินวันหลังได้ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ดูพี่หนุ่ย โชว์สดๆเต็มที่แบบนี้อีก มันมีไม่บ่อยนี่…แอบคิดในใจนะ ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง

ที่สุดของที่สุด ขอบคุณกรุงเทพมหานครและ KPN ที่ทำให้กรุงได้ฟังเพลงสบายๆในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองอยูในภาวะคับขันเช่นนี้

ความสุขระยะสั้นๆช่วยให้ลืมความตึงเครียดไปได้ชั่วขณะ ขอให้คนไทยกลับมารักและสามัคคี ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกเหมือนแฟนเพลงของศิลปินในงาน Music Fest ก็ดี ชอบก็ฟังไม่ใช้แนวก็กลับบ้านไป…สบายใจกันทุกฝ่าย

กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เหนื่อยและง่วง ถ่างตากลัวหลับมาตั้งแต่อยู่ใน taxi หนาวด้วย นอนเลย อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ไว้อาบก่อนไปทำงานทีเดียวหละกัน คลานขึ้นเตียงแต่ในหูยังมีแต่เสียงเพลงและจังหวะดนตรีตะลึงตึงๆ

Advertisements