ออกจากกรุงเทพฯหลังตีแบตเสร็จ

แก็งค์ตีแบตแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
(1) พวกไปตีจริง คือ พี่เต็ม พี่ณา พี่ช่อน หญิงและ Minty ส่วนนัท ตามมาทีหลังตอนเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเช่นเคย
(2) พวกไปอาศัยอาบน้ำอย่างเดียว คือ หลา กะ แจง คนหนึ่งติดงานนัวเนีย คนหลังสัมภาระเยอะเลยถือโอกาสไม่หิ้วชุดนักกีฬามาซะงั้น

ยังไม่รวมพี่กก…ที่กำลังบินเหินฟ้ามาจากสิงค์โปร์
พร้อมมาสมทบกับ The Gang! ทั้งหมดตอนสี่ทุ่มที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เมื่อคนกลุ่ม 1 และ 2 อาบน้ำหอมฉุย ก็รวมตัวไปกินข้าวที่ Food Land ตรงข้ามตึกชาญฯนั่นเอง

มีร้านเปิดใหม่ชื่อ “ถูกและดี” ร้านนี้เปิด 24 ชม. กินลองท้องก่อนเดินทางไกลกัน…

อิ่มหนำสำราญ…ซื้อเสบียงเล็กน้อย ก่อนนัทโบกมือลาส่งพวกเรา GanG! กลุ่มใหญ่ไปเที่ยวอีสานกัน…
ตัวเองหน้าบานตัวปลิวแยกตัวกลับบ้านไปคนเดียวอย่างเดียวดาย

สี่ทุ่มกว่า…รถตู้ที่ขับโดยพี่เล็กก็มารอรับพวกเรา
จัดของ จัดที่นั่งกันอย่างทุลักทุเล…กว่าจะพอใจกันทุกๆฝ่ายก็เล่นเอามีทั้งงอน ทั้งยื้อกันพอควร

ได้เวลาออกเดินทาง…มุ่งหน้าไปสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่แรก
พี่กกลงจากเครื่องหน้าบานรออยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว
พอพร้อมหน้า….ชาวคณะก็ทักทาย เฮฮากันพอหอมปากหอมคอ
นั่งประจำที่รถจึงมุ่งหน้าไปตามทางของมัน

ยามนี้หลายๆคนเริ่มง่วง ทั้งเหนื่อยงาน เหนื่อยตีแบต เหนื่อยใจ(ด้วยมั๊ง)
เลยแยกย้ายมุมใครมุมมันหลับไหลกันไปทีละคน
เราโยกตัวเองไปนั่งข้างคนขับ…ก็ปรับตัวนอนสบายๆได้ไม่ต้องเป็นห่วง
แต่พอไปถึงแถวๆสระบุรีเลยได้เจอของจริงที่เค้าเล่าขาน ถึงความติดนานและนาน
เพิ่งเคยออกเที่ยวอีสานช่วงหยุดยาวเทศกาล แม่งรถติดสลับกับเคลื่อนตัวช้าๆอยู่เกือบสองชั่วโมง
ทำเอาไม่เป็นหลับเป็นนอนกันเลยทีเดียว

ทั้งๆที่ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่ารถติดขนาดนี้เพราะอะไร
ผ่านจุดวิกฤติมาได้…พี่เล็กก็ขับรถนุ่มนวล พาพวกเรามาถึงอุบลโดยสวัสดิภาพ
บางคนก็หลับไหลได้สนิทตลอดทาง บางคนก็นอนพอได้ บางคนก็นอนไม่ได้เลย…

ขับรถเข้าอิสานคลาสสิคเริ่มต้นทริปนี้…กันทีไปนมัสการ ไหว้พระที่วัดหนองป่าพง
พอไปถึงก็ขอใช้ห้องน้ำวัด อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน
เปลี่ยนเสื้อผ้ากันให้เรียบร้อยหอมฉุย แต่งหน้า แต้มสิวกันพอประมาณ
เมื่อหน้างาม ร่างกายสดชื่นก็ตรงไปไหว้พระกัน…
ที่วัดนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมมีคนมาอยู่วัดกันเยอะพอควร

ตอนแรกว่าจะกินข้าววัด…แต่ลงมติไปหากินกันข้างนอกเถอะ
ให้พี่เล็กขับรถไปทางเข้าเมือง…หาพวกไข่กระทะ โจ๊ก หรืออะไรอร่อยๆกินกันหน่อย
ก่อนทีจะมาจอดรถที่ร้านโจ๊กและกระเพาะปลาร้านชาวบ้านๆร้านหนึ่ง
กินกันพอเป็นพิธี มีชาเย็น กาแฟเย็นรองท้องแก้ง่วง มื้อนี้กินแบบธรรมดาแค่พออยู่ได้กันก่อน

ต่อไปเป็นเรื่องใหญ่…
เราจะข้ามไปฝั่งลาวกัน ทางจุดผ่านแดนช่องเม็กใช่เวลายืนอยู่ระหว่างสองประเทศนี้เป็นเวลานาน
ทั้งที่จะเข้าประเทศลาวยังงัย จะใช้ Passport หรือทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราว
กว่าจะหาหนทางได้ก็เป็นชั่วโมง
เสียเวลาในการดำเนินพิธีการผ่านแดนต่างๆนาๆที่ ตม. ไทยอีกนานทีเดียว
ขั้นตอนมันเยอะแยะ ซับซ้อนเสียเวลา จนแทบจะหมดอารมณ์ก้าวออกนอกประเทศซะแล้ว

 

พอเดินก้าวขา..เข้าลาวบ้านพี่เมืองน้อง
แรกๆก็ตื่นเต้น วี้ดวิ้วกันดี แต่พอไปดึงตลาด……..(ชื่อไรหว่า) ของที่ขายทำเอาซึมและเซ็งไปทันที

 

ของขายเหมือนๆกันทุกร้าน มีแต่ CD เพลงไทย , เหล้าฝรั่ง, ผ้าไหม, ไพ่
อะไรก็ไม่รู้…ไม่ประทับใจ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลย
ทั้งๆที่เสียเวลาและความพยายามกว่าจะข้ามไปได้พอสมควร

แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ เข้าไปเปิดหูเปิดตา
คราวหน้าจะได้ไม่ต้องมาอีก ขอ Visa ไปหลวงพระบางโลดดีกว่า
กลับเข้าประเทศไทยอีกรอบตอบเกือบสองโมงเย็น….
เดินกินฝุ่นกันเพลิน ได้ของฝากติดไม้ติดมือกันมาบ้างนิดหน่อย

 

พี่กกชวนไปดูแม่น้ำสองสี คือเป็นจุดพบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูล ที่นี่เรียกว่า แก่งตะนะ
เป็นแม่น้ำกว้างใหญ่ ช่วงเวลานี้จะเห็นแม่น้ำสองสีไม่ชัดเจนเท่าไหร่
จะดูเป็นสีน้ำตาลเหมือนกันตั้งแต่จุดพบกัน

 

 

แวะเที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตั้งอยู่ตำบลบ้านด่าน บริเวณวัดมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขงและฝั่งลาวได้

   

ไปไหว้พระประจำวันเกิดของเรากะแจง

 

เที่ยวมาหลายที่ เริ่มหิวและเหนื่อยไปกินข้าวเย็นก่อนเข้าที่พักฯอุทยานกันที่แพชลดา ริมแม่น้ำโขงตามโปรแกรมกันต่อเลย

วันนี้คนน้อยดี…สั่งส้มตำ ตำซั่ว และอาหารทำจากปลาแม่น้ำโขงอันเลื่องชื่อ พวกปลาบึก ปลาแข้ง
พี่กกฉวยโอกาสขอติดเรือหางยาวของคนแถวนั้น
พาน้องหญิงนั่งชมวิวแม่น้ำโขงไปเที่ยวฝั่งลาวกันอีกรอบ

อิ่มข้าวเคียงข้างวิวแม่น้ำโขงยามเย็นอันสวยงามเกือบสองทุ่ม…
เดินเล่นร้านขายของแถวๆแพย่อมอาหารก่อนเข้าที่พักกันมืดแล้วมืดอีก…

Advertisements