ไปศูนย์ Acer ที่แฟชั่น ไอส์แลนด์… พาน้องวันไปเช็คเครื่อง ทำสปา อัพเวอร์ชั่นต่างๆชุดใหญ่
เริ่มลังเลว่า…ถึงเวลาเปลี่ยนรุ่นใหม่ที่ไฉไลยั่วน้ำลายไหลหรือประหยัดเงินทนใช้น้องวันต่อไปตามสภาพ
จริงๆน้องวันก็ไม่ได้แย่หรือหมดสรรถภาพโดยสิ้นเชิง แค่เก่าตกรุ่น ล้าสมัย เท่านั้นเอง
ประสิทธิภาพหรือความสมารถในการทำงานของคุณน้อง Aspire วันเครื่องมินิของเราก็ยังไม่ได้แย่จนรับไม่ได้
แค่มันมีรุ่นใหม่ออกมาทดแทน พร้อมสเป็คที่ดีกว่า…. แต่ต้องแลกด้วยเงินหลายๆพันเชียวนะ

ทุกวันนี้ต้องเดินปิดตา หรือรีบเดินผ่านร้านขายคอมพตล๊อด ตลอด
กลัวอดใจไม่ไหว ถอยน้องวัน น้องซุง น้องโว่ น้องโซ น้องซูสออกมาอีกตัว 5555

ช่วงนี้อุปกรณ์ไอทีรอบๆตัวมีแต่พัง ใกล้พัง และหมดสภาพทั้งนั้น ไม่ว่าจะ
(!) น้องสโนไวท์ เข้าศูนย์ไปแล้วกว่า 3 เดือน ส่งซ่อมโน่นนี่นั่นซ้ำซากจนเริ่มโมโหศูนย์แล้ว
ส่งซ่อมอาการหนึ่งหายกลับมีอีกจุดเสียหายเพิ่ม เอากลับไปซ่อมใหม่ กลับมาใช้ไม่ได้นาน…ส่งซ่อมอีก
เฮ้อ!!!! เซ็ง… อาการไม่สาหัสแต่ออกอาการจุดเล็กจุดน้อย  ซ่อมไปทีละอาการ ขนาดซ่อมศูนย์นะนั่น
(!!) น้องป๊อด ก็หูถลอกทั้งสองข้าง เีสียงเริ่มจะเพี้ยน รอเวลาพังสมบูรณ์แบบ
ใกล้ถึงเวลาเสียเงินในอีกไม่ช้านาน
(!!!) พี่เดล พี่ใหญ่บึ้ม…อาการหนักสุด ปลดระวางนอนหมดสภาพอยู่ในตู้มาหลายเดือน
ตอนนี้… รอคอยน้องพัด มาร่วมแก็งค์ในเร็วๆนี้ เฮ้อ! เตรียมตัวเสียเงินอีกตรู

เช้าวันอาทิตย์นี้ไปทำบุญตักบาตร สวดมนต์ที่ลานหินโค้ง วัดชลประทานเป็นอาทิตย์ที่สอง
เพื่อไปทำบุญให้กับผีแดงทีมรักที่พ่ายแพ้ยับเิยินอย่างหมดสภาพ…
พร้อมกับนำตัวเองไปหาที่สงบๆ…เพราะช่วงนี้เหมือนใจ กาย สติไม่เข็มแข็ง ไม่สมบูรณ์ยังไงไม่รู้
ยังรู้สึกไม่ค่อยชื่นบานนัก….มีทั้งเรื่องเศร้าส่วนตัว และเรื่องเศร้าของส่วนรวมก่อเกิดความไม่สบายใจ
รวมทั้งความรู้สึกแย่ๆหลายๆอย่างที่ยังเกาะตัวเอง ปล่อยวางไว้ไม่สำเร็จมาหลายวัน

เมื่อจิตใจต้องการที่พึ่งทางใจ วัดและธรรมะจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและนึกถึงก่อน
แม้การไปนั่งฟังพระเทศ การสวดมนต์ดังๆจะไม่ได้ช่วยทำให้ปัญหาทางรอบกายและรอบใจหมดสิ้นไปได้
แต่อย่างน้อยก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆทีเราได้เข้าสู่สภาวะสงบนิ่ง ปล่อยว่างเรื่องกดทับใจ ได้ัพักใหญ่
คนทีทำให้เกิดทุกข์คือตัวเรา
“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง =&gtทุกข์ใดใคร่ก่อ ทุกข์นั้นคืนสนองเช่นกัน”

แม้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นอาจะเป็นแค่ความเครียด ความไม่สบายใจชั่วครู่ชั่วยาม
จะปัดโยนเหตุให้เกิดทุกข์นั้นปันไปให้อีกคนหนึ่งคนใดด้วยนั้นก็ไม่ผิดทั้งศีลและกฎหมาย
แต่ปัจจัยใหญ่ที่ก่อให้เกิดทุกข์และความไม่สบายใจนั้น…
คือการที่เราปล่อยวาง หรือ วางเฉยไมได้เองต่างหาก
หากเมื่อเรามีสติ รู้จักปล่อยวาง รู้จิตรู้ใจตัวเอง ไม่นำความเรื่องเหล่านั้นมาเป็นเรื่องเกาะใจ
เราก็จะใจสบาย ไม่ทุกข์ ไม่เสียสติได้ =>; ทุกข์ใดใคร่ก่อ ทุกข์นั้นคืนสนองจริงๆ

วันนี้มาวัดแต่เช้า… ไม่มีของมาใส่บาตร ตั้งใจมาฟังธรรมกับสวดมนต์
อยากแค่มานั่งใต้ต้นใหม่ใหญ่ในลานหินโค้ง
หยุดคิด กำหนดจิต สร้างสมาธิกับวิถึชีวิตชาวพุทธแบบเงียบๆเบาๆนี้บ้าง….
การอยู่เงียบๆทำให้คิดทบทวนได้หลายอย่าง เริ่มปล่อยวางได้หลายๆเรื่อง
มีหลายสิ่งที่ไม่อยากบอกเล่ากับใครๆๆ หรือไม่ควรบอกเล่าไปยังผู้ใด..
การนั่งเงียบๆบอกเล่าในใจให้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ตรงหน้า….แม้แก้ไม่ได้แต่สบายใจได้
“ปล่อยวางได้…ทุกอย่างก็เบาลง”

“เวลาสุข หายหัวไปอยู่ทีไหน… แต่พอทุกข์ไม่สบายใจหันหน้าเข้าวัด” คนเราไม่เป็นซะอย่างนี้!!!

พี่กก Post ใน Facebook :
ไม่มีใคร หรืออะไร
ที่ทำให้ เราเป็นทุกข์
นอกไปจาก ตัวเราเอง
Like++

เราทำใ้ห้ตัวเราทุกข์… ต้องรีบหยุดทุกข์ มิฉะนั้นเราก็จะทุกข์ไม่หยุด

Advertisements