ธรรมะปีใหม่สู่ครอบครัวไทย “มีสติ-มองลึก-นึกไกล-ใจกว้าง”

 พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)  ได้ยกหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเตือนสติคนไทยว่า            

               “ในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ขอให้คนไทยรู้จักกินรู้จักใช้ เวลาบริโภคปัจจัยสี่ให้มุ่งประโยชน์อย่ามุ่งประดับ ถ้าเรามุ่งประโยชน์เราจะประหยัดโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเรามุ่งประดับ คือเอาตามแฟชั่น ตามเทรนด์ ตามแบรนด์เป็นตัวตั้ง มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ ฉะนั้นบริโภคปัจจัยสี่ให้มุ่งประโยชน์เป็นที่ตั้ง เช่น เสื้อก็บริโภคโดยเอาไว้ใช้ป้องกันอวัยวะที่ก่อให้เกิดความละอาย กันหนาว กันร้อน ถ้าเรามุ่งที่ยี่ห้อหรู ๆ เงินเท่าไหร่ก็ไม่พอซื้อ นาฬิกาถ้ามุ่งประโยชน์ก็บอกเวลา แต่ถ้ามุ่งประดับ ก็ต้องเป็นยี่ห้อแพง ๆ ก็ต้องจ่ายแพง เงินก็ไม่พอใช้ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาว่าเงินทองไม่พอกับความต้องการได้”

ขณะที่เด็ก ๆ หรือก็คืออนาคตของชาตินั้น เมื่อครอบครัวต้องเจอกับภาวะวิกฤติ หลักธรรมที่เด็ก ๆ ควรประพฤติปฏิบัติตัวในภาวะเช่นนี้คือ ศีล 5 นั่นเอง

        “เด็ก ๆ ในยุคนี้ในสมัยนี้ ก็ขอให้ปฏิบัติตนตามศีล 5 ชีวิตก็จะมีความร่มเย็นเป็นสุข
         ศีลข้อที่ 1 คืออย่าเบียดเบียนใคร
         ศีลข้อที่ 2 อย่าคอรัปชัน ในทุกรูปแบบทุกช่องทางทุกมิติ นอกจากไม่คอรัปชันเองแล้วก็ไม่ส่งเสริมให้คนอื่นคอรัปชันด้วย จงเป็นคนที่เห็นการคอรัปชันแล้วไม่อยู่เฉย
         ศีลข้อที่ 3 ก็อย่าละเมิดจริยธรรมทางเพศ อย่าไปมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนวัยอันควร
         ศีลข้อที่ 4 อย่าเป็นคนโกหกมดเท็จ
         ศีลข้อที่ 5 อย่าตกเป็นทาสสุรายาเสพติด ถ้าเด็กไทยทำได้แค่นี้ จะเป็นต้นกล้าที่ดีของสังคมไทยในอนาคตอย่างแน่นอน”

         ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่ยังคงคุกรุ่น และเต็มไปด้วยความขัดแย้งจากกลุ่มต่าง ๆ ท่าน ว.วชิรเมธีได้ให้ข้อคิดเตือนสติคนไทยเอาไว้ 4 ข้อก็คือ “มีสติ มองลึก นึกไกล ใจกว้าง” โดยจะเป็นทางออกของปัญหาสังคมในขณะนี้ได้ดีที่สุด
       
       “ท่ามกลางปัญหาวิกฤติ อาตมาคิดว่าคนไทยต้องดำเนินชีวิตด้วยความมีสติ เพราะถ้าเราไม่มีสติ การเมืองเข้มข้นแบบนี้อาจทำให้ถูกโฆษณาชวนเชื่อให้ตกเป็นฝ่ายโน้นเป็นฝ่ายนี้ และอาจเกลียดชังคนไทยด้วยกันเอง อาจต้องทำสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง สองต้องมองลึก มองลึกหมายความว่าเวลามองอะไรอย่ามองเฉพาะที่ตาเห็น มองอะไรให้ลึก ๆ เช่น เวลามองประชาธิปไตยก็อย่ามองแค่ว่า การเลือกตั้ง อย่าไปมองว่าประชาธิปไตยคือเสียงส่วนใหญ่เท่านั้น ถ้ามองลึก ๆ ลงไปจะพบว่า ประชาธิปไตยหมายถึงการที่ประชาชนทุกคนมีอำนาจตัดสินใจในเชิงนโยบาย ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ประชาธิปไตยมีทั้งทางตรง ทางอ้อม มีการถ่วงดุลและการตรวจสอบ ถ้าเรามองลึกเราจะไม่เห็นอะไรอย่างผิวเผิน จะไม่เป็นคนที่วินิจฉัยอะไรจากบุคลิกภาพภายนอกเท่านั้น”
       
       “ข้อต่อมาคือนึกไกล ต้องอย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ถ้าเรานึกไกล ๆ เราก็จะได้เห็นว่า ตัวเรามีประสิทธิภาพทางปัญญาแค่นี้ มีความสามารถที่จะเผชิญวิกฤติได้แค่นี้ จะทำอะไรอย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง นึกถึงคนอื่น นึกถึงสังคม นึกถึงประเทศไทย นึกถึงเวทีโลก เราจะกลายเป็นคนที่ตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ สุขุม”
       
       “และข้อสุดท้ายคือใจกว้าง อย่าผูกขาดว่าความคิดความเห็นของฉันเท่านั้นเป็นความคิดที่ถูกต้อง ดีที่สุด ใช้ได้แล้ว ใครเห็นไม่ตรงกับฉัน เป็นฝ่ายตรงข้ามกับฉัน เพราะฉะนั้นเขาจึงมีศักดิ์ศรีความเป็นคนน้อยกว่าฉัน ฉันจะต้องเล่นงานเขา นี่แหล่ะเรียกว่าใจแคบมาก ๆ เราจงเป็นคนใจกว้าง ให้เราเปิดใจให้กว้างแบบนี้อยู่เสมอ แล้วเราก็จะอยู่ท่ามกลางความคิดเห็นแตกต่างได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข เจริญพร”

##อ่านแล้วชอบ จาก Manager Online วันนี้##

Advertisements