วันนี้มีโอกาสไปโฉบเฉี่ยวเที่ยวเล่นแถว Central world ไปเดิน Certerpoint playhouse ชมสิ่งรื่นเริงบันเทิงใจเรื่อยเปือยไปตามประสาคนไม่รักดี

ยามเย็นก่อนกลับบ้าน ได้ลาภปาก มีคนอาสาเลี้ยง บรรดา Sushi ของโปรด ณ ร้านหรู ชื่อ HEIROKU Sushi เค้าว่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ คนเคยมากินแล้วแนะนำว่าอร่อย คนชอบปลาดิบ ข้าวปั้นอย่างเราเลยไม่กล้าปฏิเสธ คนกินแน่นร้านและที่ยืนรอคิวอีกนับสิบ รับรองว่าอร่อยอย่างที่แนะนำมาแน่ ไม่น่าผิดหวัง
 

ร้าน HEIROKU Sushi  ร้านเด่นสง่า ตกแต่งแบบญี่ปุ่นอยู่บนชั้น 7 ห้างหรู CTW มีบรรดาข้าวปั้น ปลาดิบหลากหลายเวอร์ชั่น หลายราคาให้เลือกลิ้มลองได้ตามความพอใจและกำลังทรัพย์ที่มี(ของคนจ่าย)…เข้าไปนั่งเห็น Sushi หน้าสลอนไหลมาตามสายเรียงหน้ากันยั่วน้ำลายออกมาสอเต็มปากแทบจะหยดลงโต๊ะ หิวขึ้นมาทันที ดีที่ยังเกรงใจคนนั่งข้างๆเลยต้องเก็บอาการ รักษาหน้ากันไว้บ้าง

  

แม้ร้านนี้จะไม่ใช่บุฟเฟต์ แต่วันนี้เราก็เหมือนจะกินได้ไม่อั้น เพราะเจ้าภาพของเรากระเป๋าหนักใช่ย่อย และใจดีมากๆ 5555 (ยอลับหลังเสียหน่อย….)

Sushi ร้านนี้จะใส่จาน หมุนเวียนต่อแถวมาตามสายพานอย่างเป็นระเบียบ สดใหม่เลือกหยิบกินได้ตามชอบใจ มีให้เลือกจนตาลายและน้ำลายเตรียมไหลอยู่เรื่อยๆ จะร้องเรียกสั่งพิเศษกับพ่อครัวตรงหน้าทำให้ทันทีก็ได้ ราคาก็จะแตกต่างกันไป ตรวจสอบราคาได้โดยการดูสีจานแล้วมาเปรียบเทียบกับราคาในเมนูเอา ซึ่งราคาจะมีตั้งแต่เบสิค 29 –  จานทองคำ 119 บาท

ดังนั้น หากจะดำเนินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ก็จงหยิบจานที่ราคา 29 / 39 บาทเท่านั้น

แต่เนื่องจากวันนี้โชคดีมีผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการเราเลยหยิบมาทดลองกินเกือบทุกสีจาน โอกาสดีคงไม่มีบ่อยๆ ต้องรีบฉวยไว้จะได้รู้ว่า Sushi ญี่ปุ่นแท้ๆแบบแพงๆมันอร่อยหวานสดละเมียดลิ้นแค่ไหน…แพงสมฐานะแต่เมื่อเทียบกับรสชาตแล้วก็ถือว่าเหมาะสม อร่อยและคุ้มค่ามาก (สำหรับคนไม่ต้องจ่ายเงินเช่นเรา)

ก็รู้สึกเกรงใจเจ้าภาพอยู่บ้าง แต่เมื่อซูชิเข้าปากเราแล้ว จะเอาช้าง ม้า เด็กน้อยอะไรมาฉุดก็คงเอาไม่อยู่….เต็มที่แบบไม่เกรงใจกันหละนะ แต่ถ้าต้องจ่ายตังค์กินเอง คงคิดหนักเหมือนกัน หรือ คงหยิบแต่จานสีเขียว กับสีฟ้า ที่ราคาพอเพียงได้แค่นั้น….

   

ใน 1 จานจะมีข้าวปั้นมา 2 คำหารกันลงตัวพอดี วันนี้ได้เจอคู่แชร์ Sushi ที่ฝีมือสูสี ชอบปลาดิบ กินได้ทุกประเภท ชอบลองของแปลก และนิยมเปิบวาซาบิแบบซาดิสท์สุดๆทั้งคู่ เอาวาซาบิเป็นก้อนๆโป๊ะลงไปในข้าวปั้น จะได้กินไปปรี๊ดขึ้นสมองทันใด น้ำตาไหลแทบจะทุกคำ ออกอาการน่าเป็นห่วงแต่ยังไม่เลิกกินวาซาบิชนิดบ้าคลั่ง

หลายๆ Sushi ทั้งหน้าตาคุ้นเคยและหน้าตาแปลกๆถูกหยิบลงมากินต่ออย่างต่อเนื่อง ใช้ตะเกียบคีบใส่ปากทั้งคำใหญ่ๆแบบไม่อายสายตาคนนั่งโต๊ะบาร์ฝั่งตรงข้าม หุบปากเกือบไม่ได้ต้องค่อยๆเคี้ยวตุ้ยๆ กินไปหัวเราะไป แต่ยกนิ้วให้ อร่อยทุกคำ ทั้งกินและชมจนปากไม่ว่าง….

บทสนทนาระหว่างเคี้ยวก็ช่วยให้ข้าวปั้นค่ำน้อยๆมีอรรถรสชาดเพิ่มขึ้นเช่นกัน

     

ได้ดวลข้าวปั้นกันแบบคำต่อคำ จานต่อจาน ตะเกียบแทบจะไม่ได้วาง…ช่วยกันเลือกหยิบ Sushi ที่ค่อยๆเคลื่อนตัวตามสายพานมาตรงหน้า ควรเรียกว่า Sushi สามัคคีก้ได้อยู่ เพราะถ้าลงมติไม่เอกฉันท์เป็นอันว่าต้องปล่อยจานนั้นหลุดมือไป…

    

กินเกือบไม่ไหว แต่เห็นหน้ามันแล้วยังน้ำลายไหล มองตามไปแบบตาละห้อย ท้องรับไม่ได้แล้ว 

ของหวาน ขนมเค้กน่าตาน่ากินเหมอืนกัน ได้แต่มองและชื่นชม เพราะเราพิศวาสแต่ปลาดิบ ซูชิเท่านั้น

 

ผ่านไปเกือบชั่วโมง ก่อนจะวางตะเกียบ ยุติการกินสำหรับวันนี้เพียงแค่นี้

จริงๆคิดว่าสามารถยัดปลาแซลมอลดิบลงไปได้อีกซักจานแบบทุลักทุเลยัดเยียดกันนิดหน่อย แต่อยากกินอิ่มแบบพอเพียง ประทับใจ เก็บความทรงจำในรสชาตทุกๆจานอย่างมีความสุขมากกว่า เลยกินแค่อิ่มสบายๆตัวและสบายกระเป๋าคนจ่ายด้วย

แค่ที่กินไปนี่ก็ใช่น้อยที่ไหนหละ…หันมานับจานซ้อนกันได้ทั้งหมด 12 จานครบโหลพอดี เฉลี่ยแล้วกินไปคนละ 12 คำได้…โห ไม่น่าเชื่อ!!!!

 

อวยคุณเจ้ามือส่งท้ายอีกหน่อย…ขอให้เงินทอง ความรักไหลมาเทมา เหมือนบรรดา Sushi กับ ปลาดิบที่ไหลมาเทมาตามสายพานนะจ๊ะ

Advertisements