ในช่วง 4 อาทิตย์ที่ผ่านมาต้องขอเรียกว่า ชีพจรลงเท้า ไปดูคอนเสิร์ตหลากแนว หลายสไตล์ หลายรสชาต

5 งานใหญ่ๆใน 4 สัปดาห์ติดกัน แต่ละคอนเสิร์ตก็มีดี มีผิดหวัง สนุกสนานแตกต่างกันไป ทั้งแนวเพลง  สถานที่และเพื่อนร่วมทาง

วันนี้ได้โคจรไปดู Singha Reunites The Innocent Concert ที่ Impact Arena แบบรถไฟขบวนสุดท้าย ได้บัตรเอาก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม 2 ชั่วโมง จริงๆแล้วไปเอ่ยปากออดอ้อนขอบัตรฟรีจากแก็งค์ Sentimental ตั้งหลายวันแล้ว ขอติดสอยห้อยตามไปดูคอนเสิร์ตนี้ด้วยคน เหตุผลอีกประการที่อยากดู คือ The Guest ที่รู้มาว่าเป็น ETC กะ Love Is ด้วย แจ้งไปว่าอยากดูเพราะเหตุนี้ทำเอาเราเกือบอดได้บัตรไปเลย หุ หุ หุ

               

ก็เข้าใจได้แหละว่า….คนรุ่นนั้นใครๆย่อมอยากดู Innocent บัตร(ฟรีๆ)ย่อมหายากไปด้วย กว่าบัตรใบสุดท้ายจะตกไปถึงเราก็ต้องรอจนมีคน Cancel นั่นแล…เมื่อกำลังจะได้บัตรมาอยู่ในมือรีบคว้าไว้โดยไม่ปากดี

พอได้รู้ข่าวสารว่าจะมี The Innocent Concert แอบคิดในใจว่า อยากดู Concert นี้จัง มันน่าจะถึงกลิ่นเก่าๆตอนเป็นเด็กๆได้ยินพี่ๆเปิดเพลงแนวๆนี้บ่อย แต่ก็ยังกลัวใจตัวเองถ้าไปดูจะไปไม่รอดหรือเปล่า หงอยกับเพลงไม่รู้จัก หรือง่วงนอนกลับเพลงไม่ใช่แนวถนัดนี้หรือเปล่า เลยขอบัตรพี่หมวยกะพี่นตไปแบบได้ก็ช่างไม่ได้ก็ช่าง แต่พี่หมวยทำเอาน้องสาวเกือบหัวใจวาย มายกบัตร VIP ใบสุดท้ายให้ตอนเกือบห้าโมงเย็น

ยามนั้นเรานอนกระดิกขาอยู่แถวฝั่งธนฯโน่น กำลังจะล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาไปท่าพระจันทร์ ต้องหันหัวเปลี่ยนแผนมานั่งรถไฟฟ้า BTS รอขบวนสมาชิกรุ่นใหญ่มารับที่ Mc ศาลาแดง…แต่เกือบจะปรี๊ดเอากะพี่ๆที่สื่อสารกันไปไม่เข้าใจ กลายเป็นเราตกรถอยู่คนเดียว ต้องนั่ง BTS ลงหมอชิต แล้วเหมา Taxi ไปเจอกันที่ Mc Impact Arena แทนเมื่อตอนเกือบสองทุ่ม…เกือบจะเสียงสูงจนเสียงานเสียผู้เสียคนซะแล้วเรา เฮ้อ!

เข้าสู่คอนเสิร์ตกันเลยดีกว่า ….ไปถึงทันเวลาพอดีเป๊ะ เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ Concert มักจะเริ่มช้าไปซัก 1 ชั่วโมง…

มีภาพมาประกอบเล็กน้อย ถ่ายด้วยกล้องธรรมดา ดูกันขำๆ ละกันนะ (ขอบคุณรูปและชื่อเพลง คิวเพลงจากพี่เต่านะ…เขียนไปโทรไปถามชื่อเพลงไป ดีที่ได้เติมเต็มจากแฟนคลับรุ่นเดอะ…)

เริ่มกันด้วย “เพียงกระซิบ” เพลงที่แฟนทุกคนต้องรู้จักดี เป็นการเริ่มต้นด้วยการกระตุกต่อมความสุขของแฟนเพลงแบบเรียกน้ำย่อย หลายคนยังมีกั๊กๆ อยู่ แต่บางคนก็เริ่มร้องตามกันอย่างสนุกสนาน เราดันรอช่วง ป๊าบๆๆๆๆ version สมัยใหม่ที่น้อง Jack AF4 เคยเอามาร้องจนฮิตกระเจิดกระเจิง แต่พี่โอมดันเอาใจแฟนเพลงรุ่นเก่าเล่นแบบ Oriji ซะงั้น เพลงนี้ขึ้นมาอย่างมันส์เรารีบชิงร้องเพลงลั่นไปก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าเพลงต่อไปจะเป็นยังงัย…เดี๋ยวจะอดมีส่วนร่วมกับงานเค้า

the innocent  

แต่ก็เปิดตัวแบบโอเคเลย เราได้เจอเพลงแรกก็กระดิกขาขยับปากร้องตามได้….ค่อยเบาใจหน่อย อย่าชักช้าต่อเพลงฮิตกันเลยอีกเพลง “ฝันและใฝ่”

* ฝันและใฝ่ อยากมีใครสักคน ที่เปี่ยมล้นด้วยใจ ซื่อและใจภักดี
จะมีบ้างไหมที่ใครยอมพลี มอบดวงใจรักและใจภักดี
** อยากมีใครสักคน ช่วยปลอบดวงใจที่ทุกข์ทน
ให้คลายหมองหม่น ให้ชีวิตใหม่
จะมีใครสักคน เคียงข้างบนทางที่มืดมน
อยากให้ใครนั้นคือคุณ ผู้มอบความรักความอบอุ่น (ซึ้งใจ)

ฝันและใฝ่ ได้เพียงฝันละเมอ
ได้เพียงเพ้อร่ำไป ไม่มีใครสักคน

ทั้งเวที เครื่องดนตรี เริ่มต้นแบบอลังการสมชื่อจริงๆ ต่อกันด้วยเพลงที่เพราะมากๆ  ความหมายดีๆ ทำนองเพราะๆ “ทางหนึ่งซึ่งหวัง”
 
“หยาดแห่งความรัก..อบอุ่นที่หลั่งริน สู่หัวใจที่สิ้นศรัทธา
แม้หนทางใหม่อาจไกลสุดลิบตา ฉันจะฝ่าเรื่อยไปไม่ไหวหวั่น
ด้วยใจยึดมั่น..ตราบวันผันผ่าน เพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง…”

แล้วก็มาถึงเพลงซึ้งๆ “สักวัน”

“สักวันหนึ่งเธอนั้นคงรู้สึก ว่าคนที่ช้ำหัวใจ เจ็บจนหมองไหม้สุดทน สักวันหนึ่งเธอนั้นคงร้องไห้…” พิเศษกับแขกรับเชิญคนแรก “โก้ แซกแมน” มาแจม ทำให้เพลงนี้ไพเราะมากขึ้นไปอีกโข เสียงแซกช่างบาดหัวใจ 

+++”วันนี้สุดๆ แน่นอน” เริ่มนึกในใจ ผ่านชุดแรกไป 3 เพลงอย่างราบรื่น
ไม่ทันไร นักดนตรีคนโปรดแม้จะหูไม่ค่อยกระดิกกับเสียงเปียโนเท่าไหร่นัก แต่ทำเป็นหัวสูงฟังเคลิ้มไปงั้นแหละ

แขกรับเชิญคนแรก “หนึ่ง จักรวาล” ก็ออกมาโชว์ฝีมือการเล่นคีย์บอร์ดแบบสุดๆ เพื่อสร้างอารมณ์ให้เข้าสู่เพลง “หัวเราะให้มันสบายใจ” ท่วงทำนองออกเป็น blues เปลี่ยนอารมณ์คนดูให้ไหลลื่นไม่ขาดตอน เพลงนี้ขอยอมรับ….ไม่รู้จักอย่างสมบูรณ์จริงๆ

ช่วงท้ายพี่โอม เปิดโอกาสให้พี่หนึ่งโชว์กระจายเพลงบรรเลงเปียโนหวานละไมเดี่ยวๆอีกซักพัก…ก่อนไฟบนเวทีดับ พี่หนึ่งจากไปแบบไม่ได้พูดซักคำ ฮ่า ฮ่า

อะไรต่อ? ที่ให้ความรู้สึกคุ้นๆ…. “รถไฟ รถไฟมาแล้ว!!!” เท่านั้นละ ผู้ฟังที่อายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ทั้งหลาย ก็เริ่มลุกเต้นกันมันหยด เมื่อเสียงร้อง “วาว วาว เสียงรถไฟวิ่งไป ฤทัยครื้นเครงเรามันคนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจใคร..”

หัวลำโพง

เห็นภาพหัวลำโพงไหม….กำลังนั่งอยู่ท้ายรถไฟกันนะ
เราได้ซ้อมใหญ่ บิ้วๆ บรรยากาศนั่งรถไฟเที่ยวไทย ปลายนี้ทริปล่องใต้โดยรถไฟเช่นกัน มนต์เสหน่ห์ตรัง หลีเป๊ะ…คงไม่แพ้มนต์ไทรโยคแน่นอน
มันช่างย้อนยุคจริงๆ เหลือบไปเห็นพี่ๆ รอบๆตัวหน้าตายิ้มแย้ม อายุไม่ต่ำกว่า ๕๐ แต่งชุดนักเรียนสังกัดโรงเรียนอินโนเซ้นต์ลุกเต้นกันอย่างเมามันไม่อายใคร
 “ชั่วนิรันดร์ คืนวันที่รอ สุขจริงหนอ รอคอยหนักหนาอย่ารอช้า ลง มา เล่นน้ำกัน…” แหมมันสุขจริงๆ กับเพลง “มนต์ไทรโยค”!! เพลงสุดคลาสสิคตลอดกาลของประเทศไทย

ตอนนี้เริ่มสนุกสนานกันใหญ่ ทั้งบนเวทีทั้งคนดูร้องกันเสียงดัง เราร้องไปมั่วไปดันไม่มีคาราโอเกะช่วยแฟนขาจรบ้างเลย จับปูๆปลาๆแถวนั้นไปเรื่อย

จากนั้นทันทีทันใดต่อด้วยเพลงแนวเดียวกันอีกซักเพลง “ปลาทูแม่กลอง” เพลงนี้ได้ยินมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย เพลงประจำบ้านเกิดแม่เราเอง ฟังแล้วนึกถึงตอนไปบ้านยายตอนยังเป็นเด็กๆ แล้วลงไปว่ายน้ำริมคลองที่ศาลาหน้าบ้าน

แล้วก็มันส์กันต่อเนื่องกับเพลง “บอกแล้ว” แล้วก็ต่อด้วยเพลง “เมืองอะไร”

ช่วงนี้แสดงให้เห็นว่า เนื้อเพลงดีๆ ในเพลงเมืองไทยนั้นยังมีอีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องมีแต่เรื่องของความรัก มีท่อนที่สะท้อนสังคมกรุงเทพฯ  แต่เริ่มเข้าโหมดเพลงไม่รู้จัก นั่งนิ่งสงบบ้างแล้วเรา พี่เลี้ยงซ้ายขวาก็ยังดูอึ้งๆไปกับ 2-3 เพลงนี้นะ  แต่จำได้ว่าพี่โอมโซโล่มันมาก….แทบจะเป็น concert พี่โอม one man show จริงๆนะ

จากนั้นเป็นซีนที่พี่โอมบอกว่า อยากเห็นที่สุด…. นั่นคือการกลับมาของสมาชิกรุ่นก่อตั้งวง คุณสิทธิศักดิ์ กิจแต่ง… กับเพลง “รักไม่รู้ดับ” ตอนแรกเรานึกว่าเป็นภูสมิง หรือไม่ก็นพดล ปัทมะซะอีกนะ แหะๆ คนนอกวงการก็เงี้ย! นักร้องรุ่นเก่าใครจะไปรู้จักหละ

ถึงจะสิ้น วิญญาณกี่ครั้ง
ฉันก็ยัง รักเธอฝังใจ
แม้จะสิ้น ดวงจันทร์ไฉไล
ไม่เป็นไร เพราะยังมีเธอ

ฟ้าจะมืด จะมัวช่างฟ้า
ขอให้มี สายตาหวานละเมอ
ถึงจะสิ้น แผ่นดินนะเธอ
ให้ได้เจอ ยิ้มเธอชื่นใจ

* ไม่ได้ชิด ก็ขอเพียงได้ชม
ไม่ได้สม ไม่เห็นแคร์อะไร
ขอให้ได้รัก รัก รัก รัก รักเธอเข้าไว้
ไม่เช่นนั้น ใจฉัน ใจฉันคงหลุดลอย

** ถึงโลกแตก แหลกราญสิบครั้ง
ฉันก็ยัง หวังใจรอคอย
แม้นจะสิ้น วิญญาณเลื่อนลอย
ก็จะคอย พบเธอชาติอื่นเอย

จะมีเพลงอะไรหวานไปกว่านี้ไหม? สุดยอด!

เราแหกปากร้องตามแบบไม่เกรงใจว่าใครแถวนั้นจะรู้ว่า…ไอ้นี่รุ่นไหนวะ แต่จริงๆรู้จักเพลงนี้จากเพลงที่เอามาทำใหม่มากกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังของดั้งเดิม และเพิ่งจะรู้ว่าเป็นเพลงรุ่นแรกของ Innocent เหรอเนี่ย!!!

จริงๆแล้วก็น่าจะเหมือนหลายๆเพลงที่เล่นไปบ้างแล้ว บางเพลงก็ร้องตามพอได้ แต่ไม่รู้หรอกว่าชื่อเพลงอะไร เป็นของ Innocent เหรอวะเนี่ย!!!….55555

+++ถึงตรงนี้เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพอดีหละ…. เร็วมากๆๆๆ ของดีโชว์จริงเล่นจริง ไม่เน้น entertain

พี่โอม ชาตรีที่เข้าวงมาทีหลังกลายเป็น 4 คนเช่นปัจจุบัน (แต่ดังกว่าใคร)ไม่เชื่อว่า คุณปื้ด เสนีย์ เล่นอิเล็คโทนเก่ง เพื่อเป็นการพิสูจน์คุณปื้ด เสนีย์ ก็เลื่อนออกมากับอิเล็คโทนติดล้อ จากเวทีด้านขวามือผู้ชม เล่น เพลง “ลองคิดดู” จากอัลบั้ม 10 นาฬิกา ไพเราะเช่นกัน แต่เพลงนี้เราไม่รู้จักอะ…แป่ว!!!

 จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเพลงที่วงบอกว่า นำเสนอเพลงที่ตอนแรกจะตัดออกจากคอนเสิร์ต “เพลงที่เราไม่เล่น แล้วคนอยากฟังมากที่สุด” งงไหม?

เริ่มจาก “คืนก่อน” ร้องโดยพี่สายชล 

 “รู้สึกตัวแปลก แปลกในใจ ใครทำให้อยากหลับฝัน
ใจนึกว่าเป็นเธอแค่เจอเพียงครั้งหนึ่ง ยังซึ้งจนฉันมองใครเหมือนดั่งเธอ
ฉันก็กลัวเก้อ วุ่นวายจนละเมอหลับนอนฝันอย่างคืนนี้…”

  ช่วงนี้ดนตรีเบาๆ เป็นแนวอคูสติก โดนและชอบมากมาย ตอนเล่นแรกๆเหมือนไม่รู้จักเพลงนี้ แต่ฟังไปซักพัก เออ…คุ้นแหะ! หลงชอบดนตรีกับทำนองเพลงนี้มานานแล้ว แต่จำไม่ได้หลอกว่า Innocent ร้องเหรอ?….อีกแล้ว ขนาดวันนี้ไม่รู้จะคิดถึงใครก็ยังคิดถึงใครก็ได้ไปตามเพลงซะงั้น เพลงมันส่งจัง

 +++กลับถึงบ้าน ยังติดใจไม่หายรีบไปหาฟังด่วนใน Imeem ต่ออีกหลายๆรอบ

 

 ต่อด้วยเพลงทำนองเร็วๆ “จะเอายังไง”…

  “จะเอายังไง ลองคบกันดูหน่อยเป็นไง อาจจะรู้ว่าถูกใจ หรือดีกว่าใครๆ ที่เธอเคยเจอ…หากว่าฉันไม่ถูกใจ(เธอ) ก็จะยอมหลีกทางให้ไป ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้… “

สบายๆ แจ่มๆ แหล่มไปเลย!! เพลงเด็กแนวรุ่นโน้นๆ คนแถวนี้ชอบกันใหญ่ โดยเฉพาะพี่หมวยแค่ขึ้นมา 5 ตัวโน๊ต…รู้จักแล้ว เราก็งงๆคุ้นๆไปด้วย

 +++ Guest ชุดแรกที่รอคอยมาแล้ว+++ ได้วี๊ดว๊ายสมวัย แก้ง่วงได้บ้างหละทีนี้ 

จากนั้นถึงคราวแขกรับเชิญจากค่าย LOVE IS มาร่วมร้อง “รักคืออะไร” นำทีมมาโดยคุณ Boyd  ใครเป็นใคร เป็นอีกช่วงที่ผู้ชมและเราแฟนเฉพาะกิจมีความสุขมาก 

             “รักนั้นหรือคือสิ่งใด เหตุไฉนใยจึงแปรผันทุกวัน
แล้วใยเหตุใดรักนั่น บอกว่าใจรักมั่น…”

ตอนแรกพี่โอมพูดเปิดตัวเฉพาะวง The Begins วงเดียว ที่ของจริงต้องสีทองทั้งชุดเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ไปแซวชุดยูนิฟอร์มเค้าอีกนะ แนะนำว่าจะมาร้อง Chorus ในเพลงนี้ให้ ทำเอาเราถึงกับผิดหวัง อ้าว! เฮ้ย นี้หรือศิลปิน Love Is ที่มากันแค่นี้หรอ???? 

ซักพักบรรดา Love is ตัวพ่อต่างๆก็เรียงแถวออกมาร้องเพลงชื่อค่ายตัวเอง นอกจากพี่บอยด์แล้ว ทั้งฮอลล์ได้กรี๊ดสนั่นกับ พี่นภ พี่ป๊อด พี่บอยตรับ Lipta แต่เพลงนี้เราไม่รู้จักสนิท+++

เห็นพี่บอย โก ขนเหล่านักร้องดังโคตรๆของ Love is มาซะขนาดนี้ แฟนๆกรี๊ดกันคอแทบแตก สงสัยพี่โอมคงปล่อยเวทีให้พวกนี้ร้องกันซัก 1-2 เพลงแหละน้า สุดท้าย!!! นอกจากไม่ได้ร้องอีกซักเพลง ยังไม่มีใครได้พูดอะไรเลย มาเร็วไปเร็ว มีแค่พี่บอยด์คนเดียวได้คุยหน้าไมค์ ขอบคุณพี่โอมที่ให้พวกเรา Love is ได้ร้องเพลงเดียวกับชื่อค่ายของเรา…มุขนี้คนดูฮ่าสนั่นเลย

แต่เราแอบค้อนพี่โอมจังเบ้อเร่ม…จ้ดคอนเสิร์ตไม่ง้อศิลปินเลยดูดิ กะจะโชว์แต่เพลงตัวเองหรืองัย!!!! หุ หุ หุ เอาเหอะบัตรฟรี อย่าเรื่องมากนัก

+++ทำใจไม่ได้…แอบเศร้า แต่ซักพักเริ่มสนุกกับช่วงต่อไป

ช่วงนี้ที่ตะลุยด้วยเพลงสนุกๆ ต่อเนื่อง อารมณ์ก็ค่อยๆขึ้น “ใจสยิว” กันหละทีนี้ แขกคนแรกประจำช่วง เดินขึ้นเวทีมาแบบนิ่งพร้อมผมบ๊อบ หน้าตาคุ้นๆวัยอลวนกับอรพรรณป่าววะเนี่ย “พี่ต้น แมคอินทอช” นั่นเอง เดินขึ้นเวทีไปนั่งตีกลองแบบไม่พูดไม่จา หวดกลองดังลั่นตามถนัด ได้ร้องสยิวใจลั่นฮอลล์กันทีเดียว เริ่มต้นก็ Dance กระชากวัยลืมแนวเพลงกันไปเลย ขอบอกว่าเพลงนี้มันส์มากๆจริงๆ น่าจะทำดนตรีใหม่ให้ทันสมัยหนุกหนานขึ้นกว่าของเก่าด้วย

ยังคงเต้นกันต่อแบบ none stop กับแขกรับเชิญคนต่อไป “วงพลอย” พี่เหม (เบส) พี่รักษ์ (กีตาร์) และจิ๊บ วสุ หรือ จิ๊บ ร.ด. ออกมาร้อง
“ร.ด. เด็กไทยผมเกรียน ไปเรียนก็เกาะรถเมล์ ไม่หล่อแต่เราแต่งตัวเก๋ เกเรไม่เป็นเหมือนใคร” ….เพลงเก่งประจำตัว ร้องมันได้ทุกงานนะ

เราก็เจอนางเอก ร.ด. สองคน หันหลังค่อยๆ เลื่อนออกมาจากด้านซ้ายของเวที…
เมื่อหันหน้ามาคนดูกรี๊ดกันอย่างสุดเสียง สองสาว ครูปุ้ม และคุณแหม่ม จาก สาว สาว สาว !

               
 ” รักมิใช่ ดวงดาว เมื่อพราวแสง
ใช่ร้อนแรง ดั่งแสง อาทิตย์ส่อง
รักมิใช่ภูผา สุดจับจอง
ใยใครมอง หารักกันทำไม

รักของเธอ พาใจข้าเศร้าหมอง
บางครั้งจอง ให้ใจ ฉันสุขสันต์
เมื่อมีรัก ไม่จริง ใจต่อกัน
ทุกคืนวัน ผ่านมา ฉันฝันไป

รักคือดวงจันทร์ (รักคือดวงจันทร์) รักคือตะวัน (รักคือตะวัน )
รักคือไฟอัน ร้อนแรง ไร้จุดหมาย
แต่รักฉัน คือฝันไป ค่ำลงดวงใจ ฉันได้แต่ฝัน”

ใช่แล้ว เพลง “รักคือฝันไป” ใครไม่ลุกก็ต้องลุกแล้วละทีนี้ เพลงโดนใจวัยกลางคน!

พี่โอม orange ดนตรีใหม่ให้เต้นกันกระจาย พี่จิ๊บทำหน้าที่แทนพี่แอม เสาวลักษณ์ ที่ติดลิขสิทธิ์มาขึ้นเวทีไม่ได้กระมัง ทำหน้าที่ดอกไม้เหล็กได้เนียบจริงๆ พร้อมใจเต้นท่าประจำ 3 สาวกันอย่างสนุกสนาน ข้างล่างเวทีก็ไม่ยอมแพ้ ขวัญใจประจำรุ่นทั้งนั้นนี่

ลา ลั้น ลัน ลั่น ลา ละ….ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นได้ฟังเพลงนี้สดๆ แม้จะมาแบบไม่ครบองค์ก็เถอะนะ

จัดไปอย่าให้ขาด! สนุกกันต่อเนื่องด้วย “สอบตก” “ดูตำราตั้งตีห้าตีหก มันก็ยังสอบตก…”ใครไขข้อกระดูกกระเดี้ยวไม่ดี ไม่สนใจแล้ว ออกสเต๊ปกันได้ไม่แคร์สื่อหละ!

หนุ๊ก หนุก ย้อนวัยยังร่ำเรียนอีกเพลง โด๊น โดน คนขี้เกียจอ่านหนังสือจัง

พี่โอมนี่ระดับเทพแค่ไหน…เพลงต่อมา ให้พี่แหม่มกับครูปุ้มไปเป็นคอรัสให้ได้อะ เจ๋งปะ!! แต่ขอโทษเพลงนี้เราไม่รู้จักซักกะนิด พี่เลี้ยงสองข้างก็ใบ้เหมือนกันนะ เพลงไรวะ>>> ฮ่า ฮ่า ก่อนที่สองสาวจะโบกมือเดินจากไปตอนเวทีใหญ่ปิดไฟมืดพอดี

+++สังเกตุได้ว่า…. หลายๆวงที่อยู่ในรุ่นๆเดียวกันก็ส่งสมาชิกมาขึ้นเวทีกับพี่โอมแล้ว สมาชิกบ้าน AF มากันแล้ว ครูปุ้ม ก็โชว์เต็มตัวหน้าเวที จนเราแอบลุ้นไปไกลว่า พี่ไก่ จะมาเป็นตัวแทนของแกรนด์เอ็กซ์หรือเปล่าหนอ ถ้ามาจริงหละเฮ เฮ แน่นอน+++ อยากให้มาโว้ย!

ครูแหม่ม ครูปุ้ม วงพลอยได้พูดคุยและร้องตั้งสองเพลงมากกว่าศิลปิน Love Is ที่ดังในปัจจุบันและขนขึ้นเวทีมามากกว่าอีก  เพียงแค่ดังคนละยุคพี่โอมเลยไม่ให้ร่วมร้องเยอะ ลำเอียงปาวเนี่ย หรือกลัวเสียงกรี๊ดดังกว่า ฮะ

คอนเสิร์ตนี้ดีอีกอย่างตรงที่ทางวงมิได้ให้เวลากับแขกรับเชิญมากเกินไป กำลังพอดีๆ
เอ้า คนแก่นั่งพักได้แล้ว หมดช่วงแดนซ์แล้วจ้า …

ต่อด้วยเพลงช้าๆ อย่าง “เพียงครึ่งใจ” สุดคลาสสิคอีกเช่นเคยดีกว่าร้องตามกัน อินกันน่าดู ตอนบอกชื่อเพลงเราส่ายหัวเลย แต่พอฟังเนื้อร้อง อ้าว! รู้จักวะ..เพราะจัง

“อยากเปิดใจเธอ จะเจอใจใครซ่อนในรักอยู่
หัวใจหดหู่ รักเคยชื่นชูกลับห่าง
ไยเธอทำใจฝืน รักเคยชื่นเพียงคืนจืดจาง
รักเลือนลางเธอวางท่า กลับเย็นเฉยเธอเปลี่ยนแปลง

จะทุ่มเทใจเกือบไปแล้วหนอ หยุดรอรักได้
พบใครใหม่ ใหม่ ยั้งใจไม่ขอส่วนแบ่ง
เธอจะจากไปไหน พบใครใหม่ใจเธอเปลี่ยนแปลง
แต่ฉันไม่ขอแบ่งใจไว้ จากไปแล้วใจขอคืน”

+++เมื่อได้กลับมานั่งอ่านเนื้อเพลงหลายต่อหลายเพลงของ The Innocent แล้ว
ต้องยกนิ้วให้กับการแต่งเพลงสมัยโน้น ที่ใช้คำง่ายตรงๆ ไม่เหมือนสมัยนี้ ภาษามันช่างรักๆ โรมันติกดีจัง +++
สองชั่วโมงผ่านไป ไวเหมือนโกหก
เข้าสู่ชั่วโมงที่สาม ด้วยแขกรับเชิญอีกกลุ่ม Hilight ของเราเอง มาเป็นวงหละก็ ETC!

แต่พวกเขามาร่วมเล่นดนตรีกับทางอินโนเซ้นท์ นักร้องนำ หนึ่ง ไม่ได้มาร้องเลย แต่ไปตีกลอง! ช่วงนี้ออกร๊อคๆ มันส์ๆ แจมดนตรีกันมันหยดจ้า!! เพลงที่เล่นกันนั้นมันเพลงอะไร ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้เลยหละ….ฮาไหมพี่โอม! แต่เรื่องดนตรี สูสีทั้งสองวงจริงๆ

แอบผิดหวังพี่โอมอีกครั้ง ETC  ไม่ได้แม้แต่จะร้องหรือพูดใดๆเช่นเคย แต่แค่เห็นหน้าน้องหนึ่งตอนแรกก็ชื่นใจแล้ว

เริ่มจับแนวพี่โอมได้แล้ว จนแอบแซวพี่ๆแถวนั้นไปว่า..ใครดังกว่าพี่โอมไม่ให้ร้องหรอก พี่โอมเอาใจแต่แฟน Innocent ของจริงเท่านั้น ไม่ยอมให้ใครมาร้องเพลง Cover Version ในงานนี้เด็ดขาด พี่ขอโชว์เองให้ชื่นใจนะ…แฟนคลับ ETC อย่าว่ากัน นักร้องรุ่นใหม่ๆพี่โอมเปิดโอกาสให้แค่โชว์ดนตรีบเวทีได้เต็มที่ และเรื่องร้องพี่ขอนะ ฮ่า ฮ่า

พักกันอีกรอบ กับเพลงช้าๆ “เห็นใจกันหน่อย” อ้อนวอนความรู้สึกจัง

เป็นอคูสติคเบาๆ เพราะมาก แค่ตอน Intro โซโล่ด้วยกีตาร์โปร่งนี่สะเด็ดอย่าบอกใคร  จากฝีมือ พี่เต้ย อินคา เพลงเนี้ศร้าๆเจียมตัว แต่ร้องได้เพราะจังเลย เพลงนี้จำได้แม่น ของ Innocent รู้จักกันมานานแล้ว…ร้องแทบจะเหมือนต้นฉบับ โอ๊ย! เศร้าซึมกับไปทั้งแทบ ฟังกี่ครั้งก็เศร้าอมตะเว้ย

++ อินคายังมาเลย แกรด์เอ็กซ์ต้องมาแน่ๆๆ พี่ไก่อยู่ไหนเนี่ย+++ตั้งแต่ดูมามีแขกหลายคนออกมา surprise เยอะแยะ แบบได้รับเสียงกรี๊ดตึกแทบถล่มทั้งนั้น ดังนั้นต้องลุ้นกันต่อๆไป

ไม่ต้องพูดกันมาก ร้องเพลง เล่นดนตรีกันอย่างเดียว  เอาเพลงนี้ “เสียเวลาเปล่า” ช่วงนี้กลับมาสนุกอีกรอบเพลงสนุกๆ…เราไม่รู้จัก แต่ไม่เสียเวลาที่จะฟังนะ อิ อิ อิ

จากนั้นแขกรับเชิญคนก่อนสุดท้ายก็ออกมา นั่นคือ น้องโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ มาพร้อมกับเปียนโนสีขาวบนล้อเลื่อนมาทางซ้ายของเวที โดยมาแจมกันในเพลง “14-16-18 วัยบริสุทธิ์”

เพลงนี้เร็วมาก และได้โชว์ร่วมกันทั้งกีตาร์ เปียนโนของคนรุ่นใหม่ เห็นโต๋กดแต่ละคีย์เร็วจนนิ้วแทบจะหักมั๊งเนี่ย แต่เพลงนี้โชว์กันสุดๆจริงๆ ดิสโก้นิดๆ

+++แต่เราไม่รู้จักอีกแล้ว …นั่งดูโต๋อย่างเดียวพอ คนนี้ยกให้เป็นตัวแทนจาก แกรนด์เอ็กซ์แล้วกัน ป่านนี้พี่ไก่คงไม่มาแล้วหละ!!!

 สรุปช่วงท้ายกันด้วยเพลงที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง

“เพราะเธอหรือเปล่า ก่อนไม่เคยเหงา เพราะเธอหรือใคร….” ชื่อเพลงยาวจังวุ้ย! เพราะมากๆๆ เข้าโหมดเศร้ากระท้นหันอีกครั้ง ขึ้น Intro แค่สองตึ๋ง เราก็กรี๊ดแล้ว… เพลงของ Innocent ตัวจริง เราเริ่มเศร้าตามเพลงอีกแล้ว เพราะเธอหรือเปล่า ??? หรือเพราะเราเองกันแน่วะ

*เป็นความทรงจำ ความผูกพันยังคงย้ำเตือนอยู่
ความจริงในใจ ก็รู้ว่าคงไม่อาจลืม
คนเคยดูแล เคยห่วงใยเป็นเพียงแค่วันก่อน
ยังคงอาวรณ์ เฝ้าคิดถึงคนที่ห่างไกล

 และจบลงด้วยเพลงสุดท้าย

 พี่โอมบอกว่า คิดหนักว่าจะนำเสนอเพลงนี้ยังไง แบบไหน และคิดว่า เวอร์ชั่นที่จะนำเสนอนี้จะเป็นเวอร์ชั่นที่พวกเขาภูมิใจที่สุดในชีวิต 

เริ่มเล่นเพลงแล้วพร้อมเสียงร้องจากใครกัน “ด้วยรักอยากฝากไว้ ในหัวใจที่หมายมั่น ขอเพียงได้พบกัน สบตาให้หวั่นแค่นั้นพอ…” แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าใครร้องเนี่ย แต่พี่โอมไม่ได้กำลังร้องเพลงนี้แน่ เสียงนี้ใครกัน…พี่ไก่เสียงหวานกว่านี้ไม่ใช่หรอก เราทายว่า พ่อน้องโต๋ป่าววะ…

ก่อนเฉลยว่าแขกรับเชิญคนสุดท้ายที่ Innocent ตั้งใจทำให้ทุกคน(รุ่นเดียวกัน)มีความสุขมากๆ ออกมาแล้ว อ้าต้อย เศรษฐา คือแขกรับเชิญคนสุดท้ายนั่นเอง (AF มากันเยอะเชีย)

คนดูร้องตามกันลั่นอิมแพคหละ! สุดยอด!  ของการจบคอนเสิร์ตจริงๆ

 

และนักร้องรับเชิญทั้งหมดก็ออกมาที่หน้าเวที ร่วมกันร้องเพลงนี้ส่งท้าย…พี่นภกับพี่ป๊อดหายไป สงสัยงอนพี่โอมแน่วะ

จบ….แบบเรียบง่าย ตามสไตล์

งานเลี้ยงย่อมต้องมีวันเลิกลา… คอนเสิร์ตเสร็จสิ้นเวลาประมาณห้าทุ่ม สามชั่วโมงที่ทุกคนในอิมแพคประทับใจ และคงจดจำไปนานสำหรับช่วงเวลาที่พวกเรามีความสุขกับวงดนตรีคุณภาพที่เติบโตมาตั้งแต่เรายังเป็นเด็กน้อยๆ

 แม้จะไม่ค่อยปลื้มกับ Guest ที่ร้องน้อยกว่าคาด แต่กลับประทับใจกับสิ่งที่ไม่ได้คาดหวัง

เมื่อ Innocent มอบความสุขให้คนดู เพลงมากมายครบถ้วนเต็มอิ่ม เราไม่ใช่คนรุ่นนั้นเป๊ะยังร้องได้ มั่วได้หลายเพลง….แล้วแฟนตัวจริงคงประทับใจกว่าเรามากโขนะ อลังการงานดนตรีกับแขกพิเศษมโหฬาจริงๆ

 แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้เป็นวันขอ Innocent แขกรับเชิญเหล่านั้นแค่ได้ร่วมเวทีแสดงคอนเสิร์ตกับ Innocent แค่นี้ก็คงพอใจกันแล้ว

 

 

ขอบคุณ The Innocent – ดิ อินโนเซ้นท์ที่ทำเราปลื้มไม่น้อยและรู้จักเพลงของวงนี้มากขึ้นอีกเยอะเลย

Advertisements