งาน         : ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 65 
                มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ครบรอบ 75 ปี

วัน           : เสาร์ ที่ 31 มีนาคม 2552
เวลา        : 15.00  ถึง 20.00
สถานที่    : สนามศุภชลาศัย
เจ้าภาพ   : ธรรมศาสตร์ ประตู 5
สมาชิก    : ELLE , GoonG, NAN , NEW, Kristofer , Minty

เสาร์นี้ ศิษย์เก่าเลือดเหลืองแดงเข้มข้นนัดเจอกัน ที่สแตนด์ปีศาจ ประตู 10 ใครมาถึงโทรไปหา ELLE รับตำแหน่ง PR ที่ขึ้นไปรอต้อนรับอยู่ที่สแตนด์ตั้งแต่บ่าย 3 โมง

เราไปถึงตอนสี่โมงครึ่ง หิ้วหมูปิ้ง+ข้าวเหนี่ยวไปฝากเพื่อนๆ มากี่ปีไม่เคยทันได้ดู พิธีเปิด ขบวนอันเชิญพระเกี้ยวและธรรมจักร หรือ ขบวนพาเลชล้อการเมืองสักปี คราวนี้ไปถึงนักบอลก็ลงไปวอร์มในสนามกันแล้ว

โชคดี วันนี้มีแดดอ่อนๆไม่ร้อนมากจนหน้าดำ ไปเจอ ELLE GoonG และ Kris ที่ไปนัดรวมพลเกาะติดมาพร้อมกัน

นั่งพักกินหมูปิ้ง ซูชิ เติมกำลังสำหรับส่งแรงเชียร์และเสียงกรี๊ดไปให้หนักเตะลูกแม่โดมเหมือนทุกๆปี อิ่มแล้วแปลงร่างเป็นกองเชียร์ลูกแม่โดมของแท้ รับเสื้องานบอลครั้งที่65สีแดงสวยงามถูกใจ เหมือนเดิมทุกๆปีนอกจากจะมีหน้าที่ Organizer และ PR แล้ว เธอยังรับหน้าที่จัดซื้อเสื้อบอลให้เพื่อนๆเป็นประจำ เสื้อปีนี้สีแดงมันช่างเร้าใจทำให้เลือดเหลือง-แดงเริ่มวิ่งทั่วตัวอีกครั้ง 

บรรยากาศและความทรงจำเมื่อมาร่วมงานบอลประเพณีในปีก่อนๆหมุนเวียนกลับมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง…ดูฝั่งสแตนด์แปลอักษร TU ยกเพลท ,เปลี่ยนป้ายกัน ,น้องๆธรรมศาสตร์เรียงแถวขึ้นสแตนด์นั่งประจำที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานฟุตบอลประเพณีซักครั้งในชีวิตก็คงเหมือนๆเราตอนเรียนนั่นแหละ ,ผู้นำเชียร์และนำแซวด้านหน้าทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง สร้างเสียงหัวเราะและเสียงเฮให้กับกองเชียร์เสื้อแดงทั่วสนาม ,ลีดเดอร์ทั้งสองสถาบันทั้งปีปัจจุบันและปีที่แล้ว ผลัดกันมา TU Boom ด้านหน้า ,ฟุตบอลกลางสนามก็เตะผลัดกันบุกให้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง…ที่จริงภาพต่างๆมันก็เป็นแบบนนี้ทุกๆปี หมุนเวียนกลับมาเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนวัน เปลี่ยนเสื้อใหม่ แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมยังอยากมาอยู่ได้ทุกปี

หลังจากเป่านกหวีดเขี่ยบอล เราดูบอลสลับกับถ่ายรูปกันเองและบรรยากาศรอบสนาม ร้องเพลงเชียร์…การมาดูบอลสดๆร่วมกันเพื่อนที่เชียร์ฝ่ายเดียวทั้งอัฒจรรย์สนุกกรี๊ดได้อย่างไม่อายใคร เหมือนมีคนบิ้วอารมณ์มาให้ เชียร์ด้วยกัน ดูด้วยกัน …เวลาดีใจก็กระโดดไชโยพร้อมกัน หรือตอนเกือบโดนยิงคืนบ้าง ช่วยกันลุ้นจนต้องยืนขึ้นเพื่อส่งใจไปป้องกันประตูด้วยอีกคน ถอนหายใจดังเฮือกหรือตบมือลั่นเวลาโกล์ดเราป้องกันได้… เวลาจุฬาบุกมาป้วนเปี้ยนหวาดเสียวหน้าประตูเราลุ้นจนแทบหยุดหายใจ  คุณ ELLE เธอเสียวจนร้องตลอดเวลาว่า “หมดเวลาได้แล้ว” “ไม่ไหวแล้ว” ยิ่งตอนนำแค่ประตูเดียว ลุ้นกันตลอดทั้งสนาม “เราไม่อยากเสมอ(อีกแล้วนะ)” เพราะคุณชมพูเธอบุกมาเอาคืนจวนไปจวนมาหลายที โชคดีที่ธรรมศาสตร์หัวดี โหม่งประตูที่ 2 ได้นั่นแหละ…เสียงเฮดังสนั่น เป่าปาก กระโดดตัวลอย ยืนขึ้นดีใจพร้อมๆกัน อุปกรณ์เชียร์แท่งเป่าลมสีเหลืองโบกสบัดกันทั้งอัฒจรรย์ มียิงพลุขึ้นบนท้องฟ้าเฉลิมฉลองให้ประตูใหม่ที่ทำเพิ่มได้ บรรยากาศมันช่างคึกคักเล้าใจชะมัด… ค่อยคลายความเครียดไปหน่อย ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว ทุกคนเริ่มมีรอยยิ้ม แม้สายตายังจ้องมองไปที่กลางสนาม รอคอยว่าเมื่อไหร่ กรรมการจะเป่านกหวีดหมดเวลาซะที แต่ยังแอบลุ้นขออีกประตูได้ไหม! อยากกระโดดเฮด้วยกันอีกอะ

ช่างเป็นบรรยากาศและความทรงจำที่ว๊าวมากๆ เลือดเหลือง-แดง ย่อมเข้มกว่าน้ำจริงๆ (เกี่ยวกันป่าว) หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที รายงานผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ…
                       
          ทีมลูกแม่โดม เอาชนะไปได้อย่างสุดมัน 2 : 0
        เด็กธรรมศาสตร์หัวดีกว่า…โหม่งเข้าทั้ง 2 ประตู

      “ไปดู มา แทบ จะ ทุก ปี เพิ่ง มี ปี นี้ แหละ ที่ ชนะ”
                   “เมื่อก่อน ไม่แพ้ ก็ เสมอ”


ปีนี้ชนะ ทั้งแสตนด์ฝั่งเหลือง-แดง รอบๆสนามกระโดดโลดเต้น ออกอาการมันส์กันสุดขีด แปลอักษรล้อเล่น แซวส่งไปฝั่งตรงข้ามไม่หยุด พวกเรากรี๊ดกันจนเจ็บคอ (ก็นานๆ จะชนะ กัน อย่าง นี้ เสีย ที) หลังบอลจบ นักฟุตบอลวิ่งมาเรียงแถวที่ริมสนาม โค้งแสดงความขอบคุณเสียเชียร์ตามอัฒจรรย์ทุกด้าน พวกเราและกองเชียร์ลุกยืนปรบมือให้กับความทุ่มเทและชัยชนะที่ทำให้ลูกๆโดมกลับบ้านกันได้อย่างมีความสุข

ปิดงานด้วยการร้อง เพลง พระราชนิพนธ์ยูงทอง ร่วมกันดังลั่น เช่นเคย

จบไปอย่างสวยหรู และ สมใจอีกปี
ปี้นี้ ธรรมศาสตร์ ชนะ ไป 2 ต่อ 0 ต้องจดเป็นบันทีกไว้เชียว

            “เค้าว่า แพ้ เป็น พระ(เกี้ยว) ชนะ เป็น ทียู

ยังงัย ก็ รัก กัน นะ ปี หน้า แข่ง กัน ใหม่ ผล การ แข่ง ขัน ไม่ สำคัญ
อยู่ ที่ความ รัก ความ สามัคคี ระ หว่าง สองสถาบัน
แข่งเสร็จ ไม่มีตีกัน มีแต่รอยยิ้มให้กัน…

ออกจากสนามศุภฯ เกือบ 2 ทุ่ม คนเดินกันเต็มสองข้างทาง บ้างมุ่งหน้าไปฉลองหรือแยกย้ายกันกลับบ้าน

Minty ,ELLE, GoonG and Kris ยังดีใจไม่เลิก โบก ตุ๊ก ตุ๊ก ขับฉลองรอบเมือง เวอร์! ป่าวหรอก เรียกให้ไปส่งแถวซอยอารีย์ไปเอารถของคุณ Elle ที่จอดทิ้งไว้ที่ KBANK สำนักงานใหญ่เก่า…คิดคำนวณการเหมาตุ๊ก 100 บาท พอๆกับค่า BTS รวมทั้งสี่ชีวิต เราเลยเลือกนั่งรถย้อนอดีตแบบนี้ดีกว่า ได้อารมณ์เฉลิมฉลองเหมือนเวลาฟุตบอลในต่างประเทศที่ได้แชมป์เค้าทำกันหยั่งงั้นเลย

รถตุ๊กๆแถวๆนั้น ล้วนแต่มีนักศึกษาเหลืองแดงหรือชมพู อัดแน่น ขับตามกันไปตามจุดหมายของแต่ละคน คันเรายังสนุกสนานเฮฮาต่อเนื่อง โบกลูกโป่งยาวสีเหลือง(อุปกรณ์การเชียร์ที่แจกก่อนขึ้นอัฒจรรย์) คุยกันเรื่องผลการแข่งขัน (ก็นานๆชนะที)กันไม่จบไม่สิ้น รอยยิ้มอยู่บนหน้าของทุกคน…

จาก KBANK เรามุ่งหน้าต่อไปซอยนวลจันทร์ 21 หาดินเนอร์มื้อเย็นฉลองชัยกันต่อ คุณ GoonG แนะนำร้านเนื้อกระทะ “โคขุนโพนยางคำ” สาขาเก่าดั้งเดิม ร้านนี้คนเยอะมาก ต้องรอคิวกันหน้าร้านคล้าย MK ทีเดียว ร้านนี้จะเหมาะสำหรับคนรักเนื้อ เพราะเมนูเด็ดจะเป็นเนื้อวัวจากสัดส่วนต่างๆของวัวขุนจากอำเภอโพนยางคำ ที่เอามาแล่เป็นชิ้นบางๆให้ปิ้งในกระทะร้อนพร้อมเนยสดได้กลิ่นหอมผสมกับความหวานนุ่มของเนื้อย่าง จิ้มน้ำจิ้มรสแซบกินพร้อมขาวสวยอร่อยเยี่ยมยอด

แต่การขายดี มีคนมากินกันแน่นร้าน เลยทำให้การบริการขาดตกบกพร่องไปพอสมควร เรา Order ไปหลายรายการ อาหารมาทีละอย่างแล้วปล่อยให้รอต่อนานมากจนต้องโบกมือเรียกพนักงานถามหลายครั้ง จนสาว PR เกือบปรี๊ดแตกกับการรอคอย ยังดีที่ได้รองท้องด้วยหมูทอดที่เหลือจากงานบอลไปตอนแรกบ้าง ไม่งั้น อารมณ์อาจเสียหนักกว่านี้ได้…กลิ่นหอมของเนื้อย่างจากโต๊ะรอบข้างมันคอยยั่วน้ำลายและกระตุ้นต่อมหิวอยู่ตลอด พอได้กินไม่ต่อเนื่องเลยออกอาการหงุดหงิดโมโหหิวได้ง่ายนั่นเอง

เมนูของโต๊ะเบอร์ 48 อยู่ Outdoor ได้แสงจันทร์ ไม่ต้องทนควันอบตลบเหมือนด้านในที่มีหลังคา
– เสือร้องไห้ สั่ง 2 ได้มา 1
– เนื้อสะโพก อันนี้มี Promotion ซื้อ 1 แถม 1
– ตับหวาน
– เนื้อสันในหมัก สั่ง 2 ได้มา 3 จาน ตอนนั้นมันหิวเลยคว้าเอาไอ้จานที่เกินไว้ อันนี้แรง เพราะจานละ 200 บาท สั่งไปแบบไม่ได้เช็คราคา บิลมาทีตาตั้งกันไปเลย แต่มันก็หวาน นุ่ม อร่อยดี
– จิ้มจุ่ม ชุดหมูเนื้อรวม อันนี้เราชอบ เผ็ดๆร้อนกินคล่องคอ แก้เลี่ยนได้ดี

คิดราคา รวมค่าเสียหายมื้อฉลองชัยได้ 1,179 บาทหารกันกำลังเหมาะ (ถ้าไม่มีเนื้อหมักอาจถูกลงอีกเยอะ) อิ่มแปร้ แม้จะมีโมโหหิวที่ต้องรอในตอนแรกบ้าง กับตาตั้งราคาเนื้อสันหมัก แต่ทุกคนก็ลงมติว่าอร่อยดี…

กว่าจะกินเสร็จเกือบ 5 ทุ่มครึ่ง…ถึงบ้านแบบเหนื่อยกายแต่ไม่เหนื่อยใจ… แต่หัวเหม็นนิดหน่อย

Advertisements