ครั้งนี้นับรวมเป็น 26 ครั้ง หรือเราบริจาคสม่ำเสมอเกินกว่า 6 ปีแล้วเหรอเนี่ย ยังจำครั้งแรกที่ไปบริจาคเลือดได้อยู่เลย เมื่อครั้งกะโน้น เราเดินแบบไม่คิดอะไร ฉายเดี่ยวแต่ความตั้งใจแรงกล้าไปสภากาชาดให้เจ้าหน้าที่เอาเข็มจิ้มเจาะเลือดไปถุงนึง วันเริ่มต้นนั้นตรงกับวันคล้ายวันเกิดนั่นเอง…หลังจากนั้นเราก็วนเวียนไปทำเรื่องนี้อีกทุกๆ 3 เดือน มาจนถึงวันนี้

วันนี้เป็นโอกาสพิเศษ พร้อมใจร่วมทำความดีบริจาคเลือดถวายเป็นพระราชกุศลแต่ในหลวง เนื่องในโอกาสวันพ่อ 5 ธันวาที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันด้วย

ระหว่างนอนอยู่บนเตียง แขนซ้ายโดยเข็มเจาะเลือดไหลไปตามสายมุ่งสู่ถุงข้างเตียงที่เริ่มป่องขึ้นเรื่อยๆตามแรงบีบจากมือที่ช่วยส่งน้ำเลือดใส่เข้าไป เรานึกในใจขอมอบความดีหรือผลบุญอันจะเกิดจากการให้เลือดถุงนี้แด่ในหลวง ขอให้ท่านแข็งแร็งและมีความสุข แม้จะมาจากการทำความดีเพียงน้อยนิดแต่ความตั้งใจมากล้นมหาศาล

ก่อนจะลงไปบริจาคเลือด เดินไปเชื้อชวน The GanG! ไปโดนเจาะด้วยกัน
พี่ Cake : ไวกว่าใครไปบริจาคตั้งแต่ไก่โห่
Jang : กล้าๆกลัวๆ แต่สุดท้ายพอยกเอาโอกาสที่จะได้ทำความดีเพื่อในหลวง เลยพยักหน้า….เอาก็ได้(วะ) แต่เดินไปได้แค่ 3 ก้าว นึกขึ้นได้ว่า กินพวกเหล่ายาแก้สิว บรรเทาอักเสบหลายตำรับ เลยต้องถอนตัวไปด้วยความเสียดาย
พี่ Na : กล้าหาญมาก อยากทำความดีในโอกาสพิเศษเช่นกัน แม้จะยังไม่เคยบริจาคเลือดมาเลยซักครั้ง
Nat : เดี๋ยวไปครับ (ว้า! พิกุลทองร่วงจากปาก แค่ 3 คำเหมือนเดิม)

พอพี่ Jang โดนตัดสิทธิ์ไปเลยเหลือเราพาพี่ Na ไปเปิดซิง
ตอนแรกก็เป็นห่วง ว่าพี่ Na จะกลัวหรือเป็นลมคาเตียงหรือเปล่า แต่ที่ไหนได้พี่ Na เสร็จก่อนเราเสียอีก หน้าตายิ้มแย้ม ไม่มีอาการใดๆ เดินร่าเริงกลับขึ้นตึกไปทำงานต่อ เราเลยพลอยสบายใจ กลัวว่าถ้าเกิดพี่ Na ออกอาการใดๆขึ้นมาเราอาจโดนพี่Cake หรือ พี่Jang เขกกระโหลก โทษฐานดูแลพี่ณาตาโตไม่ดีได้ (ถ้าพี่ณา แกล้งเก็บอาการไว้ได้เนียนขนาดนี้ ก็เอาออสการ์ 2008 ไปเลยนะจ๊ะ)

แอบเชิญชวน The GanG! พร้อมกำชับไอ้ Jang ให้งดยาเตรียมตัวให้พร้อมในอีก 3 เดือนข้างหน้า เราจะบุกไปสภากาชาดไทยกัน

ยังงัยเราก็ยังชอบไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดโดยตรงมากกว่าทำกิจกรรมกันในรถเคลื่อนที่อันคับแคบและแออัด แม้จะอำนวยความสะดวกมาบริการให้ถึงที่ เราก็ยังชอบที่โน่นมากกว่า แม้ลำบากกว่า ไกลกว่า เหนื่อยกว่า แต่ชอบมากกว่า แค่นี้ก็เพียงพอ ha haa

* * * * * * * * * * * * * * * * *
วันนี้คุณผู้จัดการหญ่าย มีประชุมและทำงานสัญจรแถวๆซีคอนสแควร์ หลังเสร็จงานเลยแวะมากินข้าวเย็นด้วย

โปรแกรมแรกเริ่ม ว่าจะพาไปเลี้ยง Coffee Bean by Dao ซึ่งจะสมกับฐานะของท่านพอควร เธอติดใจขนมเค็กที่เราเคยหิ้วไปฝาก แต่พอคุณเพื่อนมาถึงด้วยอาการไอคอกแคก หวัดขึ้นจมูก เสียงอ้อแอ้นิดๆ สั่งน้ำมูกฟุตฟิตเลยอยากหาของกินแบบร้อนๆกินคล่องคอ เราเลยชวนไปกินราเม็ง แถวๆเวิ้งญี่ปุ่นย่านห้างเอ็มโพเรียม แต่คุณเพื่อนแย้งว่า มาแถวเอกมัยทองหล่อ หากินแถวๆนี้ดีกว่า (มั๊ยเมิง) นึกหาร้านหลายร้านตลอดทางที่รถวิ่งอยู่ในซอยทองหล่อ จริงๆแถวนี้มีร้านน่าตาน่ากินอยู่หลายร้าน แต่เพื่อนชอบกินแบบมั่นใจ เอาร้านที่เคยไปกินแล้วอร่อยจำได้ดีกว่าไปหาลองเสี่ยงกินเอาเรื่อยๆๆ ในที่สุดร้าน Soeul เค้าเส้นชัยไปเพราะเคยไปกินมาแล้วติดใจ และเห็นว่ามีเมนูอื่นๆยังไม่ได้ลิ้มลองอีก

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ไม่จบสิ้น ระหว่างเดินอีก 5 ก้าวก็เข้าร้าน Souel ดันเห็นป้ายไฟโฆษณา ร้านเกาหลี ชื่อ โค รี เซะ (ถ้าจำไม่ผิดนะ) เด่นสะดุดตาเมนูบุฟเฟต์หมู คนละ 290 บาท (รวมภาษีและค่าบริการแล้ว) ร้านนี้อยู่ในซอยติดกับร้าน Souel เดินเข้าไปไม่เกิน 50 ก้าวของสาวๆ สามารถเอารถไปจอดในซอยได้ไม่เสียตังค์ (สบายใจกินได้ไม่ต้องกลัวโดนล็อคล้อ) ร้านโล่งโปร่ง กินปิ้งกันอร่อยดี พร้อมแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าเกี่ยวกับ คนไทยผู้พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสและน้องสไบทอง คนค้นคน กับเรื่องเล่าจิปาถะ สัพเพเหระ สาร์ทุกข์สุกดิบ

วันนี้กินเฉพาะอาหารที่อยู่ในบุฟเฟต์ ไม่สั่งนอกเซ็ต ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้เลยคิดง่ายลงตัว 580 บาท ไม่มีบวกบวก (หรือบวกเข้าไปแล้วจนได้ 290 ก้ไม่รู้)

ไม่รู้ว่าเพื่อนเครียดจากงานมาก หรือเป็นวันชงของเรา พูดขัดหู ขัดใจ ขวางๆกันหลายท่อน แม้จะรู้สึกได้ แต่ไม่ฝังใจ และจากกันด้วยดีนะ
วันนี้เสียเลือด 450 CC ให้ไปกับรถรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่ของสภากาชาดที่มาจอดเทียบให้บริการชาวชาญอิสระถึงข้างตึก

ครั้งนี้นับรวมเป็น 26 ครั้ง หรือเราบริจาคสม่ำเสมอเกินกว่า 6 ปีแล้วเหรอเนี่ย ยังจำครั้งแรกที่ไปบริจาคเลือดได้อยู่เลย เมื่อครั้งกะโน้น เราเดินแบบไม่คิดอะไร ฉายเดี่ยวแต่ความตั้งใจแรงกล้าไปสภากาชาดให้เจ้าหน้าที่เอาเข็มจิ้มเจาะเลือดไปถุงนึง วันเริ่มต้นนั้นตรงกับวันคล้ายวันเกิดนั่นเอง…หลังจากนั้นเราก็วนเวียนไปทำเรื่องนี้อีกทุกๆ 3 เดือน มาจนถึงวันนี้

วันนี้เป็นโอกาสพิเศษ พร้อมใจร่วมทำความดีบริจาคเลือดถวายเป็นพระราชกุศลแต่ในหลวง เนื่องในโอกาสวันพ่อ 5 ธันวาที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันด้วย

ระหว่างนอนอยู่บนเตียง แขนซ้ายโดยเข็มเจาะเลือดไหลไปตามสายมุ่งสู่ถุงข้างเตียงที่เริ่มป่องขึ้นเรื่อยๆตามแรงบีบจากมือที่ช่วยส่งน้ำเลือดใส่เข้าไป เรานึกในใจขอมอบความดีหรือผลบุญอันจะเกิดจากการให้เลือดถุงนี้แด่ในหลวง ขอให้ท่านแข็งแร็งและมีความสุข แม้จะมาจากการทำความดีเพียงน้อยนิดแต่ความตั้งใจมากล้นมหาศาล

ก่อนจะลงไปบริจาคเลือด เดินไปเชื้อชวน The GanG! ไปโดนเจาะด้วยกัน
พี่ Cake : ไวกว่าใครไปบริจาคตั้งแต่ไก่โห่
Jang : กล้าๆกลัวๆ แต่สุดท้ายพอยกเอาโอกาสที่จะได้ทำความดีเพื่อในหลวง เลยพยักหน้า….เอาก็ได้(วะ) แต่เดินไปได้แค่ 3 ก้าว นึกขึ้นได้ว่า กินพวกเหล่ายาแก้สิว บรรเทาอักเสบหลายตำรับ เลยต้องถอนตัวไปด้วยความเสียดาย
พี่ Na : กล้าหาญมาก อยากทำความดีในโอกาสพิเศษเช่นกัน แม้จะยังไม่เคยบริจาคเลือดมาเลยซักครั้ง
Nat : เดี๋ยวไปครับ (ว้า! พิกุลทองร่วงจากปาก แค่ 3 คำเหมือนเดิม)

พอพี่ Jang โดนตัดสิทธิ์ไปเลยเหลือเราพาพี่ Na ไปเปิดซิง
ตอนแรกก็เป็นห่วง ว่าพี่ Na จะกลัวหรือเป็นลมคาเตียงหรือเปล่า แต่ที่ไหนได้พี่ Na เสร็จก่อนเราเสียอีก หน้าตายิ้มแย้ม ไม่มีอาการใดๆ เดินร่าเริงกลับขึ้นตึกไปทำงานต่อ เราเลยพลอยสบายใจ กลัวว่าถ้าเกิดพี่ Na ออกอาการใดๆขึ้นมาเราอาจโดนพี่Cake หรือ พี่Jang เขกกระโหลก โทษฐานดูแลพี่ณาตาโตไม่ดีได้ (ถ้าพี่ณา แกล้งเก็บอาการไว้ได้เนียนขนาดนี้ ก็เอาออสการ์ 2008 ไปเลยนะจ๊ะ)

แอบเชิญชวน The GanG! พร้อมกำชับไอ้ Jang ให้งดยาเตรียมตัวให้พร้อมในอีก 3 เดือนข้างหน้า เราจะบุกไปสภากาชาดไทยกัน

ยังงัยเราก็ยังชอบไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดโดยตรงมากกว่าทำกิจกรรมกันในรถเคลื่อนที่อันคับแคบและแออัด แม้จะอำนวยความสะดวกมาบริการให้ถึงที่ เราก็ยังชอบที่โน่นมากกว่า แม้ลำบากกว่า ไกลกว่า เหนื่อยกว่า แต่ชอบมากกว่า แค่นี้ก็เพียงพอ ha haa

* * * * * * * * * * * * * * * * *
วันนี้คุณผู้จัดการหญ่าย มีประชุมและทำงานสัญจรแถวๆซีคอนสแควร์ หลังเสร็จงานเลยแวะมากินข้าวเย็นด้วย

โปรแกรมแรกเริ่ม ว่าจะพาไปเลี้ยง Coffee Bean by Dao ซึ่งจะสมกับฐานะของท่านพอควร เธอติดใจขนมเค็กที่เราเคยหิ้วไปฝาก แต่พอคุณเพื่อนมาถึงด้วยอาการไอคอกแคก หวัดขึ้นจมูก เสียงอ้อแอ้นิดๆ สั่งน้ำมูกฟุตฟิตเลยอยากหาของกินแบบร้อนๆกินคล่องคอ เราเลยชวนไปกินราเม็ง แถวๆเวิ้งญี่ปุ่นย่านห้างเอ็มโพเรียม แต่คุณเพื่อนแย้งว่า มาแถวเอกมัยทองหล่อ หากินแถวๆนี้ดีกว่า (มั๊ยเมิง) นึกหาร้านหลายร้านตลอดทางที่รถวิ่งอยู่ในซอยทองหล่อ จริงๆแถวนี้มีร้านน่าตาน่ากินอยู่หลายร้าน แต่เพื่อนชอบกินแบบมั่นใจ เอาร้านที่เคยไปกินแล้วอร่อยจำได้ดีกว่าไปหาลองเสี่ยงกินเอาเรื่อยๆๆ ในที่สุดร้าน Soeul เค้าเส้นชัยไปเพราะเคยไปกินมาแล้วติดใจ และเห็นว่ามีเมนูอื่นๆยังไม่ได้ลิ้มลองอีก

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ไม่จบสิ้น ระหว่างเดินอีก 5 ก้าวก็เข้าร้าน Souel ดันเห็นป้ายไฟโฆษณา ร้านเกาหลี ชื่อ โค รี เซะ (ถ้าจำไม่ผิดนะ) เด่นสะดุดตาเมนูบุฟเฟต์หมู คนละ 290 บาท (รวมภาษีและค่าบริการแล้ว) ร้านนี้อยู่ในซอยติดกับร้าน Souel เดินเข้าไปไม่เกิน 50 ก้าวของสาวๆ สามารถเอารถไปจอดในซอยได้ไม่เสียตังค์ (สบายใจกินได้ไม่ต้องกลัวโดนล็อคล้อ) ร้านโล่งโปร่ง กินปิ้งกันอร่อยดี พร้อมแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าเกี่ยวกับ คนไทยผู้พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสและน้องสไบทอง คนค้นคน กับเรื่องเล่าจิปาถะ สัพเพเหระ สาร์ทุกข์สุกดิบ

วันนี้กินเฉพาะอาหารที่อยู่ในบุฟเฟต์ ไม่สั่งนอกเซ็ต ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้เลยคิดง่ายลงตัว 580 บาท ไม่มีบวกบวก (หรือบวกเข้าไปแล้วจนได้ 290 ก้ไม่รู้)

ไม่รู้ว่าเพื่อนเครียดจากงานมาก หรือเป็นวันชงของเรา พูดขัดหู ขัดใจ ขวางๆกันหลายท่อน แม้จะรู้สึกได้ แต่ไม่ฝังใจ และจากกันด้วยดีนะ

Advertisements