วันนี้ตื่นตั้งแต่ 8 โมงเช้าเพราะโดนแดดส่องก้น ไม่ได้เห็นแสงตะวันไม่ได้โดนแดดแยงตายามเช้ามาหลายเช้า เช้านี้อากาศดีที่สุดในอาทิตย์นี้เชียว ท้องฟ้าปลอดโปร่งอากาศแจ่มใส เราเลยได้ตื่นนอนแต่เช้าๆเข้ากับบรรยากาศเสียหน่อย รีบลุกลงไปเอาผ้าใส่เครื่องเพราะหมักหมมสะสมไว้เกือบ 3 อาทิตย์ วันนี้แดดแจ่มไร้วี่แววเมฆฝนต้องรีบกระโดดลงไปจัดการอะไรๆหลายๆอย่างให้เรียบร้อย เพระไม่แน่ใจได้ว่ายามบ่ายท้องฟ้าจะเปลี่ยนไปหรือไม่….
 
          ระหว่างรอผ้าปั่นอยู่….เปิดตู้เย็นเจอกุ้งแช่แข็งอยู่เลยคิดเมนู ‘ข้าวไข่เจียวกุ้งสับ’ เป็นอาหารเช้าสำหรับตัวเองซักมื้อ สืบเนื่องมาจากมื้อกลางวันเมื่อวันศุกร์ พวกเราไปนั่งกินข้าวที่ร้านริมคลองพี่กกสั่งข้าวไข่เจียวหมูสับดูน่าอร่อย เราเปิดประเด็นถามหาวิธีการทำไข่เจียวให้อร่อยๆเพราะเรามักกะไม่ถูกเรื่องใส่น้ำปลา เพราะที่ผ่านมาเคยเจียวไข่กินเองไม่จืดไปก็เค็มเกินทุกที…พี่กกย้ำว่าการเจียวไข่ง่ายมากแล้วแนะนำเทคนิคพอประมาณ เพื่อนๆร่วมโต๊ะช่วยกันแสดงความคิดเห็นและให้เคล็ดลับจากประสบการณ์หน้าครัว เราไม่สันทัดการทำครัวไม่ว่าไทย จีน หรือฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็นแค่ลูกมือปลอกกระเทียมกะเด็ดผัก ไม่ค่อยมีโอกาสควงตะหลิวโชว์ฝีมือเท่าไหร่นัก อาหารบางอย่างพอทำได้แต่ต้องให้น้องๆเป็นคนชิมนะไม่แน่ใจว่าไอ้ระดับกลมกล่อมหรืออร่อยแล้วมันอยู่ตรงไหน…  ทำกับข้าวพอ(กิน)ได้คนเดียวแถมความขี้เกียจมีมากกว่าเสน่ห์จากจวัก ถ้าให้ลำบากทำกินเองยอมอดหรือไม่ก็กินนมแทนดีกว่าเลยไม่ค่อยได้พัฒนาพื้นฐานการครองเรือนแบบแม่ศรีเรือนเท่าใดนัก ก่อนพี่กกสรุปจบว่าการเจียวไข่(อร่อยๆ)ยากสำหรับเราคนเดียว ก็จริงๆนั่นแหละ 5555 ไข่เจียวใส่น้ำปลา 2 เหยาะตามสูตรพี่กก ไข่เจียวตอนอยู่ในกระทะก็ฟูดี แต่พอเอาใส่จานไข่แฟบทันที แถมเหลืองเกินคงเพราะไฟแรงไป
          ไข่เจียวธรรมดายามสาย กินคู่กับข้าวกล้องจานนึงอร่อยดี สูตรพี่กกกำลังเหมาะไม่ต้องพึ่งน้ำปลาพริกหรือซอสมะเขือเทศใดๆ แต่เราคงต้องหาเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อจะได้ทอดให้ไข่มันฟูฟ่องเนื้อแน่นมากกว่านี้ แม้ต้องหัดพาตัวเองเข้าครัวหาเมนูง่ายทำกินให้บ่อยๆกว่านี้แล้วหละ
 
          หลังจากตากผ้าเรียบร้อย สิบเอ็ดโมงเช้าหอบกระเป๋ากีฬาไปออกกำลังกายที่ CAWOW ESP ตามปกติ
 
         วันนี้เข้า 4 Class ติดตั้งแต่เที่ยงครึ่งยันหนึ่งทุ่ม…. บ้าไปแล้ว 5555
 
        Cardio Scuplt เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว Glad มาสอนแทนแบบเบามากหลอกเราตายใจไปเลย วันนี้ครู Nui เจ้าของห้องตัวจริงกลับมาแบบหนักขึ้นพอสมควร ยกลูกน้ำหนักประกอบการเต้น Step ไปด้วย ทำเอาเราเหงื่อแตกกระจายเหนื่อยกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่แค่เหงื่อซึมๆ แต่ก็สนุกดีได้ออกกำลังเน้นส่วนแขน ขา และกระชับหน้าท้อง ขาก็ต้องคอย step ท่าต่างๆมือก็ต้องยกลูกเหล็กคอยเปลี่ยนไปเรื่อยให้สัมพันธ์กับขาข้างล่าง ต้องมีสมาธิ อดทนและจับจังหวะดีๆเป็นการออกกำลังแบบผสมผสานที่ดีและเป็น class พื้นฐานของหลายๆ class ได้เช่นกัน ออกกำลงก็ต้องมีเหนื่อย ได้เสียเหงื่อ ได้เมื่อยได้ปวดตามส่วนต่างๆกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ Class นี้เซ็งนิดๆตรงที่ว่า ดันมีครู Atr A. ที่ไม่ค่อยประทับใจกันมาเมื่อตอนเข้าร่วม Intro Aerobic เมื่อเดือนที่แล้ว…. ไม่รู้วันนี้มาแจมด้วยได้ยังงัย แต่เค้าก็ยังมีพฤติกรรมเดิมๆทำตัวใกล้ชิดกับแก็งค์คนสนิทๆเป็นส่วนใหญ่ เราไม่ได้อยากให้ครูศิลปะคนนี้มาสนใจเราเท่าไหร่หนักหรอก แต่ไม่นิยมการที่เค้าเล่นแต่กับคนคุ้นเคยออกนอกหน้านัก เห็นสมาชิกคนอื่นๆยืนเป็นตัวแถมไปหละมั๊ง…..
 
          ต่อด้วย Body Combat ของ Glad ครูหวยอินเตอร์เจ้าเก่า ที่มักจะสอน Combat อย่างสนุกสนานและเมามันด้วยสองภาษา ไทยปนอิงลิชแล้วแต่อารมณ์ครูพาไป จัดให้แต่ละเพลงแต่ละท่าโหดและเหนื่อยอ่อนได้ใจจริงๆ ยังเป็น Class ที่เราได้ออกท่าต่อสู้ เตะ ต่อย ถีบ เข่าสารพัดท่าผสมจนเสียเหงื่อและเหนื่อยมากที่สุด หอบจนแฮก เหงื่อไหลย้อย กินน้ำจนเกือบจุกไปเลยเรา แต่ก็สนุกไม่เปลี่ยน จริงๆสีสันในการเข้า class นี้ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนด้วยจริงๆ เพราะช่วยกระตุ้นให้สมาชิกตั้งใจและร่วมใจในการออกกำลังกายแบบถึงไหนถึงกัน ตัวครูก็แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท สมาชิกที่เข้า Class Body combat นี้ก็จะเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา เป็นขาประจำร่วมแจมกันมาตลอดทุกๆอาทิตย์ ครู Glad สร้างความชอบใจให้เราอยากเข้าร่วมเตะต่อยด้วยแบบไม่กลัวเหนื่อย จบ Class สมาชิก 5-6 ไปล้อม Glad เพราะอาทิตย์หน้าไม่มีชื่อ Glad ใน Class นี้และ Class อื่นๆ….มีคำถามส่งไปตามความสงสัย ก็ได้คำตอบแบบคลุมเคลือ Glad คงพอจะรู้เหตุผลแต่ไม่สามารถพูดได้นัก ได้แต่บอกให้เพื่อนๆคอยลุ้นดูอาทิตย์ถัดไปว่าจะได้กลับมาสอนอีกไหม… เป็นเรื่องน่าเสียดายและเศร้าปนใจหายของคนในกลุ่มที่เคบร่วมเรียน ร่วมเตะต่อยด้วยกันมาหลายๆเดือน ก่อนเดินจากวงล้อมออกมาเราส่ง hi5 ไปและปิดท้าย See you soon ให้กันและกัน…แม้ Glad จะหายไปแต่คนที่มาสอนแทนก็เป็น Nit คนโปรดปรานไม่น้อยเช่นกัน…. แต่ด้วยความที่เราไป CAWOW วันเสาร์เลยได้เจอ Glad บ่อยกว่าเลยติดอกติดใจ โดนอกถูกใจกันมากขึ้นไปตามเวลา…. อ้อ! วันนี้ Glad บอกบนเวทีว่าเป็น class สุดท้ายเลยปล่อยของเต็มที่แถมให้อีก 2 เพลงหนักโพดๆ เลิกเอาตอนบ่ายสามโมง สมาชิกสบักสบอมส่งท้ายไปอย่างประทับใจ
 
          เย็นๆเป็น Class Body balance ยืดเส้นยืดสายโดยครูหมีสุดหล่อ หนุ่มมาดดีตลอดทุกท่วงท่าเจ้าเดิม วันนี้คนร่วม class เกือบเต็มห้อง ครูสุดเนี้ยบยังนำ Balance เหมือนเช่นเคยๆ แต่วันนี้เราบิดพลิ้วตัวได้มากขึ้นเพราะค่อนข้างมีสมาธิกับกิจกรรมตรงหน้า แต่วันนี้เป็น Hot Body Balance ไปซะ ก็กว่าครูจะเปิดแอร์ก็ผ่านไปเกือบ 8 เพลง ทำเอาเราเหงื่อไหลเป็นน้ำ หัวเปียกโชกหยั่งกับอยู่ใน class body combat อะไรไม่ปาน แต่ละท่าของ Balance ไม่ใช่ต้องออกแรงหนักๆนัก แต่จะเน้นการเกร็งและยืดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ  ที่ดูผ่านๆเหมือนเบาแต่จริงๆยิ่งเราเกร็งมากเท่าไหร่เราก็เหนื่อยมากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้สังเกตุคนรอบข้างนักเพราะครูหมีหรี่ไฟจนห้องเกือบมืดสร้างบรรยากาศเข้าไปอีก เลยไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะเหงื่อแตกเหมือนเราไหม แต่ได้ยินเสียงถอนหายใจและเสียงโอดโอยเวลาจบแต่ละท่วงท่า แต่ก็ดีนะเป็น Balance ที่ได้เหงื่อเยอะกว่าปกติซักครั้งหนึ่ง….
         
          ปิดท้ายเย็นนี้ด้วย X-Ride ปั่นจักรยาน เผาผลาญไขมันและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจ ปกติวันเสาร์มักจะเข้า class หนักบ้างเบาบ้างสลับๆกัน วันนี้ดันเจอ class ทั้งหนักทั้งแถมทั้งพิเศษจนเหนื่อยไปหมด พอถึงปั่นจักรยานกับ Glad คนโปรดใจยังสู้แต่ขามันไม่มีแรงจะถีบ แต่ยังพยายามไม่ยอมน้อยหน้าคนอื่น ปั่นตามครูบ้าง แอบอู้บ้าง ไม่ปรับเกียร์หนักๆบ้างอะไรบ้างไปจนจบ class  แม้จะปั่นแบบไม่เต็มที่นักก็ยังเหงื่อแตก เหงื่อออกเปียกเสื้อ หัว หน้า ผมจนโชกไม่ต่างจากครั้งก่อนๆๆ จบ class มีสมาชิก 2-3 คนเดินไปถาม Glad เรื่องที่จะไม่ได้ไปต่อในอาทิตย์หน้าเช่นเคย… ไม่ว่าจะเป็น Class ไหนๆ Glad ก็เป็นขวัญใจสมาชิกทั้งนั้น สอนก็ดี นิสัยก็ดี ทุกอย่างดีไปหมดจนไม่มีเหตุผลที่ทาง CAWOW ไม่ให้ Glad สอนต่อ…มันคงเป็นเรื่องภายในไม่มีใครบอกเหตุผลที่แท้จริงได้….เราก็ได้แต่แอบหวังและแอบลุ้นว่าให้เห็นชื่อ Glad ใน Class เดิมๆในอาทิตย์ถัดไปนะ….
 
         หลังจาก Body Combat จบมีเวลาพักยืดเส้นยืดสายเกือบสองชั่งโมง ไปหาข้าวกลางวันเติมพลัง มา ESP หาอะไรใส่ท้องค่อนข้างยากจัง เพราะเต็มไปด้วยร้านอาหารเต็มรูปแบบและแพงๆกว่าจะเข้าไปหากินแบบข้าวจานหรือก๋วยเตี๋ยวจาน
 
 ชุดหมูทงคัตซึของโปรด
 
          หลังเดินวนชั้นใต้ดินซักพัก… เข้าร้าน FUJI ดีกว่า และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เราเข้าไปกิน FUJI คนเดียว ทำสำเร็จแล้ว!!!! หลังจากเคยไปเดินลังเลๆ ตัดสินใจไม่ขาดที่หน้าร้านอยู่ครั้งถึงสองครั้ง กินคนเดียว กินคู่ หรือกินหมู่ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพียงแค่รีบกินรีบอิ่ม…ไม่มีเรื่องเมาท์ เรื่องเล่า เรื่องระบายระหว่างอาหารเท่านั้นเอง แต่คนอื่นจะมองว่าเปลกๆไหมที่เห็นเรานั่งคีบหมูทอดกินอย่างเอร็ดอร่อยคนเดียว มองดูรอบๆร้านยังไม่เห็นโต๊ะไหนฉายเดี่ยวเช่นเรานะ กินคนเดียวก็โอเคนะ ไว้วันหลังจะลองกินแบบนี้ดูอีก
 
          กินอิ่มยังมีเวลาสำหรับย่อยอีกซักชั่วโมง เลยเดินไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดมารวย บนชั้นวางหนังสือมีทั้งหนังสือด้านการลงทุนและหนังสือจิปาถะทั่วๆไป
        
         
          
 
          หยิบเล่มนี้มาเปิดอ่าน เป็นหนังสือภาพสีกระดาษอาร์ตทั้งเล่ม รูปสวยๆพร้อมเรื่องราวประวัติขอสวนโมกข์และท่านพุทธทาส เปิดไปทีละหน้า เน้นดูรูปและอ่านคำอธิบายเรื่องราวสั้นๆบ้าง ส่วนเรื่องยาวๆก็อ่านแบบคร่าวๆเพราะหนังสือเล่มหนาพอควร เวลาที่มีอยู่คงอ่านอย่างละเอียดได้ไม่จบ แค่อ่านแบบผิวเผินยังทำให้ความอยากไปสวนโมกข์ อ.ไชยาเพิ่มมากขึ้นมากขึ้นและมากขึ้น สงสัยต้องเขียนไว้ในสิ่งที่ตั้งใจทำสำหรับปีหน้า ‘ปฏิบัติธรรมสวนโมกข์’ … เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งมีการเปิดสวนโมกข์กรุงเทพฯ หรือ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ที่บริเวณสวนรถไฟ ดูเป็นสวนสาธารณะที่น่าไปเที่ยวเล่นมากขึ้น หากมีเวลาต้องไปเที่ยวสวนโมกข์สาขา 2 พร้อมทั้งขี่จักรยานชมสวน หรือไม่ก็ถีบเรือเล่นบ้างก็ดีนะ
Advertisements