ผ่านวันหยุดยาวมาได้ 2 วัน นึกว่าจะสามารถอยู่เหย้าเฝ้าเรือนครบ 3 วันได้สำเร็จ

ทั้งกิน ทั้งกลิ้ง ทั้งอยู่นิ่งๆ นอนกะดิกทีนดูทีวี อ่านหนังสือ เคลิ้มเพลงรักแบบเหงาๆ เข้าโหมดชาร์จแบตตัวเองหลังจากนอนเทียงคืนยันตีสองมาหลายคืน รวมทั้งประคบประหงมอาการหวัดเล็กน้อยถึงปานกลางที่เป็นต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่นั่งนอนชิลล์ๆตากน้ำค้างชมดนตรีกลางสวนเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ขาดเป็นปลิดทิ้งเสียที

คุณหวัด(ไม่ดี)มักจะแสดงอาการเฉพาะยามรุ่งเช้า ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหนัก หัวมึนตึบ กระโหลกทางซ้ายเวียนไปมา จมูกแห้งต้องหายใจทางปาก คอก็เจ็บจนไอแต่ละทีสะเทือนถึงร่างกายส่วนใน จนจะลุกไปทำงานไม่ไหว เหมือนสำออยอ้อนตัวเอง แต่พอสายหน่อยอาการทั้งปวงดันลอยหายไปกับสายลมซะงั้น หวัดมันค่อยยังชั่วไปเองตามกระบวนการปรับตัวของมัน หรือเราอึดและแข็งแรงจนเชื้อโรคพ่ายแพ้ยอมออกจากร่างกายแล้วค่อยแอบมาสิงใหม่เมื่อเข้านอนเพื่อวนเวียนกลับมามีอาการตอนเช้ารุ่งอีกที เป็นหวัดหนนี้ลองใช้วิธีร้กษาโดยธรรมชาติบำบัดด้วยการพักผ่อนเพื่อรักษาตัวเองแทนการให้คุณหมอรักษาดูบ้าง

เช้าวันนี้หลังจากผ่านการฟื้นฟูร่างการเต็มที่อาการหวัดเรื้อรังคงหายขาด สดชื่นพร้อมลุยทุกที่ สองเพื่อนคุยกันแบบไม่เห็นหน้าได้ยินเฉพาะเสียงหลังจากที่ต่างฝ่ายเฝ้าบ้านนอนอืดกันมานาน เลยเห็นตรงกันออกไปหาอะไรทำกันดีกว่า….อยู่(ติด)บ้านนานๆมันเริ่มเบื่อแย้ว!

คุณเพื่อนผู้จัดการแอบย่องไปดูทีมงานขายบัตรโดยไม่บอกล่วงหน้า ว่าแอบอู้ หนีงาน นอนเล่น จู๋จี๋แฟนกันหรือเปล่าที่คาร์ฟู สาขาเพชรเกษม ลูกน้องเห็นหน้าผจก.โผล่ไปโดยไม่ได้ตั้งตัว ไม่รู้มันช็อคเง็งไปกันแค่ไหน คุณเพื่อนหวังจะทำยอดขายให้ถล่มทลายส่งท้ายปีเลยต้องคุมเข้มหน่อย

เราขอติดรถไปด้วยโดยกะว่าหลังจากแวะไปดูแลบู้ทแล้วจะได้ขับรถไปไหว้พระปฐมฯเจดีย์ หาปลาแม่น้ำกินกัน เผื่อจะเสริมสร้างต่อมฉลาดมากขึ้นอีกหน่อย มัวแต่เดินซื้อของอุดหนุนห้างจนล่วงเกินเวลาไปจนเกินงาม เนื่องจากคุณเพื่อนเดินวนเวียนหาวัตถุดิบพราะอยากโชว์ฝีมือเด็ดทำสลัดทูน่ากะละมังใหญ่เอาไว้กินพรุ่งนี้ (เราเสนอให้ไปซื้อที่ KFC ก็ได้ ง่ายกว่าเยอะ)
 
หมดเวลาสำหรับไปพระปฐมและกลัวรถจะติดถ้าขากลับต้องกลับมาพร้อมกับกองทัพรถที่ล่องใต้ไปเที่ยวช่วงหยุดยาว  ขับรถย้อนกลับไปหาอะไรกินแถวท่าช้างดีกว่า แต่ตกกระไดพลอยเป็ดจอดกินก๋วยเตี๋ยวเป็ด ชื่อ ตั้งชุยเฮงโภชนา อยู่ตรงข้ามเดอะมอลล์บางแค ตรงนี้แตกสาขามาจากเจ้าเก่าที่สะพานเหลืองเจ้าเก่าเจ้าดัง วันนี้ร้านนี้จะออกรายการตลาดสดสนามเป้าด้วย คุณเพื่อนเลยพามาให้ลิ้มลองก่อนออกอากาศ สั่งมาแบบแห้งชามน้ำชาม เรากินเตี๋ยวใส่ปีกเป็ดตุ๋นแทะจนเจ็บเหงือกไปเลย ตอนแรกกะจะแวะกินลองลิ้มชิมรสว่าอร่อยสมราคาหรือเปล่า เอาแบบชามเดียวกินสองคนแล้วกัน เก็บท้องไปกินต่อแถวท่าช้าง แต่ดันโดนเป็ดน็อคอิ่มตื้อไปคนละชาม

แวะย่อยหัดถ่ายรูปกันที่ตึกสีเหลืองของกระทรวงกลาโหมที่เกือบๆจะถึงสนามหลวง ตึกคลาสสิคสีเหลืองตั้งถอดตัวยาวขนานกับถนนและยังหันหน้าสีเหลืองรับแสงแดดยามโพล้เพล้ได้มุมงามจนพวก wedding ฮิตมาถ่ายกัน นึกว่าจะมีแต่เราจอดรถถ่ายรูป พอแดดเริ่มสวย พระอาทิตย์ปล่อยแสงส้มอมเหลืองอ่อนๆออกมาปะทะตัวตึก สะท้อนวัดแสงได้กำลังงาม เริ่มมีตากล้องสะพานกล้องบ้างมาถ่ายแต่ตึกหรือบ้างพร้อมนางแบบโพสต์ถ่ายกันมุมใครมุมมันตามอัธยาศัย เริ่มมีพวกเพิ่มทำให้เราและพวกเค้าถ่ายกันได้แบบไม่ต้องเขิลล์ไม่ต้องแคร์ว่าใครจะมอง บางทีเวลาไม่มีรถผ่านมาก็กระโดดไปถ่ายรูปวิวเด็ดจากกลางถนนกันซะงั้น เราถ่ายนางแบบกิด-ติ-มะ-สักกับตึกยาวสีเหลืองมาได้งามๆหลายใบ (งามแบบตามประสาเรานะ)

ใช้เวลาไปพอสมควรกับเจ้าตึกงามสีเหลือง ก่อนมุ่งหน้าไปยี่ยมแม่โดม สาขาท่าพระจันทร์ ณ ลานปรีดีห์ หน้าตึกโดมสง่าที่ตั้งเด่นหันหน้าให้แม่น้ำเจ้าพระยา

กำลังมีงาน Green Fair 08 ที่จัดภายใต้คอนเซ็ปว่า “Living Green Together:วิถีการผลิต วิถีชีวิต เพื่อโลก” 

                                   

นำเสนอการผลิต แนวคิดในการซื้อสินค้าเพื่อบริโภค รวมทั้งการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข เกื้อกูลกันทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิตและโลกของเรา โดยเค้าจะมุ่งเน้นการบริโภคและการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติ

มีเปิดร้านขายของรักษ์โลกหลายประเภทเต็มหน้าลานโดม ดูคล้ายๆเป็นถนนคนเดินแบบย่อมเยา โดยกลุ่มเครือข่ายตลาดสีเขียวผู้จัดงานต้องการให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสหาซื้อและรู้จักกับสินค้าปลอดสารพิษและมีคุณภาพดีมากขึ้น ภายในงานมีจัดนิทรรศการกระจายรอบๆพื้นที่ วงเสวนาและเวทีวัฒนธรรมในบรรยากาศสบายๆ รวมทั้งกิจกรรมสาธิต งานศิลปะ จำหน่ายหนังสือทางเลือกและสินค้าทำมือสวยๆแปลกๆน่าสนมากมาย

เสียดายไปถึงงานเกือบห้าโมงเย็น วันนี้จัดงานวันสุดท้าย หลายร้านเริ่มเก็บของเก็บร้านกันบ้างแล้ว เวลาสำหรับการเดินศึกษาธรรมชาติพลอยน้อยลงไปด้วย บนเวทีกลางแจ้งมีวง Hope ที่มากันแบบยกครอบครัวกำลังเล่นเพลงโฟลค์ซองกล่อมคนรักธรรมชาติ นั่งบนสนามหญ้าฟังเพลงข้างแม่น้ำเจ้าพระยา แหม! บรรยากาศมันช่างเจี๊ยบจริงๆแหะ

กว่าจะเดินชมจนทั่วงานก็มืดแล้ว เข้าหน้าหนาวแค่หกโมงเย็นมันเริ่มมืดเร็วมาก แป็ปเดียวฟ้าดำปี้หยั่งกะสามทุ่ม เริ่มหิวอีกรอบ เลยขับรถไปกินข้าวผัดปู กับหมี่ผัดที่ร้านในซอยศาลเจ้าพ่อเสือ ร้านตรงข้ามธนาคารกรุงเทพฯที่ขายลูกชิ้นหมูปิ้งแสนอร่อยด้วย โดยปูน็อคอีกครั้ง อิ่มแปร้จนต้องยกเลิกไปล้างปากด้วยของหวานหนมปังปิ้งดื่มนมสดหวานอุ่นที่นมมนต์ไปด้วยมติเอกฉันท์

ระหว่างขับรถอยู่บนสะพานตากสินกำลังมุ่งหน้าไปฝั่งธน ได้ยินเสียงปุ้งปั้งติดๆกัน ท้องฟ้าด้านขวามือเต็มไปด้วยสะเก็ดพลุหลากหลายสี ชิดซ้ายข้างทางติดราวสะพานมีที่ว่างเหลือพอดีสำหรับรถหนึ่งคันให้จอดต่อจากคันหน้าที่เพิ่งจอดจองที่ดูพลุกลางฟ้าอยู่ก่อนหน้า เปิดกระจกด้านคนขับดูพลุแบบจอดนิ่งให้สบายใจ เพราะถ้าคนขับต้องหันขวาดูพลุไปด้วยขับรถไปด้วยพร้อมๆกันอาจไม่ปลอดภัยในยามค่ำคืนได้ แม้คุณเพื่อนอาจไม่ตื่นเต้นกับพลุแตกเท่าไหร่ แต่เสียงเราที่ส่งไปบิ้วข้างๆหูทำให้คุณเพื่อนเลยมีอารมณ์บรรเจิดกับพลุขึ้นมาบ้าง พลุที่กำลังระเบิดเต็มท้องฟ้าแม้จะไม่รู้แหล่งกำเนิดต้นตอจุดไฟและไม่ยิ่งใหญ่เท่าที่เคยเห็นจากกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวันลอยกระทง แต่ก็สวยงาม เพิ่งจะเคยจอดรถเปิดกระจกดูพลุก็ค่ำคืนนี้แหละ

หมดวัน หมดหลายมื้อ หมดหลายกิจกรรม เกือบหมดแรง

Advertisements