เช้าวันสุดท้ายในปาย ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงวิทยุกระจายเสียงที่เปิดข่าวดังลั่นมาจากโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ สามสาวที่ออกไปเร่ร่อนเสียเกือบสว่างลุกจากที่นอนช้าๆ ล้างหน้าเรียกความสดชื่นกลับมาก่อนที่จะทำให้ชาวคณะคนอื่นต้องรอนานไปกว่านี้

วันนี้สัมผัสปายอย่างใกล้ชิดกว่าขี่มอไซต์เมื่อวาน ใช้วิธีเดินเท้าเรื่อยๆเอา เพราะมอไซต์คู่กายหมดเวลาต้องส่งคืนไปเสียแล้ว ยิ่งทำให้เมืองปายหมุนช้าลงรอให้เราสัมผัสเกือบแนบเนื้อเหลือแค่พื้นรองเท้าผ้าใบกั้นไว้เท่านั้น เรายังมีเวลาอยู่ปายแบบนิ่งๆ Doing nothing in Pai กันอีกครึ่งวันเช้า 

เช้านี้เดินเล่นๆไปกินโจ๊กสมุนไพร ปาแปงแถวตลาด เยื้องๆเจ็ดสิบเอ็ด พี่กกซื้อหมูปิ้งรสเด็ดกินพร้อมโจ๊กเห็ดหอมใส่ไข่ร้อนๆ จิบนมสดอุ่นๆเพิ่มพลังกันบ้าง หมดมื้อเช้า 3 สาวผมยาวนำขบวนโดยพี่ณา พี่เค็ก และน้องหญิง เข้าร้านเสริมสวยสระผมเพิ่มความงานแข่งกัน เรากะพี่แจงขอเดินกลับไปอาบน้ำรอไว้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แต่ถ้าได้นอนเติมพลังต่ออีกซักหน่อยก็จะดี

แต่เดินผ่านป้ายบอร์ดใหญ่แห่งความทรงจำมานิดเดียว เราเปลี่ยนใจกระทันหันของเดินเดี่ยวทะลุตัดซอยไปฝั่งตรงข้าม ขอเก็บภาพ เดินเล่น เที่ยวชมถนนคนเดินในยามเช้า ร้านค้าสองข้างทางยังอยู่ในวิถีเงียบสงบ หรือไม่ก็ยังปิดตัวอยู่ มีคนมาเดินเล่นปะปาย ร้านน่ารักๆ ป้ายสวยๆ มุมฮิปๆบรรยากาศสดใสรอการเก็บภาพช่วงกลางวันยามมีแสงแดดอยู่ตลอดทาง เราขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทางที่เดินผ่านมากดชัตเตอร์เรายืนเดี่ยวหน้าร้านให้เห็นป้ายชื่อ “ร้านมิตรไทย” แล้วไปยืนล้วงกระเป๋าถ่ายหน้าร้าน All about Coffee คู่กับชื่อร้านและโลโก้หม้อชาในวงกลมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกใบ เอาไปฝากและโชว์คนที่กรุงเทพฯเสียหน่อย

เราเดินเล่นพรอ้มถ่ายรูปเพลินเรื่อยๆไปตามถนน จนย้อนกลับไปเจอพี่ณาที่ผมหอมไดร์ยาวพลิ้วสลวยกำลังคอยพี่เค็กเสริมความงามอยู่อีกคน เพื่อร้กษาเวลาและจะได้ไม่ต้องไปต่อแถวอาบน้ำกัน เราเลยเกาะวินมอไซต์มุ่งตรงกับบ้านก่อน ระหว่างเกาะท้ายพี่สาววินเรายกน้องหนอนมาเก็บบบรยากาศร้านรวงรอบๆถนนคนเดินไปเรื่อยๆ เวลาอยู่กับปายใกล้จะหมดลงเรื่อยๆแล้วซิ

เก็บกระเป๋าเรียบร้อย อาบน้ำเรียกความชุ่มชื่น เอาของใส่รถ ทุกคนพร้อมเพียงได้เวลาออกเดินทางต่อตอนใกล้เที่ยงพอดี ร้านดังประจำอำเภอปายที่เราไม่ควรพลาดอีกร้าน คือ การไปลิ้มลอง อาหารรสแซบ ส้มตำ ไก่ย่าง ที่ร้าน “ส้มตำหน้าอำเภอ” ส้มตำแสนอร่อย คนกินเยอะจนต้องรอนานตามความนิยม ส้มตำรสเผ็ดจัดมาก จนเรายอมแพ้หันไปกินไก่ย่างแบบเสียดายๆ ใจจริงยังอยากฝืนกินส้มตำต่อแต่ปากมันสู้ไม่ไหวแล้ว

อิ่มข้าวเหนียวแน่นท้อง พวกเราขอเดินย่อยเลยไปตลาดหาซื้อ ไข่ไก่ ผักสดเอาไว้เป็นเสบียงผัดมาม่า บนห้วยน้ำดัง แวะไปร้านมิตรไทย ทำเก๋ ถ่ายรูปขณะหย่อนโปสการ์ดลงตู้ไปรษณีย์สีแดง รหัส 58130 กัน ส่งท้ายอีกร้านที่ลืมไม่ได้ แม้จะความดังจะลดน้อยลง แต่ Coffee and Art gallery ชื่อ “All About Coffee” ที่เคยโด่งดังระดับตำนานของปาย ณ ถนนคนเดินมานาน ที่เพิ่งจะเสียแชมป์ให้กับร้านกาแฟเปิดใหม่ “Coffee In Love” ไปไม่นานนี้เอง สำหรับเราแล้ว ยังชอบเสน่ห์แบบเงียบๆมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ค่อยๆสะสมชื่อเสียงให้ตัว้เองของร้าน All about Coffee มากกว่าการไปเบียดเสียดรีบกินแย่งกันถ่ายรูปมุมฮิตที่ร้านเปิดใหม่เสียอีก แต่ร้าน Abc เปิดอยู่ในทำเลดีกว่า อยู่ในถนนคนเดิน ตรงข้ามร้านขายโปสการ์ดมิตรไทย ยอดขายคงไม่ตกไปเท่าไหร่ แค่เจ็บใจที่เสียตำแหน่งแชมป์ให้ CIL ไปเท่านั้นเอง(มั๊ง นี่คิดเอาเองนะ ไม่เกี่ยวกับเจ้าของร้าน) แถมยังมีร้านกาแฟน่ารัก Wawee Coffee ที่สะพานเปิดตัวสู้กันอีกร้าน น่าคิดว่าทำไม??? ปายต้องมาคู่กับร้านกาแฟแนวเก๋ๆก็ไม่รู้เนี่ย!
 
ร้าน All About Coffee จะคนละสไตล์กับ Coffee in Love ตรงที่ร้านนี้เป็นร้านไม้เล็กๆหลังคาเพิงเตี้ย ในแนวเก่าๆเหงาๆแต่คลาสสิค ตั้งแอบตัวอยู่ติดริมถนน ชั้น 2 มี Gallery ภาพวาดโชว์พร้อมขาย ในร้านจะเงียบไม่พลุกพล่านและเปิดเพลงเบาๆเพราะมาก ยิ่งชั้นสองเป็นโต๊ะญี่ปุ่นไว้นั่งเหยียดขากินกาแฟ ชาเย็น ฟังเพลงเบาๆ บรรยากาศเงียบพาไปจนเริ่มเคลิ้มเกือบหลับกันทีเดียว

ได้เวลาจากลาปายจริงๆเสียที เราถ่ายรูปที่ร้าน Pai Now อ่านว่า ปายหนาว ที่เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ (อีกแล้ว) Black Canyon เป็นใบสุดท้าย ก่อนโดนเรียกตัวขึ้นรถตู้โดยด่วน เพื่อมุ่งหน้าไปห้วยน้ำดังกันเสียที

นั่งหลับพักสายตากันสักพัก ใช้เวลาไม่นานระยะทางไม่ไกล เราก็มาถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังในตอน 4 โมงเย็น แม้จะยังบ่ายแต่อากาศก็หนาวเย็นไม่น้อยแล้ว เข้าติดต่อเรื่องที่พัก พี่แจงจัดการเรื่องเครื่องนอนและอุปกรณ์เสริมสร้างบรรยากาศปิคนิค ทั้งโต๊ะพับ เก้าอี้สนาม เตาอังโล่พร้อมถ่าน matรองนอน ผ้าห่มนวมเอาไว้ปูนอนรวมทั้งหมอนหนุนหัว

ลานกางเต้นท์ที่จับจองไว้อยู่ จุดกลางเต้นท์ กิ่วลม ที่ตรงนี้เป็นหน้าผาหันหน้าสู่กับวิวภูเขาป่าไม้มองเห็นจากที่สูงสวยติดตาไม่น้อย จุดกางเต้นท์แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกด้านหน้าสุด คงเป็นที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เอาเต้นท์มากางเอง เห็นมีกางอยู่กอ่นแล้ว 4-5 เต้นท์ ชั้นสองเป็นเต้นท์ลายพลางของอุทยาน เต้นท์ใหญ่ 8 คน มีกางเรียงแถวเกือบ 20 เต้นท์แต่มีคนอยู่แค่ 2 เต้นท์ได้ รวมเต้นท์ของเรา 4 สาวด้วย ชั้น 3 ไกลสุดเป็นเต้นท์ขนาด 4 คน ของอุทยานเช่นกัน มีกางรอไว้เยอะเหมือนชั้น 2 แต่มีคนใช้บริการไม่มากเท่าไหร่ เต้นท์ของพี่กก และของพี่ช่อน อยู่ที่นี่ แต่เครื่องเสบียงและอุปกรณ์ทำอาหารเย็นอยู่เต้นท์ใหญ่ของ 4 สาว ทุกคนเลยต้องไปรวมพลทำอาหารและปิคนิคแบบส่วนตัวกันที่นั่น

ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีจุดสำหรับกางเต้นท์หลายที่ ตอนนั่งรถผานมาก็เห็นรถนักท่องเที่ยวจอดเยอะไม่น้อย คงไปกางที่ลานอื่นๆกัน ซึงเมื่อถึงตอนดึกและเข้านอนเราถึงรู้เหตุผลว่าทำไมคนไม่นิยมมากางเต้นท์ ที่จุดกางเต้นท์กิ่วลม ทั้งที่ตรงนี้เป็นหน้าผา วิวก็ดี แถมสามารถชมพระอาทติย์ตกได้อย่างสวยงาม

พวกเราพร้อมเพียง แยกย้ายกันทำหน้าที่เตรียมการสำหรับอาหารมื้อเย็นอันวิเศษสุดๆ เพิ่อกินดื่มด่ำโรมันติกระหว่างพระอาทิตย์ ทุกๆคนขมักเขมันแบ่งงานกันทำอย่างสนุกสนาน ทั้งติดเตา ปอกแครอท หั่นผัก ลวกเส้นมาม่า เปิดอาหารกระป๋อง ต้มไข่ เตรียมจานชาม มีคนหนึ่งไม่หยิบจับอะไรนอกจากถือกล้องถ่ายรูป เดินเก็บภาพธรรมชาติประกอบขั้นตอนการเตรียมอาหาร และก็รอกินอย่างเดียว ยิ่งตอนเย็นอากาศไม่หนาวเท่าไหร่แต่ความเย็นม้นมาจากลมที่พัดแรงมาได้จากทั่วทิศทาง เพราะเราอยู่บนหน้าผาไม่มีต้นไม้มากำบัง ลมเย็นพัดมาแต่ละทีทำเอาพวกเราสะดุ้งหนาวเจี๊ยบจนน้องหญิงเริ่มห่อตัวเหลือแต่ใบหน้าแล้ว

เหมือนเป็นรายการสารคดีท่องเที่ยวที่มีสาธิตการทำอาหาร ถ่ายมาทุกขั้นตอน ทุกๆคนก็ให้ความร่วมมือ ยิ้มให้กล้อง เราแอบบถ่ายแคนดิตมาก็เยอะ ไม่ว่าจะเตรียมส่วนผสม เครื่องปรุง จนกระทั้งพี่กกลงมือผัดกระทะแรกกลางหน้าผาได้ฟิลลิ่งมุมดีที่สุด เป็น มามาแห้งผัดไข่ใส่หอยลายผัดเผ็ด เสร็จชุดแรกนั่งเก้าอี้สนามล้อมวงเข่าชนกัน กินแบบสามัคคีในกระทะเพราะไม่มีจากแบ่ง ผลัดสาวเส้นใส่ปากอย่างอร่อยๆ

กระทะแรกจากฝีมือพี่กกหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ต้องย้ายมุมมาผัดมากินต่อตรงหน้าเต็นท์ ให้เต้นท์ช่วยบังลมให้บ้าง เพราะลมเริ่มจะพัดมาบ่อยขึ้น แต่พวกเรายังสนุกสนานกับการกินอาหารมื้อเย็นผัดเสร็จใหม่ ที่มีพระอาทิตย์ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้มๆ ท้องฟ้าเริ่มมีริ้วแตกกระจายจากสีแสงของอาทิตย์ใกล้ตกอยู่กลางหน้าผา กระทะสองเสนอเมนู มาม่าผัดสูตรใส่ปลากระป๋องและทูน่ามัสมั่น พี่กกเอาใจคนกิน จัดแจงผัดให้สนองความต้องการอย่างเต็มใจ กระทะนี้ช่วยกันชิมปรุงรสตามอร่อย กินไปผัดไปด้วยบนกระทะจะได้ร้อนระอุถึงใจตลอดเวลา กระทะนี้เสร็จพระอาทิตย์สีส้มเกือบแดง บรรยากาศดีมาก แม้ลมจะเริ่มพัดเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเรายังหัวเราะและอร่อยกับอาหารเส้นผัดที่ถูกพวกเราล้อมวงไว้

กระทะสุดท้ายเราจะกินมาม่าผัดใส่ปลากระป๋องกับหอยลายผัดเผ็ด กระทะนี้ใส่ผักใส่เครื่องกระป๋องเส้นลวกแล้วที่เหลือให้หมด ผัดให้เข้ากันอย่างเข้มข้นได้อรรถรสไปอีกอย่าง มาม่าร้อนๆอร่อยแปลกอย่างที่ไม่เคยคิดทำกินที่กรุงเทพฯคราวนี้กินมาม่าถูกผัดและถูกินท่ามกลางแสงอาทิตย์สุดท้ายก่อนจะลับขอบฟ้าพอดี…ทุกกะทะสามัคคีช่วยกันผัดอร่อยกินกันไม่มีเหลือ แต่ยังมีมาม่าต้มยำวางอยู่ที่เดิม เราวางแผนไว้ต้มแบบสูตรน้ำต้มยำเผ็ดร้อนไว้ซดกินแก้หนาวตอนค่ำๆบ้าง

เริ่มจะมืด พวกเราล้อมวง มีเรื่องคุย สร้างเสียงหัวเราะช่วยย่อยอาหาร ตอนนี้ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ จนพวกเราต้องเขยิบเก้าอี้สนามประจำตัวมาใกล้ชิดกันและใกล้เตาผิงไฟมากขึ้น กระแสลมสามารถพัดมาได้จากทุกทิศทางเพราะเราอยู่กลางหน้าผาติดขอบฟ้าเท่านั้น นี่เองเลยเป็นคำเฉลย! ว่าทำไมคนไม่นิยมมากางเต้นท์ ณ ลานกลางเต้นท์ กิ่วลมนี้ เคยจำได้ว่าเมื่อสองปีทีแล้วเคยอ้างชื่อทำเป็นว่ารู้จักพี่ไข่ หัวหน้าอุทยานฯห้วยน้ำดัง จนได้เต้นท์ระดับ VIP ฟลูออพชั่นนอนแบบฟรีออฟชาร์จในเต้นท์ด้านหลังที่ทำการตรงลานกางเต้นท์ทิวสน ที่มันไม่หนาวเลย ตอนนั้นเรากะเพื่อนยังมาปูเสื่อนอนรอดูฝนดาวตก(ที่ไม่ตก)กันกลางถนนจนเกือบเที่ยงคืน แต่ที่ลานกิ่วลม คืนนี้มันหนาวเพราะลมจนเกือบแย่ แต่ก็ได้สัมผัสความหนาวสะใจดีเหมือนกันนะ

ตอนนี้ที่ลานกางเต้นท์กิ่วลมมืดเต็มที่และเงียบมาก มีเสียงเต้นท์ถัดไปไกลๆดังอยู่ห่างๆ พวกเรานั่งล้อมวงแบบใกล้ชิดผิงไฟกันไปเรื่อย เรายังเก่งไม่ใส่เสื้อกันหนาว แต่พอเดินไปฉิ่งฉ่องล้างมือโดนน้ำเย็นเจี๊ยบระหว่างทางเดินกลับเต้นท์ดันเจอพายุลมปะทะตัวเข้าแบบไม่ทันระวังตัว หนาวแบบเฉียบพลันขึ้นมาเลยกลับมานั่งผิงไฟต่อยังเอาไม่อยู่ต้องมุดเต้นท์ดึงเสื้อกันหนาวสีแดงตัวเก่งออกมาห่อตัวทันที พี่แจงยังแข็งแรงมีแค่ผ้าพันคอเพิ่มมาเท่านั้น ระหว่างนั่งใกล้ชิดเอามือผิงไฟจากเตาถ่าน คุยเรื่องราวความรู้สึกจากการท่องเที่ยวร่วมกันที่ผ่านมาเพลินๆ เราหันข้างกะจะดูวิวแบบมืดๆดันไปเจอผู้ชายคนหนึ่งยืนนิ่งท่ามกลางความมืด กำลังกดมือถือส่ง message อยู่พอดี ในความมืดหมดรอบๆตัวมีเพียงแสงไฟจากตัวมือถือสะท้อนเข้าเฉพาะหน้าคนเท่านั้น มองแวบแรกตกกะใจ ใจหายไปหยั่งกับเจอ . . . แหนะ เราสะกิดให้เพื่อนๆดูบ้าง ทุกๆคนออกอาการเหวอ ใจแป้วเหมือนเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเหมือนกับเรา สุดท้ายก็หัวเราะให้กันและกัน แต่เรายังเก็บมาเป็นภาพติดตา ตอนไปห้องน้ำอยู่ดีๆก็นึกถึงจนต้องวิ่งออกจากห้องน้ำทั้งๆที่ยังฉี่มิเสร็จถึงหยดสุดท้าย ความกลัวมาพร้อมความมืดที่สามารถจินตนาการไปเองได้มากกมาย

นั่งล้อมวงไปเรื่อยๆ ลมเริ่มพัดความหนาวมารุนแรงมากขึ้น จนทนไม่ไหว ทั้งที่ตั้งใจจะมี Surprise ให้พี่กกอยากเห็นน้ำตาผู้ชายซึ่งๆกันบ้าง แต่หนาวสั่นจนทนให้ผ่านเที่ยงคืนไม่ไหวแล้ว ประชุมลับลงมติไว้ไปเป่าเค็ก hbd กันพรุ่งนี้เช้าหละกันนะพี่กกจ๋า

ยกทีมไปล้างหน้าแปรงฟัน วันนี้ใส่ถุงนอน เสื้อกันหนาว มีผ้าพันคอด้วย แต่ยังไม่วายต้องหมุดทั้งหัวเข้าไปหลบความหนาวเย็นในถุงนอนอยู่ดี ก่อนนอนเจอภาพติดตาแบบไม่พึงประสงค์เราเลยนำสวดมนต์และแผ่เมตตาชุดใหญ่ ก่อนนอนอ่านหนังสือเรื่อง รักแท้มีอยู่จริง ให้พี่แจงกะพี่เค็กฟัง ก่อนแยกย้ายกันหลับไปทีละคนตามอัธยาศัย ได้ยินเสียงลมพัดปะทะเต้นท์จนฟลายชีสสบัดสู้ลมเสียงกระพือพัดๆไปมาเหมือนเต้นท์จะปลิวไปให้ได้เชียว แต่มันหนาวจนต้องซุกตัวไปในถุงนอนแล้วหลับไปแบบไม่ต้องได้ยินเสียงลมและเสียงเต้นท์ดีกว่า

Advertisements