วันศุกร์หยิบได้ฟรี A Day Bullentine วันนนี้เล่มล่าสุด เล่มที่ 113 พิเศษกว่าฉบับไหนๆในโลกที่เคยพิมพ์ออกมาแจก (สำหรับเราคนเดียว) หน้าปกนักเขียนขวัญใจตลอดการ พี่โหน่ง วงศ์ทนง ผู้ได้รับฉายาว่า ศาสดาเด็กแนว….แห่งวงการหนังสือ คุณพี่ยอมขึ้นปกด้วยมาดเก๊กระเบิดร่วมฉลอง 10 ปี นิตยสาร A Day ที่ร่วมบุกเบิกก่อร้างสร้างหนังสือแปลกแหวกแนวสำหรับเด็กแนวพวกเราจนโด่งดังติดลมบนมาจนถึงทุกวันนี้ และยังเป็นบรรณาธิการคนแรกของสำนักพิมพ์ A Book ค่ายหนังสือแนวโปรดปราน ที่ตัวเราแทบไม่อยากพลาดซักเล่มนึงอีกด้วย… คนนี้เจอทีไหนเราต้องขอพุ่งชนทุกที เหมือน ADB เล่มนี้ที่มีนายแบบขั้นเทพยืนเต๊ะเตะตาเยี่ยงนี้ หากไม่ได้เป็นเจ้าของคงตรอมใจไปหลายวัน ยังงัยเราก็ไม่ยอมพลาดเอามาถือโชว์ นอนกอดอ่านให้หายบ้าและหายอยากแน่นอน…. เล่มนี้ฟรีแต่คุ้มค่าา.า.า.าา

จุดหยิบฟรีที่ใกล้ที่สุด…เดินย่องๆจากตึก ชาญ2ไปประมาณ 30 ก้าวน้อยๆ ณ ร้นกาแฟฝรั่ง Starbuck ที่ตึก M Theater เป็นที่รองรับกอง ADB เล่มนี้และเล่มก่อนๆมาเสมอ ต่อไปจะมาเหยียบร้านนี้ให้ทุกอาทิตย์ ไม่ใช้ไปอุดหนุนกาแฟหอมๆแก้วละร้อยกว่าบาทเหมือนชาวออฟฟิศรสนิยมหรูๆนั้นแต่อย่างใด แต่จะไปหยิบของแจกฟรีต่างหาก พนักงานจะมองว่าหน้าไม่อาย มาเอาแต่ของฟรีไม่อุดหนุนเจ้าของสถานที่บ้างก็ตามแต่ เราหน้าด้านและไม่ถูกกัน(กับกาแฟ)มานานแล้ว ขอภาวนาให้ ADB เดินทางมารอเราที่ Starbuck ตลอดปีและตลอดไปนะ

ตั้งแต่ตอน 11 โมงเช้าเดินไปเหล่รอบแรก น้องๆบริกรในร้านบอกว่า ยังไม่เห็นมาส่งเลยครับ ปกติก็มาส่งเวลาไม่แน่นอน สายบ้าง บ่ายบ้าง เลยไปวันเสาร์ก็ยังมี เราส่งยิ้มว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เดินมาดูใหม่ กำลังก้าวเดินออกจากประตูไปด้วยความเสียดายเล็กน้อยแต่ความอยากได้ยังไม่ลดราวาศอก ลอยนวลออกจากร้านได้ไม่ง่ายนักเพราะยังเป็นห่วงและยังคาใจลึกๆ กลัวจาแห้วหากเดินมาคว้าไม่ทันซักเล่ม เลยหันหลังกลับ เดินตรงไปพูดแกมเว้าวอน คุณน้องขา พี่จะมาดูอีกทีตอนบ่ายๆนะ แต่ถ้าหนังสือมาก่อนพี่ขอจอง 1 เล่ม… น้องช่วยซุกไว้ให้พี่ก่อนคนอื่นมาหยิบไปหมดน้า พี่กลัวเดินมาคว้าได้แต่น้ำเหลว….. สิ่งเล็กๆน้อยๆนี้ค่อยเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองว่าคงไม่พลาด ADB The Legend เล่มนี้ แต่ก็กลับมาทำงานยังกะวลกะวายเล็กๆอยู่ดี…

บ่ายสองโมงกินข้าวเสร็จ แม้ฝนเริ่มลงเม็ดพรำก็ไม่ลืมภาระ เรายังกล้าวิ่งฝ่าฝนมุ่งตรงไปตามนัด พี่โหน่งมานอนคอยอยู่เป็นตั้ง ณ ตำแหน่งที่เคยหยิบ เราไปหอบมา 2 เล่ม เดิมยิ้มกริ่มอออกจากร้านไปด้วยความอิ่มเอม 555 รีบถ่ายรูป ADB และะตัวเราแบบมุมดีที่สุด อยากจะถ่ายมุมเดียว ฟิลล์เดียวกันเด๊ะกับคนในหน้าปกเช่นกัน แต่หน้าไม่ให้และแนวไม่เท่าเลยได้แต่รูปแบบไก่ๆกาตามประสา แต่ก็ยังกล้าโพสต์ลง Tweet Plixi รายงานความคืบหน้าไปยังนายแบบหน้าปกว่าเราได้เล่มนี้มาครอบครองโดยชอบธรรมเรียบร้อยแล้ว

 @Patee122 เค้าเล่นเกมส์ชิงตั๋วนกแอร์ไปไหนก็ได้-เมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยการตอบถาม 8 ข้อกันทาง twitter ตรูนั่งตอบคำถามที่แสนยาก ด้วยการ copy คำถามไป search คำตอบใน Geogle ทีละข้อๆ แต่ไม่ได้รับสุ่มเป็นผู้โชคดีจนหมดคำถาม ไม่ใช่เรื่องแปลกน่าจะมี Follower ของพาทีร่วมและรอแย่งบัตรฟรีกับเราเพียบ แม้บางข้อไม่ได้จะแจกให้คนที่ Retweet คำตอบที่ถูกต้องไปคนแรกจึงเป็น winner บางข้อพี่แกก็เปรี้ยวให้รางวัลคนที่ตอบเป็นคนที่ 10 20 หรือ 50 …. เวลาไม่ต้องการคำตอบชนะเลิศจากคนที่ส่งเร็วที่สุดก็ดีหน่อย ต้องรีบกระหืดกระหอบจนเกือบหน้ามืด มือสั่นรีบตอบรีบกดส่งไป…. คอ่ยๆลุ้นจังหวะตอนส่งไปเอาอีกทีว่าเราจะเข้าลำดับที่กำหนดไว้ของขอนั้นหรือไป ใคร Winner @Patee122 เค้าจะ RT ให้ผู้ร่วมลุ้นนับร้อยๆคนเห็นกันจะจะว่าคนนั้นเป็นใคร!!… แล้วก็เล่นข้อใหม่กันต่อไป

กว่าจะหมด 8 ข้อ เล่นจนเหนื๊อย เหนื่อย บางข้อคงตอบช้าเกินไป บางข้อไม่มีดวงอีก…. อดขี่นกฟรีเลยแว๊บไปกิน Cheery Coke ที่ร้าน ดุ๋ง เด้ง ได้ แก้เซ็งง อดได้ของเค้าฟรีแล้วยังไปซื้อของร้านเค้ากินอีกตรู…บร้าปะวะ!!!! ขำขำ(นี่ก็ชื่อหมาพี่เค้าอีก)

 สบตา Teramisu จากร้านชื่อยาวๆเรียกยากๆโดยบังเอิญและมิได้นัดหมาย เค้กของร้านนี้ยังไม่เคยกินแต่หน้าตาดูดียั่วใจไม่ใช่น้อย เห็นเค้กแล้วหน้าพี่กกลอยมาทันที ไปยืนเล็งๆอยู่หน้าตู้แค่อึดใจ แม้กระเป๋าตังเริ่มแฟ็บแต่ก็คิดแค่แป็ปเดียวสั่งซื้อ 1 ชิ้น แพ็คลงถุงฝากเพื่อนๆ ซื้อมาแค่ชิ้นเดียวไม่ใช่ไม่มีเงินนะแต่อยากกินแบบแย่งกันกิน ระดับความอร่อยและความประทับทรวงมักจะผกผันกับปริมาณที่หากินได้นะ….

Teramisu ใส่ในแก้วก้านสูงดูน่ากินน่าชิม เอาไว้ลองของและรองท้องกันก่อนกลับบ้าน…  แย่งกันตักกินคนละคำน้อยๆ วนขวาส่งต่อๆกันทีละคำ เค้กมูสข้นๆรสกาแฟหวานอมขมกลืน อร่อยแทบจะเหาะไปซื้อมากินเพิ่ม แค่เริ่มกินก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า…อร่อยจัง โดยเฉพาะพี่กกที่โปรดปรานเค้กประมาณนี้มากกว่าใคร อาการออกนอกหน้าว่าชอบซะมากมายตามความคาดหมาย เมื่อเห็นความอร่อยแบบเป็นเรื่องเป็นราวของพี่กกเลยต้องยกเค้กที่เหลืออีกเกือบค่อนแก้วให้เหมาไปคนเดียว… แค่คนรับฝากชอบของฝากที่คนซื้อหิ้วมาให้แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว หน้าบานกันทั้งสองฝ่าย หมดถ้วยแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง แล้วแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน

เกือบสองทุ่ม… เพื่อนหลา F&C ประจำบริษัทเครื่องบิน Jet ยิ่งใหญ่ มีภาระกิจต้องเข้าหา VP ที่สำนักใหญ่… ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบอันกว้างใหญ่ พอเสร็จกิจการงานประจำก็แวะมาพบปะเพื่อนเก่าเช่นเคย เรากะแจงนั่งรอเพื่อนได้เสมอ…

แม้ฝนตกลงเม็ดใหญ่สลับเล็ก เราสามคนยังขับรถไปกินข้าวต้มร้าน 55 ปากซอยทองหล่อ ร้านประจำที่แสนอร่อยกันได้แบบไม่กลัวฝนถล่มฟ้าผ่าใดๆ… เพราะข้าวต้มกุ๊ยเป็นอาหารจานโปรดและถ้วยโปรดของเพื่อน จึงทำใจไม่ยากหากต้องไปนั่งกินไปบ่นไปด้วยกันอีกครั้ง บ่นเรื่องงานซุมหัวไอ้หลานะ มิใช่บ่นว่าพ่อครัวฝีมือตกนะ ร้านนี้ฝืมือกับข้าวยกนิ้วให้ทุกครั้งที่มาคีบใส่ปาก ไม่ว่าจะมากินเมื่อไหร่ กับใคร อารมณ์ไหนก็อร่อยไม่เปลี่ยนแปลง และคงไม่เปลี่ยนใจไปนั่งซดข้าวต้มร้านอื่นแล้วหละ…

วันนี้เรากะแจงกลายเป็นผู้ฟัง ไม่ใช่การกินข้าวต้มแล้วเจาะใจกันเหมือนที่ผ่านๆมา แต่ผู้มาเยี่ยมเยียนเอาแต่ระบายความในใจ ความอัดอั้น ความเป็นมาเป็นไป ความรู้สึกต่างๆที่ประสบพบกับงานใหม่ เพื่อนใหม่ เจ้านายใหม่ คนระบายไม่หยุดปากโดยที่เราและแจงแทบไม่ต้องถาม มันเล่าต่อเนื่องได้ด้วยตัวของมันเอง เพื่อนได้แต่รับฟังนานๆจะ(กล้า)อออกความเห็นไปบ้าง…. เมื่อเปลี่ยนงานใหม่ เปลี่ยนสภาวะแวดล้อม เปลี่ยนเพื่อนร่วงานใหม่ย่อมต้องใช้เวลาในการปรับตัว เปลี่ยนตัวให้เข้ากันและสามารถอยู่ร่วมกันและร่วมกับงานใหม่ได้อย่างสบายๆและมีความสุข

ที่ไหนหละจะมีแต่เพื่อนดีเลิศประเสริฐศรีเช่น Jang และ Minty หละ

Advertisements