ตั้งแต่่ป่วยเรื้อรัง 2 โรคต่อเนื่อง ทั้งกรดไหลย้อนและกระเพาะอักเสบ…
เลยต้องเปลี่ยนพฤติประจำวันหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่อง ‘การกิน การอยู่และการนอน’

(+) นาฬิกาปลุกตอน 8 โมงเช้าทุกวัน และ ต้องกินข้าวเช้าเวลา 8.30 ไม่ขาดไม่เกิน
กินข้าวเช้าก่อนออกจากบ้านให้เรียบร้อย พร้อมนมสด 1 กล่อง
อิ่มท้อง อุ่นใจ ออกเดินทางไปทำงานได้อย่างสบายใจ คลายความกังวล(ลงบ้าง)
ไม่ต้องห่วงว่าจะปวดท้อง โรคกำเริบรุนแรงระหว่างทาง
การตื่นนอนเร็วขึ้นเพื่อกินข้าวเช้าอย่างเป็นเวลา…
ทำให้ออกจากบ้านไปทำงานได้เช้ากว่าเมื่อก่อน (ตอนยังไม่ป่วย)
ออกเิดินทางก่อน 9 โมงเช้า อากาศยังไม่ร้อน การจราจรก็เริ่มคล่องตัว
สามารถเลือกนั่งรถเมล์ฟรีแทนการนั่งรถ Taxi ไปทำงานได้อีกต่างหาก
นอกจากได้ประโยชน์ทางตรง คือ ประหยัดเงินและได้ไปทำงานแต่เช้า
ยังเกิดประโยชน์ทางอ้อม คือ การนั่งรถเมล์เกือบ 1 ชม. ทำให้ได้อ่านหนังสือหลายหน้า

(+) กินข้าวเที่ยงตอน 12.30 อย่างสม่ำเสมออีกเช่นกัน
ออกมานั่งกินข้าวเที่ยงที่ ฺBreak-out ชั้น 25 เป็นประจำ…
การกินข้าวเที่ยงที่ตรงนี้ก็เพลินดี บางทีเงียบ บางทีคึกคัก
มีเพื่อนแวะมาคุย มาถามอาการ หรือบางวันก็มีคนซื้อข้าวกล่องมานั่งกินด้วย
โต๊ะข้่้างๆก็ยังมีเพื่อนๆอีก 2-3 กลุ่มล้อมโต๊ะกินข้าวกลางวันเงียบๆด้วยเหมือนกัน
ไม่ใช่เรื่องประเด็นสำคัญ เดี๋ยวนี้กินข้าวคนเดียวเงียบๆได้สบายมาก
ณ จุดนี้ที่นั่งกินข้าว
ยังสามารถนั่งชมวิวจากมุมสูงมองผ่านคลองตันไปจนเห็นพระประแดงอยู่ไกลๆโน้นเลยมั๊ง
หมอแนะนำหลักการกินป้องก้ันโรคกำเริบว่า…
ให้กินตรงเวลา เน้้้นอาหารจืดๆ ย่อยง่าย เคี้ยวข้าวช้าๆและไม่ควรคุยระหว่างกิน
การนั่งกินข้าวกลางวันเงียบๆคนเดียวช่วยให้ปฏิบัติตัวตามคำสั่งหมอได้เป็นอย่างดี
นั่งตักโจ๊ก หรือ ก๋วยเตี๋ยวไม่ปรุงรสใส่ปาก 1 คำ แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือไป 1 หน้า
เงยหน้าชมวิวต่อ แล้วค่อยเติมข้าวอีก 1 คำ… เคี้ยวช้าๆแบบไม่รีบร้อนเร่งรีบ
วิวทิวทัศน์นอกตึกและเรื่องราวสนุกๆจากในหนังสือช่วยให้การกินข้าวแบบจำเจไม่น่าเบื่อ
กว่าจะกินข้าวหมด….ก็อ่านหนังสือได้อีก 20-30 หน้าแบบสบายๆเชียว
อิ่มข้่่าวแล้วลงไปเดินย่อยเม็ดข้าวยัง Zone shopping ต่ออีกซักหน่อยยิ่งแจ๋วเลย

(+) กินข้าวเย็นตอน 17.30 ควรกินให้เรียบร้อยดีกว่าหอบท้อง(หิวและว่าง)กลับไปกินที่บ้าน
มื้อเย็นหมอไม่แนะนำให้กินอาหารหนักและปริมาณมาก
ส่วนใหญ่จึงกิน นมสด+ซีเรียล , โยเกิร์ต+กล้วยน้ำหว้า หรือไม่ก็โจ๊กที่แบ่งไว้จากเมื่อกลางวัน

(+) ถึงบ้านหมอแนะนำว่า…อย่านอนทันที
ตอนค่ำจึงมีเวลา 2-3 ชั่วโมงนั่งอ่านหนังสือได้อีกหลายหน้าระหว่างดูละครหลังข่าว
เปลี่ยนพฤติกรรมยามค่ำจากเคยนอนกระดิกขาดูทีวีเป็นนั่งตัวตรงอ่านหนังสือและเล่นเนทไปด้วยแทน

(+) กว่าจะนอน อาหารมื้อเย็นคงย่อยสลายเกลี้ยงท้องเรียบร้อย
นอนหลับได้แบบไม่ต้องกลัวกรด , ด่างไหลย้อนไปทางไหน
แต่มักรู้สึกท้องโหวงๆหิวเบาๆเสมอตอนประมาณสามทุ่ม…คงเพราะยังไม่ชินกับการท้องว่างก่อนนอน
จึงขอปิดท้ายของวันด้วยนมจืด Low fat 1 กล่อง
เคยอ่านเจอว่า…นมสดเป็นอาหารที่ควรละเว้นชั่วคราวขณะเป็นกรดไหลย้อน
แต่การจะให้เรางดกินนมคงเป็นเรื่องยากและลำบากทั้งกายและใจ
จึงเป็นสิ่งเดียวที่เรายังฝ่่าฝืน คือ กินนมต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนเป็นแบบไขมันต่ำแทน
หากให้เรา ‘งดนม’ คงขาดใจ
อาหารที่กินส่วนใหญ่มันย่อยหมดเร็ว สลายตัวเหลือแต่กระเพาะว่างเปล่าได้ง่าย
จึงรู้สึกหิวบ่อยขึ้น และ อยากกินอะไรบางอย่างในระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลากินข้าว
ทุกวันนี้…เหมือนประดังชีวิตระหว่างมื้ออยู่ได้ด้วยนมกล่อง
ถ้าให้เลิกกินนม…คงหิวทรมานไปทั้งวันได้เหมือนกัน
ขอทำตัวนอกระเบียบ ยังคงกินนมสดต่อไปเรื่อยๆนะ
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ เต็มใจและงดได้อย่างถาร คือ น้ำอัดลม เป็ปซี่ สเลอปี้ ตัวแสลงกับกรดไหลย้อน

(++) การปฏิบัติตัวเป็นกิน นอน ถูกลักษณะและเป็นเวลา
รวมทั้งการกินยาก่อน/หลังอาหาร และ ก่อนนอนครบถ้วนไม่เคยขาดซักเม็ด
ทำตัวเป็นคนป่วยที่(ค่อนข้่าง)ดี ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของหมออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
คงค่อยๆทำให้การปวดท้องและผลกระทบจากกรดไหลย้อนดีขึ้นเรื่อยๆ
รวมทั้งสุขภาพกายและใจย่อมดีขึ้นด้วย คงหายขาดได้ในเร็ววันอันใกล้น๊าาาา
แม้ว่า…ตอนนี้จะยังรู้สึกปวดท้อง แสบท้อง เสียดท้อง แน่นหน้าอกอยู่บ้างเป็นบางเวลา
ส่วนใหญ่มักจะเป็นตอนท้องว่าง แต่ก็ไม่เจ็บปวดต่อเนื่องเนิ่นนาน…
อาการต่างๆคงค่อยๆบรรเทาและทุเลาลงไปตามกาลละเวลา นั่นเอง!
หมอบอกแล้วว่า..คงต้องกินยาและรักษาตัวเองอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 เดือน
เฮ้อ!!!

(++) การเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันอีกอย่างหนึ่งในช่วงนี้คือ
กระโดดขึ้นเตียงโดยไม่หยิบน้องวันขึ้นไปนอนกอดด้วย
ช่วงนี้ตื่นเช้าเลยมักจะง่วงเร็วขึ้น… 5 ทุ่มก็หาว สองหาว ยันสามหาว
นอนตัวเปล่า ไม่เอาน้องวันต่อเนทท่องโลกออนไลน์บนที่นอนเหมือนเคยๆ
นั่งเขียน Dairy ให้เสร็จตั้งแต่หัวค่ำ
ขอพัก update Facebook หยุด Tweet กลางดึกดื่น
นอนเร็ว ง่วงเร็ว และ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีก… หลับง่าย หลับสนิท พักผ่อนให้เต็มที่ไว้ก่อน

(!) คงต้องใช้วงจรชีวิตแบบข้างบนนี้อีกซัก 1-2 เดือน
นอกจากดีต่อร่างกายและสุขภาพแล้ว เรายังได้อ่านหนังสือเพิ่มขึ้นวันละหลายหน้าอีกต่างหาก

(!) เดี๋ยวนี้ได้อ่านหนังสือนอกเวลา คือ ได้อ่านเพิ่มจากการอ่านก่อนนอนหลายหน้าเชียว
แม้จะอ่านเพิ่มได้วันละน้อย หลายๆวันก็อ่านได้หลายน้อย
ทำแบบนี้ทุกวันก็จะอ่านหนังสือได้อีกไม่น้อยเชียวนะ…
นอกจากหิ้วถุงยา นมกล่อง แล้วยังต้องพกหนังสือติดตัวด้วยอีกเล่ม

(!!) หากร่างกายฟื้นสภาพ หรือ ค่อยยังชั่วขึ้นก็ควรออกกำลังกายเพิ่มเติมบ้าง
อยากจะลองไปเล่นโยคะ หรือ Body Combat ก่อนกลับบ้าน
หรือไป Fitness แบบเบาๆไม่หักโหมในวันหยุดสุดสัปดาห์ให้สม่ำเสมอด้วยก็ยิ่งดี

(#) การเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีหลายๆส่วนรวมๆักันทั้งวัน
คงทำให้อาการป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และ ยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่ซึกหรอได้เป็นอย่างดี
เมื่อพักผ่อนได้เต็มที่ ดูและรักษาสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติการการดำรงชีวิตหลายๆอย่าง
หากทำได้แบบนี้อย่างสม่ำเสมอและตลอดไป
เราคงสุขภาพกายดี สภาพร่างกายดีขึ้น…เรื่อยๆตามลำดับ เย้!!!!

(##) แต่อาจทำต่อเนื่องได้ยาก…
เพราะเมื่อหายดี หรือ ผ่านไปซัำกพักใหญ่
เีี่ราคงกลับมาทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนเดิม ใช้ชีิวิตแบบไม่ดูแลรักษาตัวเองเหมือนเมื่อก่อน
นั่นแหละ
….แล้วก็จะไม่สบาย เจ็บป่วย เป็นไข้ เป็นหวัด ล้มหมอนนอนบ้านยันรพ.อีก
เมื่อถึงเวลาป่วย ก็กลับมาทำตัวดีๆ ใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อให้หายป่วยเร็วไวอีกรอบ
…เฮ้อ!!!!! เป็นวงเวียนชีวิตแบบนี้เรื่อยๆ

Advertisements