วันนี้ตื่นแต่เช้า ราวๆเก้าโมงเศษๆ (เรายังเรียกว่าเช้า แม้คนอื่นจะบอกว่าสายแล้วก็เถอะ)
นับเป็นเวลาเกิน 1 เดือนที่เราปล่อยให้ห้องหับของตัวเองรกรุงรังและปล่อยตัวปล่อยใจใช้ชีวิตเที่ยวไปวันๆอย่างเหลวไหลไร้สาระ

เสาร์นี้วางแผนมั่นเหมาะ…จะง่วง จะเมื่อยยังก็ต้องอดทน รีบกวาดถูห้องให้เรียบร้อยเข้าที่เข้าทาง
ถ้าขืนปล่อยไว้ไม่ทำอะไร…ห้องคงเน่า ฝุ่นหนาเตอะหนักเข้าไปใหญ่
เพราะจะติดภาระกิจทริปสั้นวันเดียว และทริปเที่ยวยาวต่อเนื่องหมดสิทธิ์อยู่ดิดบ้านอย่างน้อยๆ 3 เสาร์-อาทิตย์แน่
รีบจัดการเอาผ้าลงเครื่อง ระหว่างรอผ้าเสร็จก็ถูบ้านข้างล่าง 2 รอบ
พื้นที่จอดรถกับรางระบายน้ำหน้าบ้านมีตะไคร่เกาะเขียวขวางตามาหลายวัน ถือโอกาสลากแปรงด้ามยาวขัดออกให้หมด
รีบมาจัดเก็บ เช็ดถูห้องนอนที่ผลัดแล้วผลัดอีกมาหลายรอบ
ซักผ้าปูที่นอนเสียทีเดียว รวบรวมหนังสือที่วางกระจัดกระจายเต็มที่นอน กองอยู่ที่พื้น บนโต๊ะคอมอีกหลายเล่ม
กระเป๋าและเป้อีกใช้เสร็จวางไม่เป็นที่
ขนมาเป็นเสบียงเผื่อหิวยามดึกทั้งขวดน้ำ , นมกล่องที่กินหมดแล้วยังวางอยู่ข้างเตียงเกือบสิบกล่อง
จดหมายต่างๆทั้งพวกเรียกเก็บเงินบัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์หรือจากที่ต่างๆที่ไปสมัครเมมเบอร์ไว้พร้อมใจกันส่งข่าวมามากมาย
เราก็เก็บไว้มากมายหมลายเดือนเช่นกัน ยังไม่ได้แกะบ้างแกะแล้วก็มีกองรวมกันหลายสิบฉบับ…ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม

ตอนแรกคงกะเอาไว้เช็คโปรโมชั่นต่างๆ แต่แล้วก็ลืมวางกองไว้ที่เดิมจนถึงวันนี้
เช็ดฝุ่นกรอบรูปเก่าๆหลายอัน  >>จนถึงรูปนั้นที่เคยยืนมองยืนยิ้มได้คนเดียว
หายใจเข้าลึกๆ ก่อนตัดสินใจหยิบรูปขนาด 8×10 ใบนั้นใส่ถุงเอาไปเก็บไว้ใต้ราวผ้า
บางทีก็เบื่อที่จะเห็น ไม่อยากเดินสบตากันก่อนเข้าห้องน้ำอีกต่อไป

@@ไม่มีใครหรอกจะลืมความทรงจำได้หมด แค่เก็บความทรงจำนั้นไว้(ไกลๆ)บ้างก็ดี…@@

แต่ก็ไม่แน่อีกนั่นแหละ วันหนึ่งอาจหยิบออกมาวางไว้ที่เดิมใหม่ก็ได้

>>>การเป็นคนความจำสั้นบางทีก็มีประโชยน์อยู่เหมือนกันนะ…ใช่หรือไม่ใช่ ? ? ? 

กว่าจะสะสางของต่างๆที่ไม่จำเป็นลงถุงขยะหรือเก็บให้เข้าที่ จนถูห้องเสร็จก็เรียกเหงื่อไหลจนสื้อเปียก
ไหนๆก็เหนื่อยแล้วเอาผ้าชุบน้ำผสมน้ำยาขัดโต๊ะ ตู้ซะให้งามหมดจดเสียด้วยเลย
วันนี้กำลังขยันเลยรีบกอบโกย เหนื่อยให้คุ้ม….>>แม้ห้องมันคงเรียบร้อยอยู่ได้ไม่กี่วัน<<
ทำแบบไม่หยุด เพราะเคยมีบทเรียนมาก่อน เคยทำๆซักพักแล้วขอหยุดพักนอนงีบนึง
ปรากฎว่าทำได้แค่นั้น เพราะดันนอนจนบ่ายแล้วขี้เกียจทำต่อเสียแล้ว

แม่ศรีเรือน…ทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยเกือบเที่ยง >>ห้องสะอาดและเป็นระเบียบราวกับวิมาน(คนยาก)
เหนื่อยตามที่คาดไว้ เลยอาบน้ำ ท่าแป้งเย็น แล้วปิดห้องนอนยาว

FM 95.5 เปิดเพลงต่อเนื่อง วันหยุดไม่มีดีเจ ฟังกล่อมจนหลับพักเหนื่อยจนสี่โมงเย็น…

หมอฟันนัดหกโมงเย็น
ขอ x-ray ฟันที่เหงือกบวมอีกครั้ง หลังจากที่ x-ray ดูเมื่อวันอังคารหนองมันปิดมองไม่เห็น
กินยาแก้อักเสบมาเกือบอาทิตย์ เหงือกยุบกลับสู่สภาพเดิม
หมอตรวจดู…ก็บอกว่า โอเคแล้ว แค่เหงือกอักเสบ รากฟันไม่เป็นอะไร
# แถมยังชมอีกว่า รากฟันเราใหญ่และแข็งแรงดี แต่ที่เหงือกอักเสบแล้วบวมเยอะมากจนปวดระบบไปทั้งแก้มหนก่อน
เป็นเพราะรากฟันมันยาวจนชิดกระดูกและเส้นประสาท พออักเสบเลยเจ็บมากกว่าปกติ >>อ่าว…ซวยแล้วเรา
#.# หมอบอกอีกว่า ไม่ค่อยเจอหรอกนะที่คนจะมีรากฟันยาวจนถึงกระดูกแบบนี้ >>อ่าว…เป็นของแปลกไปอีก 
##.## ปกติฟันซี่บริเวณนี้จะมีแค่ 3 รากแต่เราดันมี 4 รากไม่เหมือนชาวบ้าน >>อ่าว…มีเกินเพื่อนอีกเรา
แต่ก็ว่า…มันไม่เป็นอะไรหรอก ปล่อยมันไว้ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องไปทำอะไร อย่าให้เหงือกอักเสบอีกก็เป็นพอ
หมอตั้งใจอธิบายพร้อมชี้รูปฟันจากฟิล์มไปด้วย เราดูไม่ออกเหมือนหมอหรอก แต่พยักหน้ารับทราบและเข้าใจตามได้
มีย้ำส่งท้าย >>> ว่ามาขูดกินปูนให้สม่ำเสมอ เหงือกจะได้ไม่เจ็บอีก

เรายังเหลือเรื่องตกค้างต้องจัดการฟันเกินอีก 2 ซี่ งานช้างหละทีนี้ >>>หนีฟันคุดเจอฟันเกิน…เจริญจริงเรา
หมอคงให้ถอนออกให้หมด  แต่เรายังไม่อยากเจ็บตอนนี้ เลยขอผลัดหมอไปเดือนสิงหาโน่น…
หมอก็ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็ต้องยอมตามใจคนไข้(เรื่องมาก)คนนี้ต่อไป
>>>ว่าจะปรึกษาเรื่องทำฟันขาวด้วย<< แต่ก็ขี้เกียจแล้ว เดี๋ยวหมอคุยยาว
เราชอบมาเป็นคนไข้คนสุดท้ายของหมอทุกที หมอชอบชวนคุยเรื่องทำฟันโน่นนี่แล้วก็เขียนประวัติการรักษาไปด้วยแบบไม่รีบร้อน
ถ้าคุยเรื่องทำฟันขาวหมอคงมีเรื่องคุยต่ออีกนาน หมอเค้าชอบคุยแบบให้คนไข้คิดตามไปด้วย…
แล้วตัดสินใจเองว่าคุ้มไหม/จะเอายังงัยก็บอกมา/หมอให้คำแนะนำไปหมดแล้วนะ…ประมาณว่าจะทำยังงัยก็เรื่องขอแก หมอไม่เซ้าซี้ค่า
เพราะหมอเค้ารู้ว่าเรามักเป็นคนไข้เคสพิเศษชอบต่อรอง…ขอกลับไปนอนคิดก่อนได้ไหมทุกที

แต่วันนี้…เหนื่อย เสียเหงื่อไปเยอะแถมยังนอนไม่เต็มอิ่ม
เลยรีบบ๊าย บายหมอกลับบ้านดีกว่า
หมอยังแซวว่า >>ครั้งนี้มาตรงนัดเชียวไม่มีโทรมาเลื่อนเหมือนทุกทีนะ…สงสัยกลัวจัด 555 >>หมอรู้ทัน!!
เย็นนี้พ่อทำแกงเขียวหวานเนื้อหม้อใหญ่

เราเพิ่งไปไถ่ชีวิตโค-ควายมา >> เลยคิดว่าควรจะเลิกกินพวกมันด้วยไหม
หลังจากปรึกษาผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพก็ได้รับคำแนะนำว่า =>ควรงด พี่เค้าบอกอีกว่าผู้หญิงไม่ควรกินเนื้อหรอก =>มันไม่ดีนะและมีผลต่อน้ำเหลืองอะไรซักอย่าง 
เรายังจำได้อีกว่า..เคยไปดูหมอไพ่ยิปซีแถวๆกิ่งเพชร เค้าก็แนะนำว่าให้เรางดกินเนื้อแล้วบูชาเจ้าแม่กวนอิมแล้วจะดี
เมื่อมีเหตุผลสนับสนุนหลายประการ  =>เราเลยตั้งใจว่า….”จะเลิกกินเนื้อวัวเสียที”
เมื่อวันศุกร์ประกาศให้เพื่อนทราบโดยทั่วหน้า
คนที่จะกระทบมากที่สุด คงเป็นพี่กกและนัท เพราะจะเสียสมาชิกหม้อสุกี้หรือเตาปิ้งย่างเนื้อไปอีกคนหนึ่งแล้วน้า
งานรวมพลคนรักเนื้อ โคขุนโพนยางคำ +>> คงยังมีต่อไป แต่เราต้องย้ายไปปิ้งเตาหมูแทนแล้วหละ <<+
เย็นนี้พ่อทำกับข้าวอย่างเดียวเสียด้วย
@@ข่มจิต กำหนดลมหายใจ แต่กระเพาะอาหารมิอาจสงบนิ่งอยู่ได้ เมื่อจิตกับกายไม่สัมพันธ์กัน มันก็ยากจะฝืนทน…@@
เราเลยต้องหันไปพึ่งนมโฟร์โมสต์เฮลตี้โบนประทังชีวิตไปมื้อนึง..

Advertisements