น่ากลัวมากเลยอะะ ถ้าโลกแตกแร้วพวกเราจะไปอยุ่ที่ไหนกัน คิดแร้วมันกลุ้มใจ มากกว่าสึนามิเป็นร้อยๆเท่า
บางช่วงซึ้ง บางฉากก็เวอร์ตามชื่อเรื่อง ตอนจบ Happy Ending ในแง่ของดารานำ
แม้ว่าพื้นดิน  ประเทศต่างๆในโลกจะจมหายไปหมดเหลือแค่แอฟริกามั๊ง…
คิดแล้วขนลุก…กลัวจะมีวันนี้ในโลกแห่งความจริง 
ยังงัยก็อย่าประมาทธรรมชาติ คงต้องช่วยกันอนุรักษ์และปกป้องโลกกันบ้างแล้วหละ
 
ไปดูเรื่องนี้ที่เมเจอร์ รัชโยธิน ตอนแรกตั้งใจจะไป Central ลาดพร้าวมากกว่า
เพราะยังมีคนติดใจอยากไปเดินงานลดราคาระดับชาติสินค้าเครือ CMG ที่กล่าวขานว่าขนของมาลดราคาบานเบอะ
แต่เรายกข้ออ้าง…อาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ไม่อยากสุงสิงใกล้ชิดกับคนหมู่มาก
ไม่ใชแค่กลัวว่าจะไปรับไข้หวัดจากใครๆมาอีก แต่ก็ระแวงกลัวตัวเองจะเป็นที่น่ารังเกียจแถมไปแพร่เชื้อต่อให้คนอื่นเค้าด้วย
จะให้เดินลอยหน้าลอยตาแล้วใช้ผ้าปิดจมูก…ประกาศให้โลกและชาวโลกรับรู้และระวังตัวว่า อย่าเข้าใกล้เราเป็นหวัดนะ
อาจให้ความมั่นใจหายมุดตูดไปหมด ยิ่งปิดปากคาดจมูกกันทั้งสองคน…คงดูน่าขำกันไปใหญ่
เลยเริ่มเห็นใจและให้ความสงสารในสังขารซึ่งกันและกัน
ยอมผ่อนปรนลดระดับความต้องการตัวเองตามใจเพื่อนร่วมโรค…(หวัด)
แค่ไอใส่กันไปๆมาๆก็จะแย่แล้ว ยังเสียวๆว่าจะเอาหวัดมาปล่อยให้กันและกันอีกหรือเปล่าเนี่ย
เพื่อความสบายใจและเก็บอาการหวัดให้เหลือน้อยๆของทุกฝ่าย…ประกาศยอมไปที่คนน้อยหน่อยก็ได้
 
แต่เหมือนหนีเสือปะหน้าจระเข้ยักษ์…อะไรกันเนี่ย!!!
 
ไปถึงเมเจอร์ตั้งแต่ยังไม่สิบเอ็ดโมงเช้า…แต่มีคนต่อแถวรอซื้อตั๋วหนังก่อนเราเพียบแล้ว คนอภิมหาอลังการมาก
ทำเอาออกอาการเหวอไม่น้อย ต่อแถวไม่ถูกเลย…แถวยาวขดไปมาเป็นงูยืนรออยู่เกือบสิบห้านาที
ตัดสินใจเลือกดูรอบ 12.45 เหมาะสมที่สุดทุกประการ
วันนี้ฉายเรื่องนี้เรื่องเดียวเกือบทุกโรงเลยนะ รอบใกล้ๆเวลาก็มี่แต่ต้องนั่งแหงนคอดู เพราะเหลือแต่แถวหน้าสุด
โชคดีที่เลือกรอบเกือบบ่ายโมง…ได้เลือกที่นั่งแถวค่อนข้างหลังหน่อย
เรื่องราวในหนังทั้งภาพทั้งสี เสียง เอฟเฟ็กก็แสนจะระทึกขวัญ มหึมา หนังเรื่องนี้ความยาวสุทธิเกือบ 3 ชม.
ขืนใจร้อนจองตั๋วไปแบบไม่คิดให้มาก คงต้องทนนั่งแหงนหน้าอ้าปากค้างลุ้นไปตลอดเรื่อง…ความสนุกลดระดับลงไปโดยอัตโนมัติแบบไม่รู้ตัวได้
 
ไม่ได้ดูหนังตอนบ่ายๆโต้งๆอย่างนี้มานาน ปกติมักผูกเวลาไว้ไม่ห้าก็หกโมงเย็นโน่น…
แต่วันนี้บ่ายสี่โมงมีภาระกิจฟิชโช่ต้องรีบไปรับแม่ที่โรงพยาบาล
และอาการหวัดเป็นที่น่าพอใจ….เลยยังไม่อยากเที่ยวตะลอนหนักนัก
กลับบ้านแต่หัววันดีกว่าโหมเที่ยวไม่เจียมสังขารตัวเอง
 
ไปเดินร้านหนังสือ ได้มา 2 เล่มโดนใจ :  
(1) BRIDGEสะพานข้ามเวลาของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์และเพื่อนหนุ่ม
 
       
เป็นหนังสือที่ระลึกถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ พอเห็นหนังสือครั้งแรกก็คลิกเลยแม้ราคาจะแพงเฉียด 300 บาท
ก็ไม่ลังเลที่จะหยิบมาจ่ายตังแบบไม่สะทกสะท้าน ป่าวทำรวยนะ…แต่เพราะ
หนังสื BRIDGE เล่มนี้ถูกเรียบเรียงจากบทสนทนา สัมภาษณ์หรือพูดคุยของนักคิดนักเขียนขั้นเทพหลายๆยุคสมัย
โดยหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปตามวาระและแขกรับเชิญ แต่ทว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเกาะเกี่ยวอยู่กับชีวิต ผลงาน ความหมายและการตายของ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นหลัก

สารบัญคร่าวๆ

– คิดถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ คิดถึงสวรรค์แห่งชีวิต | ประมวล เพ็งจันทร์
– คิดถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ จากบินหลาถึงพญาอินทรี | บินหลา สันกาลาคีรี
– มนุษย์ ยุคสมัย และความหมาย: จากอารยธรรมโบราณสู่โพสต์โมเดิร์น | ธเนศ วงศ์ยานนาวา และ ไชยันต์ ไชยพร
– คนรุ่นเราในเงาเวลาของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ | บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร (บอ.บู๋) และ ทรงกลด บางยี่ขัน
– จาก Open House ถึง สวนทูนอิน จากคณะบรรณาธิการ ถึง อาจารย์ใหญ่ | ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และ ปราบดา หยุ่น
– คนรุ่นเราในเงาเวลาของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ | โตมร ศุขปรีชา และ อธิคม คุณาวุฒิ
– การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ | สฤณี อาชวานันทกุล ปกป้อง จันวิทย์ และ นิ้วกลม
– ความตายและความหมายของชีวิต | พระไพศาล วิสาโล

 =>ถึงตอนนี้…เดินผ่านกลางสะพานไปอย่างรื่นรมย์

     มือเกาะราวสะพานเดินตามเรื่องราวไปเรื่อยๆแทบไม่อยากหยุดพัก ขาไม่ยอมหยุดเดิน มือก็วางไม่ลงเช่นกัน

     คืนนี้อาจสบายใจเดินทีเดียวจนสุดสะพานก็เป็นได้…

 (2) HAPPINESS IS ALL AROUND (เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา)

 

“หลายคนบอกว่า ‘ความสุขอยุ่ที่ใจ ไม่ต้องไปมองหาอื่นไกล’
ทว่ามีคนสักกี่มากน้อยที่จะรู้ซึ้งถึงความหมายของประโยคนี้และทำได้อย่างแท้จริง
บางครั้งเราอาจไม่ต้องกล่าวถ้อยคำใดออกมา
เพียงแค่เปิดใจให้กว้างและพร้อมจะรับสิ่งดีดีทีว่านั้นเข้ามาในชีวิต…และลงมือโดยการปฏิบัติไม่ใช่ด้วยคำพูด…” 
ข้างบน คือ บางส่วนจากปกหลังของหนังสือ…
‘ก้าวสู่ดินแดนแห่งความสุข ที่ทำได้ง่ายแค่เปิดใจ’

 >>ค่ำคืนนี้…คงหาความสุขได้ง่ายๆแค่เดินเล่นบนสะพานไปเรื่อยๆ

Advertisements