ตื่นเช้ามาท้องฟ้าก็สีแปลกๆ มึดครึมสลัวๆ ทำเอาใจแป้ว
พอบรรยากาศภายนอกไม่ดี ร่างกายเลยไม่กระปี้กระเป่าหมดแรงกระฉับกระเฉงไปด้วยเลย
กลายเป็นอยากเซื่องซึมเคลื่อนไหวช้า
ขอเอาแต่นอนๆ หันเหมองไปทางไหนเจอแต่โครงสร้างอันอึมครึมไม่เหลือความเร้าใจ 
อากาศแบบนี้หาความรื่นรมย์ประจำวันแทบไม่มี
ลุกจากที่นอนแบบหน้ายับๆ เดินสโลสเลค่อยสลัดตัวชี้เกียจให้กระเด็นไปไกลๆ
 
ถึงกลางวันคงเกิดอาการธาตุ 4 แปรปรวนเข้าอีก
สั่งกับข้าวมาสามอย่างดันเลือกแกงเผ็ดสุดยอดมาทั้งนัน….กินจนลิ้นชาหาความอร่อยไม่ค่อยได้
แถมด้วยน้ำมะนาว+แอปเปิ้ลปั่น เพิ่มรสชาตเปรี้ยวผสมเย็นจัดลงไปปนกับความเผ็ดร้อนทั่วท้อง
เริ่มหวั่นใจ…ว่าข้าวกลางวันที่กินผสมกันลงไปมันจะแสลงท้อง
ก่อให้เกิดอาการ….จู๊ดๆๆๆๆ ตามมาในภายหลังหรือเปล่า???
 
กินข้าวกลางวันจนอิ่ม ต่อด้วยคุยขำ เฮฮา สารพัด
ไปเดินย่อยกับบรรดาร้านรวงในตึกเหมือนกิจวัตร
แต่กลับรู้สึก… ‘ร้อนข้างใน’ ‘หนาวข้างนอก’ จนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยังงัยไม่รู้
เหมือนจะวูบกับปฏิกิริยาในร่างกายที่ปรับตัวเข้าบรรยากาศหนาวๆเย็นกระทันหันภายนอก
ร่างกายขาดความสมดุล จะเป็นไข้อีกแน่แท้เรา!!!
 
ทนนั่งทำงานแบบหนาวๆ ตัวรุมๆ หัวหนัก อยากแอบหมอบลงกับโต๊ะ
ร่างกายมันไม่ปกติยังงัยไม่รู้…เริ่มรู้สึกใจสวิวสวิว อยากนอนมากที่สุด
อดทนไปจนสามโมงเย็น
ก่อนที่จะขึ้นไปขอนอนที่ Mother Room ของห้องพยาบาล First Aids
กินพารากันท่าไว้ 2 เม็ด ขออู้งานมาหลับพักเต็มที่ซัก 2 ชั่วโมง…
เข้าห้องนอนหลับใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ที่นอนนุ่มๆ…หลับเพลินจนห้าโมงครึ่ง
บรรยากาศเหมือนนอนคอนโดหรูชั้น 27 ที่นอนอยู่ติดหน้าต่าง
แต่สภาพท้องฟ้าก็ยังคลุมเครือ คนป่วยเลยสลึมสลือ หน้าชาหูอื้อ นอนซมขดตัวในผ้านวมอุ่น
 
ได้เวลาไปตีแบต แก้หวัด ออกกำลังล้างไข้ดีกว่า
Advertisements