เสาร์นี้ยังต้องคอยรอบสังเกตุและคอยดูอาการพ่ออยู่ห่างๆอีกวันนึง
พอจะเดาใจได้ว่า…ด้วยนิสัยและความเป็นพ่อคงไม่ชอบให้ลูกๆมาดูและปรนิบัติแบบใกล้ชิดเท่าใดนัก
พ่อคงไม่อยากให้ลูกเป็นห่วงหรือต้องดูแลนัก เพราะไม่คุ้นและไม่เคยป่วยหนักๆมาก่อนนั่นเอง
เลยต้องใช้วิธีคอยถามอาการเอาเรื่อยๆไม่ต้องคลุกวงในกันมากนัก
 
ถึงวันนี้อาการโดยรวมก็ดีขึ้นเกือบปกติ…แต่ยังมีเพลียหรือง่วงนอนตามฤทธิ์ของยา
เลยเอาแต่หลับเกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งก็เป็นเรื่องทีดี…จะได้พักผ่อนได้เต็มที่
 
เมื่อเช้าตื่นมาตอนเกือบ 9 โมงเช้า…แอบไปดูในห้องยังเห็นพ่อนอนหลับอยู่
เลยรีบออกไปปากซอยซื้อกลับข้าวสำเร็จรูปมา 2-3 ถุง
กลับเข้าบ้านมาปลุกพ่อกินข้าวเช้า……
พ่อบอกว่ากินแล้ว น้องต้มข้าวต้มให้กินตั้งแต่เช้าแล้ว
อ้าว!!! แป่ว!!! มากๆ
เรามันไม่ได้เรื่องอีกจนได้…ดีนะ!!! ที่มีน้องเอาใจใส่และรักดี
ถ้ามาหวังพึ่งเราพ่อคงไม่ได้กินข้าวไม่ได้กินยา….หรือไม่งั้นก็ต้องลำบากลุกมาหาอะไรกินเอง
เฮ้อ!!!!
 
วันนี้เราก็กินนอน กินนอน กินนอน อยู่ในห้อง… ทั้งวัน
นอนอ่านหนังสือเรื่อง ‘สุข ปรากฎการณ์รู้ทันทุกข์’… หนังสือธรรมะผสมผสาน How to แบบแร๊ง แรง จนเกือบจบเล่ม
อากาศช่างแสนดี ไม่ร้อนอบและอ้าว จนเหนียวตัวเวียนหัวจนหน้ามืดไปอีกคน
ฝนลงเม็ดเบาๆสลับกับลงเม็ดหนักๆบ้าง แต่ไม่ได้ตกหนักแบบพายุเข้าจนน่ากลัว
ฝนตกช่วยสร้างบรรยากาศเคลิบเคลิ้มให้นอนอยู่บ้านได้ตลอดรอดฝั่ง…
ถ้าเกิดแดดจ้า อากาศร้อนจี๋เราคงทนความร้อนไม่ไหว อดทนอยู่ในบ้านได้ไม่ถึงครึ่งวัน
 
วันนี้ทุกอย่างเป็นใจให้เราเป็นลูกกตัญญู…อยู่เฝ้าบ้านและอยู่บ้านเป็นเพื่อนพ่อไปพร้อมๆกัน
 
มื้อเย็น… ต้มข้าวต้มให้คนพักฟื้นกินให้คล่องคอ
พ่อก็ยังคงเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย ไม่เกี่ยงเรื่องข้าวปลาและน่าจะยังถูกใจกับอาหารอ่อนย่อยง่าย
ข้าวต้มกับปลากรอบอีกซักมื้อก็ยังพอใจและยังอร่อยอยู่
 
แต่ลูกๆเริ่มมีปัญหากับการอาหารการกินเสียเอง
เพราะพ่อครัวประจำบ้านยังไม่พร้อมจะลุกไปจับตะหลิว ทำกับข้าวให้กินเหมือนเคยๆ
จะพร้อมใจกันเข้าครัว สุมหัวกันทำกินเองตามยถากรรมอีกมื้อก็เริ่มจะลำบากและเกี่ยงกันไปมา
ออกไปหิ้วอาหารถุงจากตลาดนัดปากซอยมากินกันอีกก็เริ่มไม่ถูกปากและไม่ถูกใจซะแล้ว
 
สุดท้าย…เดินไปกิน MK ที่จัสโก้ นวมินทร์กันให้สบายใจทุกๆฝ่ายดีกว่า…
ในฐานะพี่คนโตและคนที่ไม่ชอบทำอะไรกิน…รับอาสาเป็นเจ้าภาพไปด้วยความเต็มใจ
Advertisements