วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 หรือวันมาฆะบูชา
               ปีนี้ตรงกับวนจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552
               ชาวออฟฟิศมนุษย์เงินเดือน(ส่วนใหญ่)ได้เฮ หยุดติดต่อกันสามวันอีกแล้ว

               เมื่อเช้า…เด้งจากที่นอนตั้งแต่ยังไม่หกโมง มารอใส่บาตรพระหน้าบ้าน ตามเทศกาลวันพระสำคัญก็ขอทำบุญใส่บาตรเหมือนใครๆในโลกเค้าบ้าง แต่วันนี้บ้านเราใส่สองชมพูแทนอาหารแห้ง พ่อ น้องชาย และ Minty หุ้นกันคนละ 200 บาท พระมาบิณฑบาตร 3 รูปกำลังดี หมู่บ้านเราเนี่ยโชคดีจริงๆเลย มีพระเดินมาบิณฑบาตรตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน บ่อยๆครั้งที่เราตื่นเพราะโดนเสียงพระสวดให้พรคนข้างบ้านปลุก หรือนอนฟังเสียงพระให้พรสลับกับเสียงนกร้องอยู่ไกลๆ พระวัดนี้ให้พรเป็นภาษาไทยเลยฟังรู้เรื่องรับรู้โดยไม่ต้องแปล…ดีจัง! พระที่มารับบิณฑบาตนี่ก็เป็นพระวัดใกล้ๆบ้าน วัดเดียวกันกับที่น้องชายเคยไปจำวัดตอนบวชระยะสั้นๆเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว เลยค่อนข้างรู้จักกันเป็นพิเศษ หลวงตา กับหลวงพี่เวลามาบิณบาตรก็ทักทายคุยกัน บางทีก็ให้พรให้แง่คิดพิเศษบ้างตามแต่โอกาส

               พอรับบุญเสร็จ เรากระโดดขึ้นเตียงนอนอืดต่อจนเกินเที่ยงถึงเดินงัวเงียลงมาหาของกินข้างล่าง เสียงท้องร้องดังลั่นปลุกตัวเองจนตื่น อยากนอนต่อแต่ความหิวมันมากกว่าความง่วงเสียแล้วหละ

               เดินลงมาชวนน้องออกไปหาก๋วยเตี๋ยวเรือปากซอยแก้หิวกัน เดินไปได้กลางซอยเจอร้านส้มตำเคลื่อนที่เจ้าประจำจอดย่างไก่ควันโขมงลอยไปไกล ปีกไก่ย่างสีเหลืองนวลปิ้งน่ากินยั่วน้ำลายอยู่เต็มเตา กลิ่นหอมจนน้ำลายไหล สองพี่น้องเปลี่ยนใจหน้ารถส้มตำเดินกลับบ้านไปเอาจานออกมายืนรอรถส้มตำไทย-ปูใส่พริกสองเม็ดหน้าบ้านดีกว่า….

               อิ่มแน่นจากส้มตำไก่ย่างรสเลิศ ต้องย่อยและละลายไขมันสะสมกันหน่อย หลังจากที่ไม่ได้อยู่บ้านมาหลายอาทิตย์ติดต่อกัน (บางทีอยู่บ้านแต่ตื่นสายเลยขี้เกียจ) วันนี้ถึงกำหนดต้องสะสาง กวาดถู จัดวางหนังสือให้เข้าที่ ได้เวลาเอาความสะอาดสดชื่นมาแทนฝุ่นหนาเต็มห้องเสียแล้ว เพื่อสุขลักษณะและความสะอาดอย่างมั่นใจ วันนี้ต้องถู 2 รอบด้วยน้ำสะอาดที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื่อ 99%สูตรกลิ่น Freashy (จะได้ไม่ต้องถูอีกบ่อยๆด้วย)

                กว่าจะถูเสร็จเล่นเอาส้มตำเกือบย่อยหมด กองหนังสือที่วางระเกะระกะทั้งบนเตียง โต๊ะอ่านหนังสือ วางกะพื้นหน้า TV มันเยอะเกินกว่าตู้หนังสือจะรับไหวแล้ว ต้องเอายัดใส่ไปตามซอกต่างๆแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน…

                ตอนจัดหนังสือเจอหนังสือเรื่อง “จากวิ่งเร็วเป็นเดินช้า” ที่ซื้อมาหลายอาทิตย์ได้แล้ว เลยเอามานอนอ่านหลังจากอาบน้ำล้างเหงื่อทาแป้งเย็นสบายเรียบร้อยแล้ว อ่านเพลินๆไปครึ่งเล่ม เจอแต่เรื่องวิธีการปฎิบัติตัวของคนเป็นมะเร็ง การใช้ธรรมชาติบำบัด การกินอาหารและการดำเนินชีวิตเพื่อรักษาโรค อ่านไปเกือบครึ่งเล่มผู้เขียนยังไปไม่ถึง หลวงพระบาง ซักที ที่ซื้อเล่มนี้มาก็เพราะอยากจะอ่านเรื่อง เมืองหลวงพระบาง แต่อ่านไปเรื่อยๆชักเบื่อ มีแต่เรื่องอาหารชีวจิต เคมีบำบัด คนเขียนก็เล่าสนุก ถ่ายทอดประสบการณ์ละเอียดมีประโยชน์ดี แต่เราอยากไปหลวงพระบางเร็วๆๆ เลยขอปิดหนังสือก่อนแค่นี้ แล้วนอนกลางวันพักเหนื่อยดีกว่า

                นอนสลับกับตื่น ฟัง GreenWave106.5 เปิดเพลงเก่าๆต่อเนื่องกล่อมจนหลับสบายอยู่บนที่นอน วันนี้อากาศไม่ร้อนเหมาะต่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างยิ่ง นอนไปนอนมา 5 โมงเย็นแบบเร็วมากๆ เลยลงมาเป็นลูกมือพ่อทำกับข้าวอีกวันนึง วันนี้เมนูหลัก คือ ปลาหมึกผัดพริกเหลือง 

                 “ปลาหมึกผัดพริกเหลือง” สามารถเป็นตัวชี้วัดถึงสภาพเศรษฐกิจและราคาสินค้าได้ระดับหนึ่งประจำบ้านเรา เมื่อก่อนพ่อไม่เคยใส่ถั่วฝักยาวหั่นเล็กๆเลย เพราะพ่อเคยบอกว่า เราผัดกินเองที่บ้านไม่ได้ซื้อกินตามร้านจะไปใส่เพื่อให้มันดูเยอะขึ้นทำไม แต่วันนี้ จำนวนเงินเท่าเดิมคงจะซื้อปลาหมึกได้น้อยลง แต่ลูกยังมี 3 คนเท่าเดิมและปริมาณอาหารที่ต้องการยังเหมือนเดิม ดังนั้น พ่อจึงจำเป็นต้องเพิ่มถั่วฝักยาวผัดกับปลาหมึกด้วย เพื่อให้ได้กับข้าวพอลูกกินเหมือนเดิม…มั๊งเนี่ย! 

                  เศรษฐกิจยังไม่ค่อยดี ต้องช่วยกันประหยัดมากขึ้น กินถั่วฝักยาวด้วยนะลูกๆ (พ่อคงคิดอย่างนี้) เมื่อก่อนกินแต่ต้มยำปลาช่อน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นต้มยำปลานิล ไม่ใส่เห็ดอีกต่างหาก พ่อบอกว่ากินง่าย ก้างก็น้อยกว่า ปลาเหมือนกันทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ตามหลักเศรษฐศาสตร์…จะเกี่ยวกับข้าวยากหมากแพง หรือพ่อคิดเมนูใหม่ไปเรื่อยๆกันแน่นี่

                  ขณะนี้ 3 ทุ่มพอดี คืนนี้รีบเข้านอน ในโอกาสวันพระใหญ่และพระจันทร์เต็มดวงดีกว่า เพราะคืนนี้พี่เค้กสาวเวียดนามเฉพาะกิจ ใช้ NoteBook ไม่รักดีอยู่เฉยๆก็ Connect Internet ไม่ได้เสียหลายโดยไม่รู้สาเหตุ เอาเครื่องไปให้หนุ่ม IT ดูอาการก็ยังไม่ได้ซ่อม คืนนี้คงอด Funny Chit Chat ข้ามประเทศแน่แล้ว พี่แจงที่มักออนหลังเที่ยงคืนอาจจะอยู่เดียวดาย เพราะคืนนี้เพื่อนปากดีหยุดท่องโลกไซเบอร์และขอเข้านอนเร็วผิดวิสัยนะจ๊ะ (ต้องรีบนอนตั้งแต่ ตอนนี้ เพราะสี่ทุ่มจะถึงเวลาที่ง่วงที่สุด ถ้าเกินสี่ทุ่มแล้วยังไม่หลับก็จะตาสว่างกว่าจะง่วงอีกทีราวตีสองเลยไปโน่น…นี่คือ วัฏจักร ที่บั่นทอนสุขภาพแบบผ่อนส่งมาตลอด รู้ว่าไม่ดีแต่แก้ไม่ได้ซักทีนะ)

                  นอนแต่หัวค่ำ ทำสถิติที่ยากจะทำลายประจำปีนี้ดีกว่า…

Advertisements