เชียงใหม่ (6:00) – ถนนวัวลาย -โจ๊กหลัง มอชอ – ถนนนิมมานเหมินทร์ (Wawee Coffee, Iberry by Udom) – เย็นตาโฟศรีพิงค์ – ดอยสุเทพ – อุทยานแห่งชาติดอยปุย – ร้าน Good View – ถนนคนเดิน (Walking Street)- ศรีสุพรรณเกสต์เฮ้าส์ (23:30)
 
สถานที่ข้างบนผ่านตา ผ่านเท้า ผ่านเข้าปาก ผ่านไปเห็น ผ่านไปเจอ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป วันนี้ทั้งวัน

รถตู้ Toyota ทะเบียน ฮง 8707 พาชาวเรามาถึงชียงใหม่อย่างปลอดภัยราวๆ ตีห้ากว่าได้ คุณน้องเก่ง ขับรถนุ่มนวล เหยียบไม่เร็วแรงจนเกินไปและไม่แซงซ้ายปาดขวาให้หวาดเสียว แม้เราหลับมาตลอดทางโดยส่วนใหญ่ แต่ประเมินให้คะแนนการขับรถหนแรกโดยใช้ความรู้สึกจากที่ตัวเราที่ตัวไม่เอน ไหวเอียงไปมาและคำวิจารณ์จากthe GanG!ร่วมทริปเป็นเกณฑ์ตัดสิน มีจอดแวะพักรถ ยืดเส้นขยับแข้งขาและฉิ่งฉ่องกันตามปั๊มเป็นระยะๆ เราใช้บริการระบายทุกข์ไปทุกจังหวัดที่ผ่านไป

ขอเล่าถึงคนขับรถตลอดทริปของเราเสียหน่อย หนุ่มน้อยคารมยียวนกวนๆ แต่ก็สุภาพคุยถูกคอเข้ากันได้ดี สนุกสนาน ฮาฮา ต่อปากต่อคำกันไปเรื่อยๆ แต่ก็มีอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดบ้างตามประสาเด็กน้อย เป็นคอบอลอังกฤษเหมือนกันแต่แฟนปีนใหญ่ อาร์เซนอล และเพิ่งมารู้ทีหลังว่า มังไม่ชำนาญทางเหนือและไม่เคยขับไปแม่ฮ่องสอนอีกต่างหาก ตลอดทริปเลยต้องช่วยกันหาทาง เปิดแผนที่ หลงบ้าง จอดถามทางกันไปตลอด…เหมือนได้เที่ยวไปพร้อมๆกัน แต่มันเที่ยวฟรีแค่เหนื่อยขับรถ หลายคืนที่พวกเราต้องนอนหนาวในเต้นท์แต่คุณน้องเธอกลับได้ที่พัก VIP นอนเหยียดยาวอบอุ่นอยู่ในรถตัวเอง หนุ่มน้อยท่าทางแนวช่างกลคงฆ่าเวลาด้วยการเปิดดูหนังซีรีย์เกาหลีที่เราทิ้งไว้ในรถจนติดงอมแงม จอดยาวเวลาเราแวะเที่ยวเป็นต้องร้องเปิดดูต่อ ถึงกับขอ copy เอาไว้ดูต่อให้จบกันทีเดียว…หมดแมนเลยวุ้ย! ฮ่า ฮ่า ยังมีชาติตระกูลสูงได้อีกนะคุณคนนี้ ไม่สนเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อไหน ขอดื่มชาเขียวโออิชิ และน้ำดื่มคอลลาเจนแทน มันว่า ชื่นใจดีเพ่!

สมาชิก 7 คนน่าจะกำลังพอดีสำหรับการเดินทางไกลโดยรถตู้ จับคู่นั่งแบบหลวมๆแถวละ 2 คน เหยียดขาเปลี่ยนท่านั่งได้สบายๆไม่ต้องเบียดกันเกินไป พี่ช่อนนั่งหน้าเป็น navigator และเป็นเพื่อนคุยคู่หูกับคนขับ แถวหน้าสุดพี่ณาและพี่แจงจองที่ติดกระจกคนละฝั่งโดยเว้นที่ตรงกลางไว้แบบเกรงใจ แถวหลังสุดไม่ต้องสงสัยเป็นเรือนหอของคู่หวานพี่กกและน้องหญิง เราจับจองแถวกลางตลอดการเดินทาง ตีตั๋วนอน(ตักพี่เค็ก)บางครั้ง แอบเอาเปรียบคนข้างๆที่ต้องนั่งตัวตรงมาตลอด หมอนน้อยของแถมที่แปลงร่างเป็นผ้าห่มคลุมได้สองคนกำลังดี มีประโยชน์เหมาะกับการพกพาเวลาไปเที่ยวด้วยจริงๆ

มาถึงเชียงใหม่ตั้งแต่เช้ามืด แวะปั๊ม ทำกิจส่วนตัว แขะขี้ตา เอาน้ำลูปผมตั้งให้ลีบกลับสู่สภาพเดิม แล้วออกมายืนกลางลานกว้างสัมผัสความเย็นของอากาศหนาวประจำเมืองเหนือเสียหน่อย ลมหนาวมาปะทะตัวจนต้องห่อไหล่เอามือกอดอกหรือไม่ก็ล้วงกระเป๋าเป็นการสะกิดให้รู้ว่าถึงแล้วแน่แท้เมืองเหนือที่ฝันถึง แม้ไม่หนาวแรงมากเท่าไหร่แต่ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯก็ทำให้คนเมืองสูดลมเข้าปากร้องหูยได้ ตัวสั่นไปไม่น้อยเวลาลมหนาวพัดเฉียดมา จนต้องขยับตัวหรือทำท่าการบริหารอบอุ่นร่างกายสู้กับการต้อนรับของอากาศเจ้าถิ่น เมื่อถึงตัวเมืองไม่รู้ว่าหนาวหรือนอนกันจนหมดแรง รีบขับรถวนหาอะไรร้อนๆใส่ท้องเพิ่มความอบอุ่นกระตุ้นร่างกายกันโดยด่วน เริ่มดูแผนที่วางแผนมั่นเหมาะว่าจะกินโจ๊กต้นพยอม หลังมอ แต่จากความมืดยามเช้าใกล้รุ่งยังไม่ชินทางเลยหลงวนไปมาจนท้องทนไม่ไหว จอดข้างทางเอาร้านใกล้ที่สุดก็แล้วกันนะ

อิ่มท้อง เติมความอุ่นเข้ามาบ้าง พอปรับตัวกับอากาศหนาวยามเช้ากันได้ สมองตื่นหายงัวเงียกัน เริ่มต้นหาที่พักสำหรับคืนแรกที่เมืองเชียงใหม่ซึ่งเราไม่ได้จองไว้ล่วงหน้า พี่กกเสนอให้พักที่ศรีสุพรรณ์เกสต์เฮาส์ อยู่บนนถนนวัวลาย เพราะเป็นถนนเส้นเดียวกันกับถนนคนเดินวันเสาร์ที่เราจะมาเดินเที่ยวเป็นโปรแกรมปิดท้ายสำหรับคืนวันแรกในเมืองเชียงใหม่

หลังจากแวะเข้าไปดูห้องพัก สภาพเหมาะสมกับราคา ตรงใจที่อยากได้ที่พักใกล้ถนนนเดินและอยู่ในบัดเจ็ดที่วางไว้ เปิดมาเลยห้องพัดลม บรรยากาศส่วนตัว คืนละ 350 บาทเอง ห้องไม่ใหญ่และไม่ใหม่เท่าไหร่นัก แต่เอาแหละแค่คืนเดียว เดี๋ยวก็ออกไปตะลอนเที่ยวกว่าจะกลับเข้าห้องก็คงมีเวลาใช้มันไม่เท่าไหร่ ประหยัดเงินเอาไว้ใช้วันข้างหน้าดีกว่า… 

หลักจากเข้าที่พักเรียบร้อย ช่วงเช้าให้เวลาพักผ่อนส่วนตัวกันตามอัธยาศัย พี่แจงขอนอนพักฟื้นฟูเรี่ยวแรงอยู่ที่ห้อง พี่กกและน้องหญิงขอถอนตัวไปในวินาทีที่พี่เค็กไปเคาะประตูเรียก เหลือพี่ณา พี่เค็ก พี่ช่อนและ Minty ยังคึกคักเหมารถสองแถวสีแดงขับผ่านคูเมืองไปเที่ยวร้านฮิปๆในซอยนิมมานเหมินทร์กัน บอกให้รถพาไปส่งที่ร้านกาแฟวาวีเป็นที่แรก สั่งกาแฟ ชาเย็น และโกโก้มา 3 แก้วกินเล่นๆ แล้วใช้แก้วติดยี่ห้อร้านเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากถ่ายรูปชัดลึกตื้นเบลอคู่กับป้ายร้านกันอย่างสนุกสนาน พี่เค็กกะพี่ณาใส่เสื้อขาวผ้าพันคอสีชมพูเข้ากับบรรยากาศร้านหวาน สองสาวโพสท์ท่าถ่ายรูปตามคำบอกอย่างน่ารักแถมตั้งฉายาให้ตัวเองเป็น แอน-นัทรักไม่จำกัดอีกต่างหาก

รูปถ่ายผ่านเลนส์ไปเกือบร้อยช็อตหลายมุมมองหลายอารมณ์ จึงเดินเรียบข้างทางมุ่งสู่ถนนนิมฯ ซอย 11 ไปยังร้าน I berry ของคุณอุดม แต้พาณิชย์ ที่มาจากคำแนะนำตามสายของคุณ Elle ร้านนี้อยู่ในซอยค่อนข้างลึกและหลายเลี้ยว หลงเข้าผิดซอยเสียเหงื่อยไปหลายหยดเหมือนกัน แต่เมื่อไปถึงร้านก็ไม่ผิดหวัง ได้เจอคุณ Udom ตัวเป็นๆด้วย เลยขออนุญาตถ่ายรูปหมู่เสียหลายใบ เริ่มสร้างภาพราวกับว่าเราเป็นแฟนคลับชอบท่านพี่มากๆและแกล้งตีซี้จนพี่ Udom หันมาถ่ายรูปให้พวกเราเสียเองและยังมาหิ้วน้องหนอนของเราไปถ่ายนู่นนี่รอบๆร้านจนหนำใจในสไตล์อุดมเค้า จากกันด้วยภาพถ่ายหมู่ยืนหน้าเจ้าหมาตัวยักษ์สีเหลืองที่เคยเป็นโลโก้เดี่ยว 7 นั่นเอง อุดมจากไปขายของต่อในร้าน เรารอซักพักจนถึงจังหวะอุดมเผลอ รีบเดินแว็บออกจากร้านไปโดยไม่ได้อุดหนุนไอติมซักกะก้อนนึง 555…มันรวยแล้วนี่! แต่ร้านน่ารักดีนะ

ร้านรวงรอบรอบรายเรียงรายทางตามถนนนิมมานเหมินทร์ แต่งร้านน่ารักเก๋กู๊ดเปิดรอต้อนรับลูกค้าเรียงๆกันมากมาย สมฉายาร้านฮิปๆที่เล่าสู่ส่งต่อกันทางเนทจริงๆ บรรยากาศร้านที่มีแดดอ่อนๆเหมาะกับการถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง พวกเราเดินไปถ่ายภาพรอบกายไปเรื่อย ก่อนนั่งรถสองแถวสีแดงประจำเมืองไปรวมพลที่เกสต์เฮาส์พร้อมท่องเที่ยวร่วมกันยามบ่ายต่อตามโปรแกรมที่กำหนดไว้

ครบทีมเริ่มเติมพลังมื้อกลางวันที่ร้านเย็นตาโฟศรีพิงค์หลังมอชอ ร้านดังคนกินแน่นจนโต๊ะแทบทะลักออกไปกลางถนน เพิ่งเคยกินเย็นตาโฟที่น้ำซุปอร่อยมากแต่ใส่น้ำส้มพริกดองตำละเอียดออกรสเผ็ดจัดเปรี้ยวจี๊ดทำเอาเราแสบปากหุบไม่ลง จนต้องยอมแพ้กินแต่เส้นเว้นน้ำคืนใส่ถ้วยไว้อย่างเดิม

มาถึงเชียงใหม่ ก็ต้องไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพตามระเบียบ วางแผนโดยขึ้นกระเช้าไปแล้วเดินบรรไดตอนลงเอาบรรยากาศ เมื่อขึ้นไปถึงพระธาตุ ความกระวีกะวาดทะมัดทะแมงแปลงร่างไปไม่น้อยเพราะเรากะพี่แจงนุ่งสั้นจนเกินงาม พี่แจงต้องเช่าผ้าซิ่นแดงแบบสาวเหนือ เราทนนุ่งผ้าถุงไม่ได้หลังจากลองพยายามแล้ว เลยขอเช่ากางเกงเลมาปกปิดท่อนล่างแทน ช่วงนี้พระธาตุคู่เมืองเชียงใหม่กำลังบูรณะปรับปรุง แม้ดูเหมือนใกล้จะเสร็จแล้วแต่ยังมีนั่งร้านสีเหลืองล้อมรอบองค์พระธาตุลดทอนความงามยามสะท้อนแสงแดดตอนถ่ายรูปไปพอสมควร

หลังจากไหว้พระ เดินรอบพระธาตุ 3 รอบเพื่อความเป็นสิริมงคลและขอให้การท่องเที่ยวเมืองเหนือตลอดทริปปลอดภัยไร้กังวล โปรแกรมต่อไป คือ ไปดูหมู่บ้านชาวเขาที่ดอยปุย แต่เมื่อขับขึ้นเขา  ถนนมันแสนชัน ลดเลี้ยวเคี้ยวคด และค่อยๆเล็กลงเรื่อยจนแทบจะสวนกันไม่ได้น่าสงสารทั้งคนและรถ เมื่อไปจนถึงอุทยานแห่งชาติดอยปุยก็ยังเหลือระยะทางต้องไปต่อให้ถึงหมู่บ้านอีกเกือบ 5 กิโล ลงมติยอมแพ้ไม่ไปต่อเพราะมันเสียวเกินและเกือบห้าโมงเย็นเริ่มย่ำค่ำใกล้มืดแล้ว แวะถ่ายรูปที่อุทยานพักเหนื่อยแล้วลงไปตั้งหลักพื้นราบ เข้าเมืองไปหาข้าวเย็น Dinner กินชิลล์ๆกันดีกว่า

ร้านนี้เราเสนอ คิดจะไปตั้งแต่อยู่กรุงเทพแล้ว คือ ร้าน Good View หลายคนเคยไปนั่งมาแล้วแต่ใจดียอมตามใจให้เราได้ไปหย่อนก้นร้านฮิตบ้าง ร้านนี้ด้งไปถึงกรุงเทพฯเชียวและยังใหญ่โตกว้างขวางราวกับนั่งกินร้านแถวๆเลียงทางด่วนในกอทอมอไม่ปาน ได้กินอาหารค่ำมืดพร้อมสัมผัสอากาศหนาวชมวิวจากริมแม่น้ำปิงสมใจ เราจะได้เอาไปเมาท์คุยโม้กับเพื่อนได้บ้าง มี LIVE ที่ร้องแต่เพลงฝรั่งด้วย แต่เราไม่ค่อยสนใจ นั่งกินข้าวจิบบรรยากาศพร้อมดูบอลรอบรองระหว่างทีมไทยกะสิงค์โปร์ที่จบพร้อมชัยชนะอย่างสวยงาม ตลอดการแข่งขันสุดลุ้นสร้างเสียงกรี๊ดวี๊ดว้ายให้พี่แจงและ minty เกือบตลอดเวลา พอบอลจบจึงจากลาร้านฮิตไปเดินถนนคนเดินต่อ

ถนนคนเดิน (Walking Street) วันเสาร์จะมีที่ถนนวัวลาย แม้จะเล็กและของขายน้อยกว่าตลาดคนเดินวันอาทิตย์ที่ถนน______(จำไม่ได้วะ)อยู่แถวๆคูเมือง  ของที่วางแบกะดินขายสองข้างทางยามเดินเล่นให้เดินมอง ส่วนใหญ่เป็นของกิน สินค้าพื้นเมือง พวกผ้าพันคอ เสื้อยืดพิมพ์ลาย ของฝากของที่ระลึก ของ hand made แนวเก๋ไก๋ต่างๆนานามีให้เลือกชมและช็อบมากมาย พี่กกและน้องหญิงขอแยกตัวไปนอนก่อน จึงเหลือเฉพาะพวกเราเดินกระจายรายได้ไปหลายร้านอย่างทั่วถึง แต่คนที่ทำให้เงินสะพัดทั่วเชียงใหม่ที่สุด คือ พี่เค็ก จนเราแซวว่า พี่เค็กมากระตุ้นเศรษฐกิจเมืองเชียงใหม่แต๊ๆเนาะ พรุ่งนี้ GPD ของเมืองนี้คงปรับตัวสูงขึ้นไม่น้อยแน่ๆ อิอิ… เราไม่ได้ซื้ออะไร แค่เดินตามดูของกับร่วมด้วยช่วยต่อราคาไปเรื่อย พี่แจงเด็ดกว่า ทำตัวเนียนพูดเหนือจ๊าวเนาะสำเนียงทอแดงต่อราคาไม่หยุด สร้างความฮาไปทั่วแม้กระทั่งร้านข้างๆยังหันมาขำด้วย ช่างไม่อายกันเน๊าะ!

ที่พักที่เลือกสรรจากการวางแผนมาอย่างรอบคอบ อยู่บนถนนวัวลายเช่นเดียวกัน พอเดินถนนคนเดินจนเหนื่อยหนำใจ จนกระทั่งตลาดใกล้เลิกร้านค้าเริ่มเก็บของบ้างแล้ว จึงเลี้ยวซ้ายเข้าที่พักกันตอนเกือบเที่ยงคืน แยกย้ายห้องใครห้องมัน เหนื่อยกันไม่น้อยสำหรับโปรแกรมเบาๆในวันแรกของทริป

กลางคืนในตัวเมืองยังไม่หนาวเท่าไหร่ นอนหลับได้สบายๆ แต่เราแค่แง้มหน้าต่างไว้นิดเดียวให้อากาศไหลไปมาได้เพราะไม่รู้ว่าดึกกว่านี้จะเย็นลงอีกหรือเปล่า คืนนี้นอนกะพี่เค็กห้องพักเตียงคู่ No.207 ที่เปิดประตูหลังห้องมาเจอบ้านของชาวบ้านเรียงเป็นแถวๆแต่ก็เงียบดีไม่จอแจเหมือนติดถนนใหญ่

ห้องเรามีทีวีเครื่องกระจิ๋ว 14″ แต่ไม่มีสัญญาณจอกลายเป็นสีฟ้า แอบเซ็งเล็กๆ โชคดีที่เจอ wifi แถวๆนั้นแต่ network ไม่แรงกระฉูดเท่า hi-speed มีแค่ขีดเดียว เราเลยปลุกน้อง One ออกมา connect อัพเดท Hi5 แล้วโหลดรูปไปเก็บไว้ที่โฟลดเดอร์ Day_1ก่อนนอนเสียหน่อย พี่เค็กหลับไปซักพักแล้วพร้อมเพลง ถ้ายังรัก ของเครสเชนโด้ที่เปิดกล่อมทำลายความเงียบจาก notebook ที่พามาด้วย 

นอนคว่ำบนเตียงใช้เวลาเที่ยวโลกไซเบอร์กับน้องOneตามลำพังได้ไม่นาน ความเหนื่อยจากการเดินทางไกลมาทั้งคืนและการท่องเที่ยวมาทั้งวัน ทำให้คอเริ่มตก ง่วงแล้ว หาวยาวๆหลายครั้ง จึงปิดไฟพลิกตัวนอนหงายใต้ผ้าห่มเตรียมนอนในอากาศหนาวนิดๆเย็นสบายดีพอให้รู้สึกสัมผัสได้ว่าอยู่เหนือแล้วนะเรา หนาวแค่นี้เหมือนวอร์มอัพร่างกายเตรียมไว้สู้กับหนาวระดับสูงกว่านี้ในคืนต่อไปบนดอยต่อๆไป เข้านอนเพิ่มพลังและพักร่างกายให้พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวโปรแกรมต่อไปวันพรุ่งนี้ดีกว่า…

Advertisements