เช้านี้ตื่นกันแต่เช้าตามเคย วันนี้จะเหลือห้องแค่ 1 ห้อง คือห้องที่สี่สาวนอนกันเมื่อคืนนี้เท่านั้น พี่กกลองขี่มอไซต์ไปสอบถาม Guest House ด้านในว่ายังพอมีห้องเหลือได้ซักห้อง-สองห้อง ซึ่งบางห้องต้องกางมุ้ง บางห้องต้องใช้ห้องน้ำรวม เมื่อเจรจากับพี่พัท ก็ยินยอมให้พวกเราอัด 7 คนในห้องนี้ได้ ด้วยความใจดีและถูกคอดวงต้องกันบ้างกระมัง คืนนี้เราเลยได้นอนรวมหมู่ ให้ชายหนุ่ม 2 คนนอนห้องใน แล้วสาวๆทั้ง 5 นอนด้านนอก

รู้สึกเสียใจที่ทำให้พี่กกและน้องหญิงต้องนอนแยกกันเป็นคืนแรก แต่เรากะพี่แจงไม่ห่วงเรื่องที่นอน เพราะคืนนี้เป็นคริสมาสต์อีฟ เราจะเที่ยวราตรีแสงสีส่งท้ายก่อนลาเมืองปาย เดินดูหาหนุ่มน้อยน่ารักๆตรงสเป็คเหมือนกันตามถนนคนเดิน ซึ่งเราสองอาจจะกลับเอาตอนเช้าหรือนอนข้างถนนกันก็ได้

พอหมดห่วงเรื่องที่ซุกหัวนอนไป พี่เค็ก นางงามมิตรภาพของพวกเราจัดแจงให้ทาง Guest House ทำข้าวต้ม กาแฟ ไมโล ขนมปังปิ้ง จัดโต๊ะอาหารอบอุ่นกินอาหารเช้ากันริมแม่น้ำปายยามเช้าที่มีหมอกลงเบาๆ เพื่อขอบคุณต่อเรื่องราวเป่าเค็กที่พวกเราจัดให้เมื่อคืนวาน

หลังกินข้าวอิ่มหนำสำราญ เราเตรียมตัวให้พร้อมกับการเที่ยวตะลุยทั่ว ปะ ปาย แบบแอดเวนเจอร์ตลอดทั้งวันกัน กางแผนที่ขี่มอไซต์คู่ชีพบิดเที่ยวสัมผัสเมืองปายแบบใกล้ชิด หายใจเอาปายเข้าเต็มๆ ให้ลมโดนตัว ปล่อยผมปลิวว่อน ฝุ่นติดหน้า แดดจะเผาตัวดำไปบ้างก็ช่าง โดยให้รถู้จอดนิ่งพักรถให้พร้อมและให้คุณน้องเก่งนอนดูซีรีย์เกาหลีต่อให้สบายใจ เราจะเที่ยวปายแบบส่วนตัว ก้นติดเบาะบิดคันเร่งไปไหนๆดัวยมือเราเอง

ราวๆ 9 โมงเช้าล้อหมุนไปเที่ยวกัน เราจะขับชิดซ้ายต่อแถวกันช้าๆ เพื่อความปลอดภัยและละเลียดเก็บบรรยากาศเมืองปายสองข้างทางให้เต็มที่ หลังจากคิดโปรแกรมการท่องเที่ยวอย่างคร่าวๆเรียบร้อย พี่กกและน้องหญิงรับอาสานำทัพ พี่แจงขี่มีพี่ณารับบทสาวก๊อยส์ ตามด้วยmintyให้พี่เค็กซ้อนเกาะท้ายน้องหนอนนั่งตักเราไปด้วย โดยมีพี่ช่อนขับปิดขบวนเพื่ออารักขาสาวๆ

เราหันไปบอกพี่เค็กอย่างซึ่งๆว่า วันนี้จะขอขี่ให้พี่เค็กนั่งเองก่อนที่พี่เค็กจะไปเวียดนาม หลังจากที่พี่เค็กขับรถโรงเรียนส่งเรากลับบ้านมานานแล้ว แม้จะเป็นแค่มอไซต์แต่เราจะขี่ให้เบาและนุ่มนวลที่สุดพี่เค็กเชิญนั่งให้สบายนะ พี่เค็กซึ่งใจไปกลับคำพูดเอาใจเวอร์ๆของเราจนได้ อิ อิ อิ

ขับออกเมืองไปทางปางมะผ้ากันก่อน ผ่านที่ฮิปและกำลังฮิตติดกระแสหลักของปาย ณ ขณะนี้ คือ ร้านกาแฟ Coffee In Love ร้านตั้งเด่นริมถนน มองเห็นได้ง่ายมาก มีป้ายบอกเตือนก่อนถึงมาแต่ไกล และไม่มีใครขับผ่านร้านนี้ไปง่ายๆแน่ เพราะแค่ชื่อร้านก็เด่นแนวได้ใจ ด้วยคำว่า Coffee In Love เป็นตัวๆตั้งเรียงรายไว้ให้ถ่ายรูปอยู่ริมถนนนั่นเอง ร้านนี้โด่งดังมาคู่กับละครเรื่อง อุบัติเหตุรักข้ามขอบฟ้า

พวกเราจอดรถตรงดิ่งเข้าไปถ่ายรูปกันทันที มองวิวจากร้านเห็นทิวเขาซ้อนๆกันสวยสุยสายตา มีมุมน่ารักๆตกแต่งพร้อมจัดรอไว้ให้เลือกถ่ายรูปกันหลายมุม สั่งกาแฟแก้เขินมากินหน่อย แต่คนเยอะแน่นร้าน แดดก็เปรี้ยงแรงยังไม่เหมาะต่อการถ่ายรูปและป้ายอักษรเดี่ยวของร้านก็ถูกรถจอดซ้อนปิดบังจนถ่ายรูปไม่ได้ เราเลยขี่มุ่งหน้าไปเที่ยวที่อื่นกันก่อน

เรียงแถวไปจอด ณ สะพานประวัติศาสตร์ (ท่าปาย) ที่นี่เป็น Landmark ของเมืองปาย เป็นสะพานเหล็ก สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยทหารญี่ปุ่น
เพิ่งจะสายๆแต่แดดแรงและร้อนมากจนพี่เค็กปลดเปลื้องชุดคลุมกันหนาวออกหมดเสียที แวะถ่ายรูปคู่กับสะพานท่าต่างๆนานาไม่รู้กี่ท่ายามสะพานคนว่าง เริ่มเหนื่อยอ่อนจากความร้อนแรงของแดดที่มาไล่ความหนาวเย็นสบายไปอย่างรวดเร็วจนทนไม่ไหว ขี่รถข้ามถนนไปหาที่เย็นๆกินกาแฟกันอีกแล้วที่ร้าน Wawee Coffee สาขาเมืองปายโดยด่วน

นั่งเย็นๆพักเหนื่อยป้องกันการเป็นลมแดด จิบน้ำส้มหรือคาราเมลปั่นเย็นๆแทนกาแฟในร้านน่ารักๆติดแอร์เย็นฉ่ำ รอให้หายเหนื่อย เหงื่อแห้งสดชื่นซักพัก จึงออกเดินทางขี่รถเที่ยวกันต่อ หายเหนื่อย กลับมาสนุกสนานเต็มที่อีกครั้ง ขี่รถต่อแถวไปเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนท่าปาย ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เป็นบ่อเล็กๆ 2 บ่อเอาไว้ให้ลองต้มไข้เล่นกัน จอดรถเข้าไปดูแล้วจากไปมุ่งหน้าต่อไปไหว้พระธาตุแม่เย็นกันดีกว่า ระหว่างทางผ่านวัดเล็กแห่งหนึ่ง ดูชนบทเงียบดี เลยเลี้ยวรถแวะไปถวายสังฆทานที่พี่ช่อนหิ้วห้อยแขนมาด้วย วันนี้เล็กและเงียบมากๆ เจอพระแค่รูปเดียว นั่งอยู่ที่ศาลาที่น่าจะจำวัดตรงนี้ด้วย เพราะเห็นมีที่นอนและอุปกรณ์ทำครัวอยู่ติดอีกมุมศาลา พวกเราเข้าไปนิมนต์ถวายสังฆทาน พระสวดให้พรเป็นภาษาเหนือนะ ก็แปลกๆแต่อิ่มใจดี

ขับตรงดิ่งท่ามกลางป่าไม้เมืองปาย ผ่านหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ที่พักนอกเมืองตามขุนเขามากมาย ก่อนจะไปนมัสการพระธาตุแม่เย็น ที่นี่สามารถชมวิวเมืองปายและเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามด้วย

เลยเวลามาจนบ่ายนิดๆ ได้เวลาหาข้าวเที่ยงใส่ท้องกันแล้ว เลยขี่รถเรียงแถวกลับเข้ามาในเมือง ระหว่างทางที่ขี่รถไม่เบื่อเลย มีอะไรให้ดูตลอดสองข้างทาง ปายมันมีเสน่ห์ไปทั่วทั้งเมืองจริงๆ กลางวันเราไปกินผัดไทหน้าวินกัน พักเหนื่อยอิ่มท้อง เส้นเรียงตัวดี กิน pepsi เย็นซ่าดับร้อนแก้กระหาย เราจะตะเวนเที่ยวกันต่อ คราวนี้จะออกนอกเมืองไปอีกด้านไปทางสนามบิน ผ่านปากซอยบ้านกลางปาย ที่เกือบจะได้ไปนอนแกร่วที่นั่นแล้วด้วย

ถนนทางนี้ไม่ใหญ่นัก สองข้างทางมีต้นสักปลุกเรียงเป็นแถว วิวสวยดี ขี่ชมวิวคุยกับรถพี่แจง เห็นพี่กกชี้นกให้น้องหญิชมไม้เป็นระยะ ไม่นานนักก็ไปถึงวันน้ำฮู วัดอันซีน ที่มีพระประธานสามารถเปิดเศียรและมีน้ำซึมอยู่ภายใน ที่วัดนี้ยังมีศาลากลางน้ำ ประดิษฐานรูปปั้นของพระนเรศวรและพระเอกาทศรสให้เข้าไปกราบไหว้ได้ และยังมีสถูปเจดีย์บรรจุพระอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยาด้วย ตรงศาลากลางน้ำยังเต็มไปด้วยปลามากมาย พี่เค็กนางงามมิตรภาพและพี่นางนางงามจิตใจดีรักเด็ก ทั้งสองช่วยกันซื้ออาหารปลามาโปรยให้ปลาน้อยใหญ่ในบ่อกินกันพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ หน้าตายิ้มแย้มสนุกสนาน

อยู่ที่นี่ซักพักใหญ่ บิดรถขึ้นเขาชันพอควรไปหมู่บ้านสันติชลหรือศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนานแห่งเมืองปาย เดินตรงไปเล่นโล้ชิงช้า พี่กก น้องหญิง พี่เค็ก พี่ช่อน อาสาลองขึ้นไปนั่งชิงช้าที่เล่นได้ 4 คนนั่งคนละด้าน ใช้แค่มือเปล่าเกาะคานด้านหน้าตัวไว้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆ มีคนข้างล่างคอยดันตัวเราส่งให้ชิงช้าสวรรค์โล้หมุนรอบตัวเองเป็นวงกลม เสียวๆเริ่มส่งเสียงกรี๊ดกันใหญ่ พี่เค็กผู้ใจกล้าร้องขอลงทันทีที่ชิงช้าหมุนเปลี่ยนทิศเป็นกลับหลังแทน เราขึ้นนั่งบ้าง คราวนี้หมุนเร็วมาก เราเกาะคานแน่น ขาเหยียดตรงไปข้างหน้าตลอด เวลาชิงช้าเราขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดมองลงมาเสียวปรี๊ด ถ้าตกลงมาขาแข้งอาจไม่ตรงเหมือนเดิมได้ ที่นี่ยังมีบ้านดิน ชาจีนชั้นเลิศ และอาหารยูนานแสนอร่อยรอให้ลิ้มลองกันด้วย

ไปนั่งพัก ลดอาการวินเวียนหลังเล่นชิงช้ากันเมื่อกี๊ บางคนถึงกับดมยาดมเชียว คราวนี้จะขี่รถไปน้ำตกหมอแปง หามุมร่มเย็นติดธรรมชาติ แกว่งขาเล่นน้ำตกพักเหนื่อยกัน สองข้างทางเป็นป่าเขาเขียวขจีกับหมู่บ้านเล็กๆ ยิ่งขี่รถสูงขึ้นเข้าไปลึกๆยิ่งอากาศเย็นชื่นเหมือนมีน้ำเย็นอยู่ใกล้ๆ เรายิ่งหนาวมากขึ้นเพราะตอนนี้รถเราเข็มน้ำมันลงมาอยู่ที่ขีดแดงแล้ว เริ่มมองหาปั๊มหลอดเติมกันหมดไว้ก่อน แต่พี่ช่อนกะพี่กกเหลือบมาเช็คให้แล้วบอกว่าสบายมากๆ ขับรอบเมืองปายได้อีกตั้งรอบนึง เราเชื่อ แต่ขี่ไปมองเข็มน้ำมันไปตลอดทาง 

น้ำตกหมอแปงไม่ใหญ่นักอยู่ในช่วงน้ำน้อยพอดี แต่ที่นี่อากาศเย็นสบายตัว พี่กกปีนหินไปยืนเด่นอยู่ไกลๆ เรากะพี่แจงถอดรองเท้าแตะน้ำจ๋อมแจ๋มเล่นอยู่ตรงแอ่งใกล้ๆ เที่ยวกันจนครบโปรแกรมจึงขี่รถย้อนกลับขับเมือง ขี่รถท่ามกลางแสงแดดจากดวงอาทิตยใกล้จะตก ได้อารมณ์โรแมนติกนิดๆดี

พวกเรายังคงขี่ต่อแถวรักษาระเบียบอย่างดี ไม่มีการขี่หวาดเสียวให้ตื่นเต้นกัน ขี่มาจนถึงตัวเมืองปายจุดเริ่มต้น คราวนี้เรานำไปถ่ายรูปกับบอร์ดติดป้ายที่พักตรงสี่แยก ที่เราเคยมายกกำปั้นสองมือถ่ายกับบอร์ดนี้ของปายจนใครๆชอบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ครั้งนี้เราและทุกคนได้ถ่ายกับบอร์ดยาวนี้แบบยกกำปั้น 2 มือขึ้นเหนือหัวท่าเดิมกับเรากันทุกๆคน หน้าบานสมใจได้ถ่ายรูปความรู้สึกเดียวกับครั้งเก่าอีกครั้ง

ย้อนรอยไปเก็บตก ถ่ายรูปที่ร้าน Coffee In Love กันด้วยแสงแดดยามเย็น พระอาทิตย์ใกล้ตกอีกครั้ง คราวนี้ไม่เข้าไปในร้านจนต้องอุดหนุนกาแฟแก้เก้อ เรายึดด้านหน้าป้ายตัวอักษร โลโก้ของร้านถ่ายรูปกันอย่างเดียว ครั้งนี้ไม่มีรถจอดขวางเลยถ่ายรุปหมู่คู่ที่เก็บคำว่า C o f f e e in  L o v e  สัญลักษณ์ของร้านได้หมดทั้งภาพ วนเวียนถ่ายทุกอย่างทีมี คำว่า Coffee in Love ติดอยู่ ทั้งป้ายไม้หน้าร้าน ตู้ไปรษณีย์ หน้ารถกระบะแดงไม่พอขอปีนขึ้นไปถ่ายทำเท่ห์บนกระบะ จนคนอื่นมาถ่ายตามบ้าง ได้รูปครบทุกๆมุมเช็คแล้วสวยจนพอใจ เลยขี่รถกลับไปทางถนนคนเดิน ไปถ่ายรูปกับสะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำปายกัน เก็บของดี มุมไฮไลท์ โลโก้ประจำปายกันให้หมด

ระหว่างทางพี่กก หันไปเจอป้าย หลักกิโลสีขาว เขียนว่า  ปาย 1 กม. เรากระโดดลงขอเดี่ยวทันที 2 ใบ ก่อนรวมก้อนถ่ายกลุ่มกับป้าย 1 กม.ไว้เป็นที่ระลึก แต่อิจฉาพี่กกกะน้องหญิงที่เช้าวันรุ่งขี้น ตื่นแต่เช้าได้ถ่ายคู่กับ ป้ายหลักกิโล ปาย 0 กม.เอามาอวดเราใหญ่ จริงๆหลักกิโลอันนี้เคยได้ยินมาว่า ไม่ใช่หลักของจริง เอามาติดไว้ให้ถ่ายรูปเล่นกันมากกว่า…

กลับมาปักหลักที่ Baan Tawan หลังจากเที่ยวละไม ไปตะลอนเจาะเมืองปายทุกซอกมุมจนค่ำมืด อาบน้ำพักผ่อนกันพองาม ก่อนออกไปหาขนมจีนร้านอร่อยกินที่ถนนคนเดิน เดินกินโรตี เก็บตกบรรยากาศถนนคนเดินอีกรอบ วันนี้ 24 ธันวา หรือคริสมาตอีฟ ที่คาดว่า ถนนคนเมืองคงคึกคัก ฝรั่งออกมาเตรียมฉลองคริสมาสกัน แต่แปลกมากถนนคนเดินเงียบกว่าเมื่อวาน มองไปตามร้านเหล้า ร้านนั่งกินก็ไม่มีฝรั่งนั่งสิงจองโต๊ะ ผิดคาดการณ์ไว้อย่างมาก

คืนนี้พี่แจง พี่เค็กและ minty วางแผนเดินสายชมเด็กน้อยหน้าใสในปาย และเที่ยวแสงสีราตรีของคนปาย จนกระทั่งเข้าวันคริสมาสต์กันเลย ส่งพี่ณาเข้านอนหลับฝันดีตามน้องหญิงกับพี่กกไปก่อน ใกล้ๆห้าทุ่มเราสามคนได้เวลาขี่มอไซต์หาร้านปักหลักรอเวลาเข้าสู่คริสมาต์ร่วมกัน

ร้านแรก : Bufflo Exchange อยุ่หัวมุมรงข้ามซอย Baan Tawan นั่นเอง
ร้านสอง : Phu Pai มีLive ร้านบรรยากาศดี จอดรถดูแล้ว ไม่เอามีแต่ฝรั่งเต็ม
ร้านสาม : Ting Tong  เปิดแผ่น เพลงเค้าเรียกแนวเฮ้าส์ มันหลอนๆ
ร้านสี่ : Don’t cry ขี่มาจอดดูก่อน แล้วไปรับพี่เค็กมาช่วยตัดสินใจ ร้านนี้ไปได้ใบโฆษณาเล็กตอนแวะถ่ายรุปกับบอร์ดว่า คืนนี้จะมีวงจาก ชม. เล่นด้วย จอดตัดสินใจเห็นว่า ร้านนี้ outdoor มีทั้งคนไทยและฝรั่ง เล่นสดทั้งไทยและสากล เลยเรียกพี่โล้นมาพาไปหาที่นั่ง 3 คน

ได้โต๊ะตรงระเบียงมีหลังคา ห่างจากโซนลานโล่งไว้เต้นรำกำลังดี สั่งเบียร์สิงห์คนละขวดเล็ก พี่เค็กจอง Pepsi ล้อมวงนั่งจิบเบียร์ ฟังเพลงไทยและเทศร้องสดๆในแนวผสมเรกเก้ไปเรื่อยสนุกดี ซักพักเอาน้อง one มาโหลดรูปดูกันขำไม่จบไม่สิ้นลืมเมากันเลย ร้านนี้พอหลังเที่ยงคืน คนยิ่งเยอะ เพราะร้านนี้เปิดยันสว่างพอร้านในเมืองปิดคนจึงทยอยมาต่อที่ร้านนี้กัน

ตีสาม กอดคอสามคน Merry Xmas ก่อนกลับบ้าน ตอนนั่งอยู่ข้างในไม่โดนน้ำค้างไม่โดนลมเลยไม่รู้ว่าอากาศเป็นยังงัย เราต้องขี่กลับด้วยความเร็วแค่ 5 กม./ชม.เพราะมันหนาวมากๆ ทำตัวกว้างกันลมให้พี่เค็กด้วย กลับมาถึงห้องทำตัวเหมือนนักเรียนประจำหนีเที่ยวกลางคืน ค่อยๆย่องเอาตัวเสียบเข้าผ้าห่มแบบเงียบที่สุด แอบล้างหน้ากันที่ห้องน้ำส่วนกลางมาแล้ว

Advertisements