จะนั่งรถไปทำงาน…
รู้สึกมองไม่ค่อยชัดเจน ปิดตาซ้ายยังเห็นชัดเจน แต่พอปิดตาขวาภาพต่างๆเบลอชัดเจน
ขี้เกียจจะย้อนเข้าบ้ืานไปสำรวจความผิดปกติ
นั่รถไปทำงานต่อ…
วินิจฉัยเองแทนหมอตาว่า…ไม่ใช่ตาอักเสบติดเชื้อหรอก
คอนแทคเลนส์ข้างขวา คงพับแล้วหายเข้ากลีบตาไปอยู่ตรงไหนซักแห่ง!
ไปถึงที่ Office แล้วค่อยดำเินินการสำรวจ และ จัดคอนแทรคเลนส์ให้เข้าที่เข้าทาง
อาการแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจน…รู้ทันกัน

การจะใช้นิ้วมือ ณ ขณะนั้นสำรวจคอนแทรคเลนส์
หรือจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้เรียบร้อย แล้วเดินทางต่อ
น่าจะอัตรายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
การเดินทางต่อไปแบบค่อยๆประคับประคองตัวเองให้ไปถึงออฟฟิศก่อนน่าจะดีที่สุด

แม้จะรู้ว่าการเดินทางต่อไปโดยไม่ทำอะไรให้ดีขึ้น
จะทำให้เกิดอาการเวียนหัวจากมุมมองที่ชัดไม่เท่ากัน
ตาหนึ่งชัด ตาหนึ่งเบลอ ภาพที่ปรากฏจึงไม่สมบูรณ์
วิธีผ่อนหนักเป็นเบาระหว่างการเดินทาง
คือ ใช้การหลับตา ไม่ต้องมอง ไม่ต้องเห็นสิ่งใดจะไม่ไม่เวียนหัว

ประคับประคองตัวและตาจนถึงทีทำงาน…ด้วยสภาพเอนเอียง
ระบบการมองเห็นยังพอใช้การได้
แต่ระบบประสาทเริ่มเวียนเฮด ปวดเกรงระหว่างหัวคิ้ว เริ่มจะตึงๆมึนๆ
จึงรีบเข้าห้องน้ำหญิง ชะโงกหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่
เกลือกกลั้วตา ควานหาคอนแทรคเลนส์ที่หายสาบสูญอย่างขะมักเขม้น
ทั้งแหกตาล่าง ทั้งปลิ้นหนังตาบน จับๆดันๆให้มันโผล่ออกมาเหมือนที่เคยๆทำ

ใช้เวลาพอสมควรยังไม่มีความคืบหน้า สิ่งที่ตามหาและนำมาซึ่งความทรมานยังไม่อวดโฉม
เริ่มน้ำตาคลอ และตาแดงจากการดำเนินการสืบหาสิ่งที่คิดว่าซ่อนอยู่นานพอควร
ลองพยายามช้าๆและระมัดระวังกับหนังตาบนและร่างอีกครั้ง…
ก็ยังไม่ดีขึ้น
ก่อนจะสรุปเองว่า… คอนแทรคเลนส์ไม่อยู่แล้ว
มันคงหลุดหายไปเรียบร้อย!!!!

เมื่อได้คำตอบกับตัวเองชัดเจน …
การแก้ปัญหาการเวียนหัว มองเห็นพื้นไม่เท่ากันนั้น
คือ ต้องหยิบเอาคอนแทรคเลนส์ข้างซ้ายทิ้งถังขยะไปเสียด้วย
…มองไม่เห็นเท่ากันทั้งสองข้าง
จะทำให้การดำเินินชีิวิตในวันนี้ได้ดีกว่าชัดข้างเบลอข้าง!!!

เมื่อมองไม่มีคอนแทรคเลนส์เป็นตัวช่วยสองข้าง…
ย่อมเกิดอุปสรรคต่อการมองเห็นในระยะไกลและระยะใกล้ไม่มาก ต่อ คนสายตาสั้น -350
แว่นตาสำรองก็ไม่ได้พกติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน
ต้องไปพึ่งพาพี่ณา นำทาง และ คอยมองคนที่เดินผ่าน หรือ อยู่ใกล้ๆ
เกรงคนที่ยิ้มให้ หรือ มองมาจะเข้าใจเราผิด… คิดว่าเราเป็นสาวมั่น หยิ่ง ไม่แคร์ใครเอาได้

วันนี้ยังต้องทำงานแบบใกล้ชิดติดจอ…ชะโงกหน้าจนหน้าเข้าใกล้สิ่งที่ต้องการเห็นที่สุด
แถมยังมีประชุมตอนบ่าย ที่ต้องมอง Presentation บนฉากอีก
การมองเห็นอย่างจำกัด ต้องลุกขึ้นไปอ่านใกล้ๆฉากบ่อยๆ
แต่ก็ประกาศบอกเพื่อนๆในห้องประชุมให้ทราบอาการเรียบร้อย
หลายคนเป็นห่วง และ ล้อ ฮาเฮกันหอมปากหอมคอ

การทำงานด้วยการเพ่ง และ เกร็งประสาทตาเกือบทั้งวัน
เริ่มรู้สึกเวียนหัว มึนๆสมอง จนทนไม่ไหว
ออกอาการหน้ามืด ตามัว จะอ๊วกแล้ว
ขอยุติ การต้องจ้องเพื่อให้เห็นอะไรชัดๆ ขอหยุดงาน ปิดคอมพ์ตอนสี่โมงครึ่ง!!!!

พี่ณาใจดี…กุลีกุจอโทรไปสั่งซื้อ Soft Lens ให้ด้วยความเป็นห่วง
แต่เกิดอุปสรรค ทำให้ Massenger มาส่งของให้ได้หลังหกโมงเย็น
ช่างช้าเกินจะรอ!!!… ไปแล้ว
เราก็ไม่คิดจะเร่ง ยอมให้เค้ามาส่งขอวันรุ่งขึ้นก็ได้
อยู่แบบเห็นไม่ชัดมาเกือบทั้งวันแล้ว… รอต่อไปได้ไม่เป็นปัญหา

Advertisements