ออกจากบ้านเกือบ 10 โมงเช้า กลับเข้าบ้านเกือบ ตี 1 …ไปทำอะไรมามากมาย…

ตามโปรแกรมและหมายกำหนดการ แบ่ง The Gang! ออกเป็น 2 รถ ดังนี้
คันที่หนึ่ง : รวมพลคนต่างจังหวัด ได้แก่ พี่ช่อน/ปทุมธานี , พี่ณา/นนทบุรี, แจง/กรุงเทพฯ และหลาเหลี่ยว/สมุทรสาคร
คันที่สอง : คนละแวกรามอินทรา นวมินทร์และเสนานิคม ได่แก่ พี่กก น้องหญิง นัท minty

10 โมงเช้า จุดนัดพบแรก คือ วัดชลประทาน วันนี้วันเสาร์ ใกล้ๆเที่ยงวัดเลยค่อนข้างเงียบเหงา พวกเราพร้อมหน้าตรงไปถวายสังฆทาน ถวายหลอดไฟร่วมกัน พี่กกพาทัวร์ลานหินโค้ง สักการะรูปปั้นหลวงพ่อปัญญาฯ และเดินเล่นรอบๆวัด แวะซื้อหนังสือธรรมะ อุดหนุนนิทานชาดก ฉบับการ์ตูนกันหลายเล่ม

เที่ยงนิดๆ ตามโปรแกรม คือ กินข้าวกลางวันที่บ้านระเบียงน้ำ แถวๆสนามบินน้ำไม่ไกลจากวัดนัก

             

ร้านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พี่กกติดอกติดใจ เลยแนะนำให้เพื่อนมาลิ้มลองกัน ร้านนี้บรรยากาศดี ลมเย็น เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสายาวและกว้างใหญ่ เรือขนทราย เรือรับจ้างวิ่งไปมา คนในร้านยังไม่แน่นนัก แต่สังเกตุได้ว่า โต๊ะมุมดี อยู่ติดแม่น้ำตั้งป้ายว่า จองแล้ว ไว้จนหมด ถ้ามานั่งกินยามเย็น แดดโพล้เพล้ ก่อนพระอาทิคย์ตกคงโรแมนติกมากกว่านี้

             เวลาไปร้าน เค้ามีรถกอล์ฟรับ-ส่ง

             รายการอาหาร ที่ผ่านมติและเลือกสรรแล้วมีดังนี้

ปลากระพงเผา
กุ้งทอดซอสมะนาว
ต้มแซบหมุตุ๋นหม้อไฟ
น้ำพริกลงเรือ
สะเดา น้ำปลาหวาน กุ้งเผา
ยำผักยุ้งทอดกรอบ

เที่ยงถึงราวๆบ่ายสองเป็นเวลานอนกลางวันรอบสองประจำวันเสาร์พอดี…เราเลยเข้าโหมด ง่วง ซึม ตอนกำลังกินข้าวจนควบคุมตัวเองไม่ได้ยิ่งเจอลมพัดเย็นๆแทบจะหลับคาโต๊ะ กับข้าวที่สั่งมาทุกคนก็บอกว่าอร่อยดีเกือบหมด เรากินได้เรื่อยๆ แต่ไม่มีใจจะถ่ายรูปอาหาร รูปบรรยากาศ วิวรอบๆร้าน เหมือนเคยๆ…จนท้องอิ่มจึงค่อยกลับมามีเรี่ยวแรงหน่อย

                         

อิ่มท้องจุดหมายต่อไป คือ ไหว้พระรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คราวนี้ต้องแยกย้ายขับรถยาวๆไปเที่ยวใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนบนของกรุงเทพฯกันบ้าง จุดนัดพบแรก คือ วัดสระเกศ ไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระบรมบรรพต แล้วชมวิวเมืองกรุงบริเวณใกล้เคียงจากที่สูงด้วย รถคันที่สองมีนัท ลูกแม่โดมเจ้าถิ่นผู้ชำนาญเส้นทาง หาเส้นทางลัดซอกแซกไปตามซอยเล็กซอยน้อยจนไปจอดรอคันหนึ่งที่วัดสระเกศอยู่นานเชียว…แม้ตอนเรื่มออกเดินทางคันเราจะหลงออกนอกเส้นทางกันครั้งแล้งครั้งเล่าก็ตาม

                 

 เสร็จแล้วไปไหว้พระที่วัดบวรฯกันต่อ แต่ที่โบสถ์กำลังมีงานอุปสมบทพอดี เลยได้แต่ยืนไหว้พระอยู่ด้านนอก น้ำลายไหลอยากกินข้าวต้มหน้าวัดขึ้นมาซะงั้น ตามโปรแกรมเลยจอดรถไว้ในวัดแล้วเดินไปกินโรตีมะตะบะ เจ้าอร่อย ที่ถนนพระอาทิตย์กันเถอะเพื่อนๆ ร้านนี้จะอยู่ตรงข้ามสวนสันติชัยปราการเป๊ะเลยนะ…ไปพิสูจน์กันหน่อย

                   

บ่ายๆร้านนี้จะคนเยอะมาก พวกเราต้องนั่งรอโต๊ะอยู่หน้าร้านพักใหญ่

เรา แจง พี่ณาและน้ท ชวนกันไปเดินเล่น ชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองหาเด็กน้อยในสวนสันติชันปราการระหว่างรอกัน…ตอนนั้นท้องฟ้ายังโปร่งสดใส อากาศดีเหมาะแก่การไปเดินชมสวน ชี้นกชมไม้ เหล่เด้กน้อยเป็นอย่างมาก จนพี่ณาถึงกับชอบบรรยากาศโทรฯไปเปลี่ยนแผนให้ซื้อโรตี มะตะบะมากินแบบปิคนิคริมแม่น้ำรับลมเย็นๆกันดีกว่า….

                  

ระหว่างกำลังเพลิดเพลินกับฉากด้านหลังที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยากว้างใหญ่ อากาศแสนสบายในสวนสันติฯ ต้นไม้อันเขียวขจีร่มรื่นจนรู้สึกดีมากๆไปทั่วกายและใจ แป็ปเดียวท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ฝนเทลงมาอย่างกระทันหัน ผู้คนมากมายในสวนแตกกระเจิงหาที่หลบสายฝนกันใหญ่ พวกเราวิ่งหลบฝนที่กำลังตกหนักไปอยู่ในเต้นท์ใหญ่ร่วมกับคนที่มาเที่ยวในสวนหลายๆคน รวมทั้งเด็กน้อยฝรั่งหน้าหวานที่เรากะจวงแอบเห็นตั้งแต่หนูน้อยนั่งชันเข่ากับพื้นหญ้าทำมิวสิคเหงาๆอยู่ในสวนก่อนหน้าฝนตกแล้วด้วย คุณน้องคนนี้ทำให้พี่แจงถึงกับขาสั่น ปิ๊งตั้งแต่เห็นระยะไกล เมื่อได้มาหลบฝนข้างๆกันยิ่งเห็นว่าคุณน้องหน้าหวานและใสมากๆเหมือนฟ้าฝนเป็นใจเปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิด แต่ไม่นานเมื่อตาสว่างจึงได้เห็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์…คุณน้องยืนคุยโทรศัพท์ด้วยท่าแต๋วแตกมากๆจนพวกเราทำใจยอมรับแล้วหละว่า คุณร้องฝรั่งหน้าหวานคงเป็นเก้งกวางแน่ๆ…เสียของอีกแล้ว

ฝนตกหนักมากขึ้น..จนวิ่งข้ามถนนกลับร้านโรตีไม่ไหว ยืนหนาวรอซักพัก ฝนเริ่มซา เบื่อยืนแอบดูคุณน้องเก้งแล้วด้วย พี่ณาเลยโทรฯไปตามพี่ช่อนให้เอาร่มมารับหน่อย…เรากะนัทเห็นว่าฝนเริ่มตกปรอยๆลงเม็ดบางๆแล้ว เลยขอวิ่งฝ่าสายฝนไปแทน

ไปถึงร้าน พี่กก น้องหญิง พี่ช่อน หลา ที่ไม่ได้ไปชมสวนด้วยและอดได้สนุกสนานข้างฝนพรำเหมือนเรานั้น กินโรตี มะตะบะ แกงมัสมั่นต่างๆมากมายจนอิ่มแปร้ โรตีบางส่วนที่สั่งไว้รอพวกเราเริ่มเย็น หายกรอบ เสียอรรถรสไปเยอะ…แต่เราก็กินไปหลายอย่างหายอยากกันทีเดียว พวกเราสี่คนหลังจากไปผจญภัยกลางฝนกลางสวนกลับมาลงมือกินทันที สั่งเพิ่มเติ่มเพราะกำลังหิวพอดี

               

สี่โมงเย็นกว่าๆแล้ว ท้องอิ่มอีกครั้งกันถ้วนหน้า เปิดประชุมกลุ่มย่อยวางแผนว่าจะไปไหนกันต่อดี ลงมติยกเลิกไปวัดชนะสงครามรีบเดินกลับไปเอารถแล้วมุ่งหน้าไปไหว้พระนอน วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนแทน..ช่วงเย็นมีชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สนามหลวงพอดี…รถติดอยู่ใต้สะพานปิ่นเกล้า บนถนนพระอาทิตย์พอดี เรากับนัทหัวไวบอกพี่กกเลี่ยงทางผ่านไปสนามหลวงขับรถเข้าไปในธรรมศาสตร์เป็นทางลัดไปออกประตูฝั่งท่าพระะจันทร์ ขับตรงไปวัดโพธิ์ฉิวได้เลย…

สมาชิกมากันครบหกโมงกว่าแล้ว ทางททท.ร่วมกับวัดโพธิ์มี “นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์” หลังจาก 6 โมงเย็นจะคิดค่าเข้าชมนิทรรศกาลพร้อมมัคคุเทศก์ที่ชำนาญพาเที่ยวชมและให้คำอธิบานร่วม คนละ 50 บาท

นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและสถาบันศาสนา และสร้างจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อีกทั้งอนุรักษ์วิถีความเป็นอยู่และศิลปวัฒนธรรมไทยรวมทั้งสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนในเขตโบราณสถานในกรุงเทพมหานคร

สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 9 สิ่ง ได้แก่
1. มหัศจรรย์พระไสยาส
2. มหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน ศาลาจารึกตำรานวดแผนโบราณ
3. มหัศจรรย์มหาเจดีย์ สี่รัชกาล
4. มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย
5. มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์
6. มหัศจรรย์ตำนานยักษ์วัดโพธิ์
7. มหัศจรรย์ผ่านภพรัตนโกสินทร์
8. มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร ภายในพระอุโบสถ
9. มหัศจรรย์ต้นตำรับนวดแผนไทย

ชาวคณะเราเริ่มต้นด้วยการเข้าไปนมัสการและชื่นชมความงดงามกับสิ่งมหัศจรรย์พระไสยาส พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มีประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่พระบาท

 

ระหว่างที่อยู่ในอุโบสถฟังน้องไกด์ เล่าเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับพระพุทธไสยาส ตลอดจนเล่าประวัติของพระอุโบสถอยู่เพลินๆพี่กกคอยให้ข้อมูลเสริมบ้างเป็นระยะๆ ฝนตกหระหน่ำลงมาอย่างหนัก ลมแรง จนไปไหนไม่ได้ ฝนยิ่งตกยิ่งหนักจนสาดเข้ามาในอุโบสถถึงกับต้องปิดประตูหน้าต่างจนหมด…ระหว่างนั่งรอฝนหยุด พีกกนำทีมจับกลุ่มอ่านและศึกษาพุทธประวัติข้างฝาอุโบสถกันไปเรื่อยๆ ฝนยังตกหนักเหมือนมีพายุลมพัดแรงมากจนช่อฟ้าอุโบสถหักลงมาเสียงดังสนั่น…พวกเราถึงกับวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ฝนตกตามฤดูกาลปกติ หรือเพราะเราเข้าวัดเลยเกิดอาเพศฝนฟ้าคะนองกันเนี่ย…

พวกเราติดฝนอยู่ในอุโบสถนี้จนสามทุ่มกว่า น้องจ็อบไกด์หนุ่มน้อยปากดี จึงพาเราไปเที่ยวสิ่งมหัจรรย์อื่นๆที่น่าสนใจต่อ มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร ภายในพระอุโบสถ , ฤาษีดัดตน เนื่องจากฝนตกหนักที่ผ่านมาทำให้เราไม่สามารถชมได้ครบ 9 สิ่งมหัศจรรย์ได้หมด น้องเค้าเลยเสนอให้เราเก็บตั๋วไว้แล้วมาเที่ยวกันใหม่…ให้ครบภายหลังได้

ออกจากวัดโพธิ์ พี่กกไม่อยากให้ชาวคณะพลาดแสงสี ยามค่ำคืนของพระปรางค์ในวัดอรุณ เลยนัดแนะให้ไปจอดรถที่ท่าเตียน เดินเข้าไปดูความสวยงามของพระปรางค์ฝั่งตรงข้ามที่ริมท่าเรือข้ามฟากกัน ภาพของพระปรางค์สะท้อนแสงกลับหัวบนผิวน้ำเจ้าพระยายามค่ำนี้ช่างงามจับใจ แต่เสียดายที่เรามาถึงดึกเกินกว่าจะนั่งเรือข้ามฝากไปชมความงามแบบใกล้ชิดได้มากกว่านี้

ตอนนี้ทั้งเหนื่อยทั้งหิว ตัดสินใจไปกินผัดไทย ประตูผี กับ โจ๊กหม้อดิน คันที่สองขับนำทาง

    

ตอนแรกวางแผนจะสั่งโจ๊กหม้อดินร้านติดกันมากินพร้อมๆกับผัดไทยด้วย แต่ไม่รู้เค้าทะเลาะกันมาหรือไร เลยไม่ยอมให้มากินที่ร้านนี้ แต่ไม่เป็นไร เมื่อปากอยากกินยังงัยก็ต้องได้กิน พวกเราเลยวางแผนกินผัดไทย 8 คน 6 จาน สั่งมากินด้วยกันทั้งผัดไทยธรรมดา ผัดไทยมันกุ้ง ผัดไทยกุ้งสด ผัดไทยรวมมิตร ปลุกรสตามความชอบ สั่งมาหลายๆแบบจะได้ลองกินกันได้หลายๆอย่าง ใครใคร่ซื้อใส่ห่อกลับไปกินต่อหรือฝากคนที่รักที่บ้านด้วยก็แล้วแต่สะดวก แต่ต้องปันท้องไว้บางส่วนด้วย เผื่อท้องไว้ให้โจ๊กหม้อดินที่แสนอร่อยเป็นเมนูต่อไป

   

ปิดท้ายด้วย นมสดร้อน นมสดเย็น ขนมปังปิ้งเนยน้ำตาล แยมส้ม สังขยาส้มที่ร้านมนต์นมสดตอนเกือบห้าทุมครึ่ง…ส่งท้ายเช่นคย

  

เหมือนได้ประชุมปิดทัวร์วันเดียว ทำบุญ ไหว้พระ หาอะไรอร่อยๆประจำถิ่นกินกัน….พี่ณาถือโอกาสกล่าวปิดงานและเคลียร์บัญชีค่าของถวายสังฆทาน ค่าอาหารแต่ละมื้อ ค่าโน่นนี่นั่นจิปาถะที่ใครสำรองจ่ายไปก่อนตลอดทั้งวัน รวมยอดหารเฉลี่ยปิดบัญชีกันให้เรียบร้อยเสียวันนี้เลย….

ผ่านไปเรียบร้อยหนึ่งวันเต็มๆกับกิจกรรมหลากหลายอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน เป็นไปตามโปรแกรมที่คิดไว้ครบถ้วน สมใจ อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ สนุกสนาน แม้จะเหนื่อยแต่ก็คุ้มสุดๆ…พรุ่งนี้หยุดอีกวัน ตีตั๋วนอนพักยาวกันเลนนะพี่น้อง

 สลายตัว เอาตอนเที่ยงคืน

Advertisements