นอนหลับจนไม่อยากลุกจากที่นอน ผ่านวันคล้ายวันเกิดมาอีกปี ถ้าขับรถอยู่ที่ถนนพหลโยธินขาเข้าเราก็เลยรังสิตมาแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวจนโตเต็มวัยอายุปูนนี้แล้ว ก็ยังนอนขี้เซาไม่หาย ยังดีที่สายๆวันนี้แดดร้อนแรงมากจนทนนอนร้อนต่อไปไม่ไหว ไม่งั้นคงหลังติดที่นอนต่อไปอย่างไม่มีกำหนดเกือบเที่ยงรีบอาบน้ำแต่งตัว นั่งรถข้ามไปอีกฝั่งของพระนคร เพราะวันนี้มีคนรับอาสาขับรถพาเที่ยวพาทำบุญ โดยออกปากว่า ไปไหนก็ได้….แล้วแต่เรา

          กว่าจะไปถึงเจริญนครเกือบบ่ายสองเลยไม่ต้องนั่งเรือข้ามฟากที่ท่าน้ำสาทร คุณเพื่อนที่นอนรอแบบหลับๆตื่นๆระแวงกลัวหลับลึกไปก่อน เปลี่ยนแผนกระทันหันโทรมาสั่งให้ไปรอที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์แทน พอเจอกันต้องรีบบึ่งรถไป Lotus พระราม 3 ไปหาซื้อเครื่องถวายสังฆทานโดยมีเวลาให้เดิน shopping แค่ 30 นาที เพราะยังไม่รู้ว่าวัดที่เราจะไปถวาย(ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะไปวัดไหนอยู่ดี)…เค้าจะมีปิดรับนิมนต์หรือเปล่า คิดเอาแบบคนห่างไกลวัดและกันไว้ก่อน กลัวไปแล้วโบสถ์ปิดเสียศรัทธาที่ตั้งใจไว้กันพอดี

          จูงรถเข็นมาหนึ่งคัน คุณเพื่อนบอกว่า เราไม่ซื้อชุดสังฆทานที่จัดสำเร็จ แต่จะหาซื้อข้าวสาร-อาหารแห้ง-ของใช้ต่างๆตามงบประมาณที่ตั้งไว้ดีกว่า เพื่อนขอทำบุญร่วมกันหุ้นด้วย 50-50 ชาติหน้าขอเจอกันเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างกันตลอดไปฉันใดก็ฉันนั้นกระมัง ระหว่างเดินเลือกของก็พยายามนึกถึง Forward Email ฉบับหนึ่งที่เคยได้มาหลายครั้ง ชื่อทำนองๆว่า ของสังฆทานที่พระสงฆ์ได้รับแล้วจะดีใจ ถึงกระนั้นก็คิดได้ของนำไปถวายสังฆทานตามแบบฉบับเรากับเพื่อนคิดว่าดี และพระสงฆ์ก็น่าจะชอบมาเกือบครึ่งรถเข็น ดังนี้

                – ข้าวหอมมะลิอิ่มทิพย์ 5 kg 1 ถุง
                – นมไทยเดนมาร์กรสจีด  1 กล่องใหญ่
                – เก็กฮวยเกล็ดพร้อมชง 1 ห่อ
                – ทิชชู่ 6 ม้วน
                – มีดโกน ยิลเล็ต 1 ชุดพร้อมใบมีด
               – สบู่ลักษณ์สีขาว 1 แพ็ค
               – ยาสระผมจอห์นสัน 1 ขวด
               – น้ำยาถูพื้น สูครฆ่าเชื้อโรค Kiwi 1 ขวดใหญ่
               – น้ำดื่มเพียวไลน์ 1 แกลลอน
               – ชุดยาสามัญประจำบ้าน 1 ชุด

         ได้ของเรียบร้อยซึ่งคิดว่าคงเหมาะสมต่อการนำไปถวายสังฆทานคิดเงินเสร็จ ขับรถไปทางถนนสาธุฯ หาวัดหนึ่งที่คุณเพื่อนคุ้นๆว่าอยู่แถวๆนี้ แต่ไม่รู้ขับไปขับมายังงัยหลงทางเสียได้ เพราะอยู่ดีๆก็มาถึงถนนพระราม3โดยไม่รู้ตัว หันไปทางขวามือเจอวัดหนึ่ง ซึ่งมองจากด้านนอกก็ดูเป็นวัดเจริญรุ่งเรื่อง โบสถ์วัดใหญ่โตดี เพื่อนบอกว่า เอาวัดนี้แล้วกัน ชื่อ”วัดดอกไม้” แล้วก็ยูเทิรน์รถตรงเข้าวัดนี้ไปเพราะชอบชื่อวัด ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจกันว่า ไปหาวัดแบบเก่าๆจนๆซักแห่งถวายสังฆทานเถอะ ยังชอบความรู้สึกตอนขับมอไซต์ที่อ.ปาย ครั้งวันเกิดพี่เค็กแล้วเลี้ยวซ้ายไปวัดเล็กๆวัดหนึ่งที่ผ่านมาเจอระหว่างขี่รถไปเที่ยววัดพระธาตุแม่เย็นกันได้เลย วัดเล็กๆดูไม่ร่ำรวยแต่ให้ความรู้สึกยามทำบุญต่างกับเมื่อไปถวายสังฆทานที่วัดใหญ่ๆร่ำรวยมากมาย ก่อนหน้านี้คุณเพื่อนบอกว่า ไปถวายสังฆพทานที่วัดปทุมติดกับพารากอนแล้วกันใกล็กับ Central World ดีมั๊ย แต่พอเรานึกถึงตอนไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด พระธาตุลำปางหลวงแล้ว จึงบอกว่า เราไปหาวัดเล็กๆแบบขับรถไปเรื่อยๆเจอวัดไหนก็ตัดสินใจเลี้ยวรถไปนิมนต์พระกันเลยหละกัน เพื่อนเริ่มเห็นด้วยหลังจากเราอธิบายเหตุผล และเสนอว่าแถวๆบ้านน่าจะมีวัดตามที่เราต้องการ

         วัดดอกไม้ เมื่อเข้ามาด้านใน กลับเป็นวัดธรรมดา ร่มรื่น เงียบสงบสมใจเราพอควรต่างจากที่มองเห็นจากภายนอกเมื่อขับรถผ่านตอนแรก เรานำหน้าไปขอนิมนต์พระถวายสังฆทานในโบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆลานจอดรถเรียบร้อย สองสาวช่วยกันหอบถุงโลตัสกันคนละสองสามถุง เข้าโบสถ์แล้วจัดเรียงใส่พานที่เตรียมไว้ให้ แล้วพร้อมใจท่องบทสวดถวายสังฆทานเสียงดังฟังชัด หลังจากรับพรและกรวดน้ำเสร็จหลวงพี่ชวนสนทนาธรรมและเล่าเรื่องราวประวัติของวัด เจ้าอาวาสและพระประธานที่มีอายุมากกว่า 400 ปี กันซักพักใหญ่ เราจึงลากลับอย่างอิ่มบุญอิ่มใจกันถ้วนหน้า…ตอนเดินหน้าโบสถ์หันมาพูดพร้อมกัน พวกเราลืมถวายปัจจัยใส่ซองไปด้วยนะเนี่ย แต่คงไม่เป็นไรทำทุกอย่างตามศรัทธาที่ตั้งใจนำมาก็คงได้บุญแล้วหละ

          โปรแกรมหลังทำบุญเสร็จว่าจะไปเดิน งาน Book Street ของสำนักพิมพ์ A Book ที่ลาน Promotion Centralworld , ดูหนังเรื่อง A Moment in June แล้วไปหาจิ้มจุ่มกินแถวหลังสวนลุมฯส่งท้ายสัปดาห์วันเกิดและวันวาเลนไทน์ให้ครบสูตร จากการมาสาย(ของเรา)และการบริหารเวลาไม่ดี เลยสี่โมงเย็นไปนานแล้ว เราเลยไปกันได้แค่ Central พระราม3 เรายังประทับใจเรื่องราวของหนังเข้าชิงออสการ์เรื่องล่าสุดที่เพิ่งไปดูมาสดๆร้อน ระหว่างทางเลยฉายสดเล่าเรื่องราวของ Benjamin ให้เพื่อนฟังตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ เพราะคิดว่า Major ใน Central พระราม 3 โรงหนังชานเมืองคงไม่นำหนังเข้าชิงออสการ์พวกนี้มาฉายแน่ๆ เราเล่าปนโม้จนเพื่อนเริ่มคล้อยตามและรู้สึกร่วมด้วยถึงความแปลกและน่าสนุกของหนังเรื่องนี้ และเสียดายที่ไม่ได้ดู เราถึงกับออกปากว่า ถ้าที่ Central Rama3 มีเรื่อง Benjamin เข้าฉายเราจะยอมนั่งดูหนังมาราธอน 3 ชั่วโมงเป็นเพื่อนอีกรอบก็ได้

          แต่พอไปถึงโรงหนัง ดันมีหนัง Benjamin เข้าฉายและได้รับความนิยมอย่างมากเสียด้วย เราถามเพื่อนว่าจะดูป่าว เพื่อนส่ายหน้าเพราะได้ฟังเราเล่าเหมือนได้ดูจนจบแล้ว เราก็เสียดายไม่คิดว่าจะมีฉายเลยโชว์ความจำเล่าเรื่องแต่ละฉากให้เพื่อนฟังอย่างละเอียดจนไม่เหลือความตื่นเต้นให้ดูแม้แต่น้อย…ในที่สุดเลยต้องกลับไปดูหนังเรื่อง A Moment In June ตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก

          ดูหนังไทยจบใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง เรากับหลาเห็นตรงกันและยังงงกับหนังเรื่องนี้ จบแล้วเหมือนยังไม่ได้ดู  ฮ่าฮ่า… เหมือนเราได้ดู หนังเกย์ร้อนแรง หนังย้อนยุคและละครเวทีเล่นสลับกันไปมาตลอดทั้งเรื่อง อาจสรุปได้ว่า เนื้อเรื่องโดยรวมไม่มีอะไรตื่นเต้นหรือซับซ้อนหักมุมใดๆ ที่ดีและแปลก คือ การดำเนินเรื่องราวสลับฉากกันนั่นเอง จนคนดูเริ่มจะงงว่าตอนนี้กำลังดูเรื่องจริงหรือดูละครเวทีอยู่กันแน่ ตอนจบยังให้คิดต่อเอาเองอีก…ลงความเห็นกันว่า ไม่ประทับใจเท่าไหร่ แถมหลายังกระแหนะกระแหนต่อเนื่องอีกว่า คราวหน้าเช็คเนื้อหาและเรตติ้งหนังก่อนดูหน่อยนะ เล่นเอาเราผิดหวังแบบหน้าแหกซ้ำไปอีก

          ดู A Moment in June รอบ 18.50 เราไปถึงราวๆห้าโมงกว่าๆ หนังเลิกหลังสามทุ่ม ซึ่งได้เวลานอนของหลาแล้ว จึงต้องเปลี่ยนแผนยกเลิก จิ้มจุ่มที่วางแผนไว้หันไปกิน BBQ ปิ้งย่างในห้างระหว่างรอดูหนังแทน เราแอบผิดหวังเล็กๆเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่แสดงออกมาก เพราะเดี๋ยวเสียฤกษ์ อุตสาห์สามัคคีชวนกันเข้าวัดทำบุญกันมา หากคิดไม่ดี จิดใจฟุ้งซ่านไม่สงบ บุญที่ทำไปอาจไม่ได้ประโยชน์

     

          ได้เสื้อ Polo สีกรมท่าลด 50% เป็นของขวัญวันเกิด
          ก่อนลงจากรถจากรถ หลามี Surprise เล็กๆส่ง Postcard ที่บรรจงเขียน Happy Birthday และคำอวยพรแบบซึ้งๆตามประสามาให้อีกใบ 

Advertisements