ยามเย็นพี่ณา หายตัวไปแบบส่วนตัวๆ ทิ้งให้เรากะจวงไว้อย่างเดียวดาย พี่กกกะน้องหญิงท่าทางมีนัดสังสรรค์อะไรซักอย่าง ขี้เกียจสืบราชการลับ
หกโมง….เย็นเรากับจวงไม่มีที่ไปก็เลยชักชวนกันไปเดอะมอลล์ บางกะปิ เผื่อไปเดินหาซื้ออะไรๆเล่นกันหน่อย
ท่าเรือหลังตึกชาญ….เวลาจะไปลงเรือมักเจอเรื่องไม่สบอารมณ์ สาเหตุประมาณนี้
(1) คนรอเยอะ ต้องแย่งกัน โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน 17.30 – 19.00
     คนขึ้นซัก 1-2 คนแต่มีคนรอเกาะเชือกแย่งลงเรือเกือบสิบคน…ต้องแล้วแต่ดวงทุกที ถ้าไปยืนรอถูกที่ถูกจังหวะก็ได้ไปเร็ว
(2) เรือชอบไม่จอด คือ ถ้าไม่มีคนขึ้นท่านี้ มันก็จะแล่นผ่านหน้าไป ทิ้งให้พวกเรามองตามตาละห้อย ไม่ว่าลำนั้นจะว่างแค่ไหน….
(3) ท่าเรือมันเล็ก เวลาเรือแล่นเร็วๆ หรือสวนกันระยะประชิด ม้กเกิดสีนามีขนาดย่อมๆ เปียกปอนว่าที่ผู้โดยสารแถวนั้นทุกที
(4) จากข้อ (1) และ (2) ทำให้ต้องรอนาน ยืนจนเมื่อย ที่นี่น่าจะเป็นท่าเรือแห่งเดียวที่ไม่มีที่นั่งรอ

จากเหตุผลพอสังเขปข้างต้น ทำให้เรากับแจงเลิกลงเรือแล้ว เพราะไปยืนรอที่ไร เหมือนไร้อนาคตได้ไปต่อจริงๆ บางทีรอจนเมื่อยแล้วเมื่อยอีกก่อนถอดใจเดินย้อนมาโบก Taxi กันดีกว่า

ยิ่งวันนี้…ชวนกันไปเดอะมอล์ เวลาที่จะเคลื่อนตัวไปนั้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการเดินทางโดยชลมาศอย่างชัดเจนโดยเฉพาะข้อ 1 จึงเป็นที่รู้กันอยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

พอจะนั่ง Taxi ไปทางหน้ารามแล้วเข้าทางด้านหลัง The Mall เหมือนที่เคยๆ วันนี้ดันเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน หรือ วันศุกร์แห่งชาติ (วันศุกร์ที่ตรงกับวันงินเดือนออกและเป็นวันสิ้นเดือนเท่านั้น) ที่ได้รับการกล่าวขวัญเตือนให้ระวังเรื่องรถติดสาหัสมาตลอด

เราคิดว่าการเดินทางโดยชลมาศ น่าจะเป็นเวิร์คสุดยามนั้น เมื่อไม่อยากลงเรือที่ท่าหลังตึกและหลีกเลี่ยงปัญหาหลักข้อ (1)-(4) ได้บ้างนั้น

เราเลยถามแจงไปว่า….”ไปลงเรือที่ท่าคลองตัน เดินไหวปะ” เพื่อนดันหาว่าเราท้าทาย ดูถูกมันเข้าให้…ยอมได้ที่ไหนหละ เลยได้เดินคุย(เรื่องของชาวบ้าน)กันไปแบบกระหนุงกระหนิง

เดินเพลินยังไม่ทันเหนื่อย มัวแต่วิเคราะห์เหตุการณ์ปัจจุบัน เจาะประเด็นข่าวร้อนกันไปตลอดทาง หัวเราะจนเหงือกแห้ง…ใช้เวลาไม่มากไม่น้อยก็มาถึงสถานีเรือคลองตันตามแผนที่วางไว้

แต่ยังไม่หนึ่งทุ่มเลยเจอกับเหตุการณ์ปัญหาข้อ (1) เข้าเต็มๆ แม้ว่าจะไม่มีปัญหาข้อ (2) มาขัดใจ เรือทุกลำจอดให้แย่งกันขึ้นตามอัธยาศัยแล้วแต่ความสามารถเฉพาะบุคคล แถมพี่แจงยังขอเพิ่มออพชั่น ขอไม่ยืนนะ…แม่งดันแบบโน๊ตบุ๊คมาด้วย เราก็เห็นด้วยนะ เพราะมองไปที่ท้ายเรือ คนยืนอัดแน่นหยั่งกับปลากระป๋องเหมือนจะไม่มีที่หายใจ อยากนั่งเผื่อเจอลมเย็น จะได้แอบหลับซักงีบนึก และไม่อยากเสี่ยงกับ H1N1 ด้วย

เรากับแจงเลยตกลงกันว่า…ถ้าเรือมาว่างที่เดียว ใคร(แย่ง)ไปก่อนได้ก็ไปเลย…แล้วไปเจอกันที่โน่น(เดอะมอลล์ บางกะปิ)เลย ขึ้นจากเรือแล้วไม่ต้องเดินไปไหน รอที่นั้น…ตกลงตามนี้

และแล้วแจงได้ไปก่อนคนเดียวจริงๆ…เราเลยต้องต่างคนต่างไป นั่งเรือแยกจากกันแบบอาลัยอาวรณ์ เรานั่งเรือลำถัดมาตามแบบไปติดๆ

มาถึงห้างสรรพสินค้าจุดหมาย…เปลี่ยนใจไม่ซื้อของแล้วแจงเดินหาร้านทำผม อยากแว็กซ์ผมกลบผมขาว ทำสวยสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่ยังเจอร้านไม่ถูกใจและถูกเงินอีกต่างหาก…สงสัยคงได้กลับไปให้บัง ร้านหน้ารามทำให้เหมือนเคย

ก่อนกลับแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ตรงข้ามเดอะมอลล์กัน แซบจนท้องปั่นป่วนอีกแล้ว

  

ก่อนที่จะดึกเกินไป ควรรีบกลับบ้านได้แล้วจะได้รีบเข้านอน ต้องเก็บแรงไว้สำหรับตะลุยพรุ่งนี้ สองเพื่อนแท้เลยรีบเดินไปขึ้นรถตู้กับบ้านใครบ้านมันกันเถอะ

Advertisements