พี่ประพนธ์ เพื่อนใน Facebook Post ข้อความใน wall บอกต่อมาด้วยข้อความว่า :-

บอกบุญต่อ “ร่วมบุญกับผองเพื่อนเภสัชกร… รับบริจาคหนังสือเก่า-ใหม่ เพื่อนำไปมอบต่อ โรงเรียนห่างไกล”
ร่วมบุญโดยส่งหนังสือและสิ่งบริจาคได้ที่ “มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้” ในสันนิบาตสหกรณ์ฯ อาคาร นมส.3 ชั้น 2 ห้อง 201 เขที่ 13 ถ.พิชัย เขตดุสิต กทม. 10300 โทร 022448293 หรือแวะฝากให้น้าเปิ้ลที่สโมสรเห็ดหรรษาฯ ก็ได้ค่ะ หรือถ้ามีจำนวนมาก ช่วยแจ้งไปทางอีเมล์ BBL4kid@gmail.com อาจารย์เภสัชกรที่ประสานการรับบริจาค อาจประสานไปรับค่ะ
อนุโมทนาบุญด้วยกับทุกคนนะคะ

คิดได้ว่า….เรานอนมองชั้นหนังสือตรงหน้าทุกค่ำคืน
มีหนังสือมากมายพอจะแบ่งปันเพื่อนคนอื่ีนๆได้บ้างเหมือนกันนะ
รีบกุลีกุจอ ส่งข้อความ reply ไป แล้วลุกจากที่นอนไปค้นหนังสือนำไปมอบให้โดยทันใด

แต่พอไปถึงกองหนังสือ….มีหนังสืออยู่บนชั้นที่เปิดโล่งไ่ม่มีประตูกันฝุ่น
หยิบหนังสือบางเล่มออกมาพิจารณา ว่า เหมาะสมกับการนำไปมอบให้ผู้อื่นต่อหรือไม่่
กับพบว่า…หนังสือหลายเล่มมีฝุ่นเกาะสันหนังสือด้านบนเต็มไปหมด
มันคงเป็นหนังสือที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายตัวจากที่ของมันมานานวัน

การจัดวางหนังสือแบบเป็นตั้งๆเรียงแถวกันเหมือนในห้องสมุด
ไว้บนชั้นวางหนังสือที่ไม่ได้มีประตูหรือกระจกกันฝุ่น
รวมทั้งเจ้าของหนังสือและชั้นเองก็ไ่ม่ได้ผ่านการทำความสะอาด
ไม่ได้ให้เวลาปัดไล่ฝุ่นออกไปแต่อย่างใด
ฝุ่นหนาแน่นจึงไปเกาะ จับจองอยู่บนสันหนังสือด้า้นบนอย่างสบายใจมาเนิ่นนาน

จากความตั้งใจเลือกหนังสือ…
เปลี่ยนมาเป็นตั้งใจทำความสะอาดหนังสือในทันใดแทน
น้ำตาแทบไหล เวลามองเห็นหนังสือที่รักๆเหล่านั้น เปรอะเปื้อน มีมลทิล
เมื่อเอากระดาษทิชชู่เช็ด สะบัดไล่ฝุ่นออกไป
บางเล่มฝุ่นก็หลุดไปโดยง่า่ย สันบนหนังสือกับมาขาวเรียบเช่นเคย
แต่บางเล่มที่เนื้อกระดาษแตกต่างกัน
แม้ฝุ่นหลุดไปแล้วแต่มันยังทิ้งคราบสกปรก
บางเล่มเหมือนเป็นจุดๆดำๆกระจายๆ บางเล่มคล้่ายสนิมหนังสือเกาะไปทั่้ว
บางเล่มก็ยังทิ้งคราบฝุ่นไว้จนกระดาษขาวกลายเป็นสีหมองๆ
เช็คยังไงก็เอาไม่ออก…

เศร้า!!!!!

กระดาษเหลืองเพราะเก็บไว้นาน อันนี้พอทำใจได้
… มันคือการเปลี่ยนแปลงตามสภาพ ดูขลัง น่าเก็บ น่าสะสมทะนุถนอม
แต่หนังสือสภาพแย่เพราะการปล่อยให้ฝุ่นเกาะทำลายกระดาษ
…รับไม่ไหว

เสียดาย!!!!
เสียใจ!!!!!

ค่อยๆหยิบหนังสือมาเช็คฝุ่นออกทีละเล่มอย่างช้าๆ ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ
เริ่มสังเกตุได้ว่า หนังสือจะมีฝุ่นเกาะที่หน้าปกด้วย
แต่เราห่อหุ้มหนังด้วยปกพลาสติกเกือบทุกเล่ม
การเช็ดถูกจึงง่ายและหนังสือบริเวณปกไม่เสียหาย แค่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดถูออก
มันไม่โดนฝุ่นทำร้ายความรู้สึกเหมือนสันหนังสือด้านบน

เรามัวแต่ทะนุถนอมหน้าปกและรูปเล่มหนังสือ ห่อปกกันน้ำ กันเปื้อน กันยับอย่างดี
แต่ดันลืมเอาใจใส่สันหนังสือด้านบนที่ไม่สามารถห่อปกเสียนี่

เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้…. จึงรื้อหนังสือแนวตั้งออกมาทำความสะอาดทั้งหมด
แล้วจัดชั้นวางหนังสือใหม่ให้เป็นแบบนอนแทน
ฝุ่นสามารถเกาะตามหน้าปกที่หุ้มป้องกันไว้
….แต่หนังสือจะไม่เสียหาย
ใช้วิธีนี้เรียงหนังสือแบบนี้….การรักษาและทำความสะอาดก็ง่ายขึ้น
แม้จะไม่สวยเหมือนในร้านขายหนังสือ
ไม่เป้นระเบียบเหมือนในห้องสมุด
แต่เพื่อความปลอดภัย เพื่อความสวยงาม สะอาด เจริญหูเจริญตา
และได้เห็นหนังสือดีดี อยู่ในสภาพดีดีไปอีกนานแสนนานตกทอดต่อไปยังลูกหลาน
คงต้องจัดวางไปตามนี้

จะทำการรักษาสภาพหนังสือ…ไม่ให้ฝุ่นไต่ไรตอมปลวกแทะ
ด้วยการซื้อชั้นวางหนังสือพร้อมประตูปิดกันฝุ่นมิดชิด ก็จะแพงเกินไป
เมื่อไม่อยากลงทุน ก็ต้องออกแรงกันนิดหน่อย
แต่ก็เป็นความสุขในวันหยุดเช้าๆเหมือนกันนะ….

แม้การวางเป็นตั้งๆซ้อนกันนั้น จะทำให้หนังสือปิดบังหนังสือเล่มข้างหลังกันเอง
ก็คงไม่เป็นอุปสรรคต่อการจะหาหรือจะหยิบหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งออกมาเชยชม
ออกมาอ่านซ้ำหรือนำไปใ้ห้ใครอ่านบ้าง
เพราะเราค่อนข้างมั่นใจว่า จำหนังสือทีมีได้หมด
แม้จะรักไม่เท่ากัน แต่ทุกเล่มเคยผ่านตา สัมผัสกันบ้างมาน้อยบ้าง
ไม่ว่าจะถูกจัดไปไว้ตำแหน่งใด จะหน้าสุดหรือมุมหลังสุด..
เราก็จะมั่นเข้าไปหาไม่ให้เหงาหงอย

แม้ต้องใช้เวลาในการหาหนังสือเพิ่มขึ้น… และมีความไม่ง่ายต่อการหยิบจับ
การเรียงหนังสือแบบนี้ก็ยังดีกว่าหนังสือเรียงตั้่งเป็นแถวๆแล้วถูกฝุ่นทำลายกระดาษห

การจัดวางหนังสือรูปแบบใหม่
อาจทำให้หนังสือที่วางต้อยต่ำรอชั้นวางหนัังสือใหม่อยู่ที่พื้นห้อง..
มีโอากาสหาพื้นที่ได้ขึ้นไปชูหน้าอยู่บนชั้นอย่างเท่าเทียมกันได้อีก

เมื่อทำความสะอาดหนังสือ จัดหนังสือเล่มขนาดเท่าๆกันไว้ในตั้งเดียวกัน
แต่ยังไม่มีเวลาถึงกับแบ่งแยกหนังสือเป็นหมวดหมู่
แบ่งตามประเภท แบ่งตามผู้เขียนหรอกนะ
แค่จัดวางตามความเหมาะสม สวยงาม และ ความพอใจส่วนตัวไปเรื่อยเท่านั้น

เมื่อจัดหนังสือไปได้เกินกว่าครึ่ง
เริ่มรู้สึกว่า…ถ้าเอาหน้งสือเป็นร้อยกว่าเล่มขึ้นไปวางสวยงามเรียบร้อยแน่นชั้นทั้งหมดนั้น
น้ำหนักคงหนักมาก… ‘ชั้นรับไม่ไหวแน่’
อีกไม่นาน..’ชั้นต้องแตกหักแน่ๆ’
เลยต้องกระจายน้ำหนักหนังสือไปหลายๆส่วน
หนังสือบางเล่มที่น้ำหนักมาก จำต้องลดฐานะลงไปเรียงตัวอยู่ที่พื้นเหมือนเดิม

คงต้องถึงเวลา…ที่จะต้องซื้อชั้นวางหนังสืออันใหม่อีกซักอันเสียแล้ว

มาดู BEFORE & AFTER ของชั้น

ในระหว่างการทำความสะอาดหนังสือ และ จัดวางใ้้ห้เข้าที่เข้าทาง
เปิดโอกาาสให้เราสำรวจคลังหนังสือน้อยๆของเราอีกด้วย
มีหลายเล่มโปรดที่ขอวางไว้ด้่านหน้าโชว์สื่อหน่อย
เล่มที่โดนวางไว้หลังสุดไม่ต้องน้อยใจ… ‘เรายังจำได้ว่ามีเธออยู่เสมอ’
ได้พบเจอบางเล่มชอบมาก บางเล่มอ่านไม่จบก็มี
บางเล่มไม่ได้เห็นหน้ากันมาตั้งนาน บางเล่มเกือบลืมไปแล้วว่ามี
หยิบบางเล่มออกมาแล้วต้องแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่….

เปิดอ่านผ่านๆรำลึกถึงเรื่องราวในหนังสือ
รวมทั้งย้อนอดีตที่มากว่าจะซื้อเล่มนี้ เล่มนั้นซื้อที่ไหน
เล่มไหนใครให้มา ซื้อตามใคร ผู้ใดแนะนำ ชื่นชมลายเซ็นต์นักเขียนจากปกใน
แม้จะเหนื่อยกับฝุ่นและการยกหนังสือขึ้นๆลงบ้าง
…แต่ก็เพลินและแฮปปี้ดีนะ Look Like Read

หนังสือให้อะไรมากกว่าการอ่าน และให้มากกว่าที่คุณคิดจริงๆนะ

ก่อนจะซื้อหนังสือต้องชอบและอยากได้หนังสือเล่มนั้นๆ
บางเล่มมีคนซื้อให้ในโอกาสสำคัญหรือพิเศษ
หลายเล่มอ่านแล้วชอบมากขึ้น บางเล่มอ่านแล้วไ่ม่ชอบ บางเล่มอ่านได้ไม่จบ
เล่มนั้นอ่านแล้วผิดหวัง เล่มนี้สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ อีกเล่มอ่านซ้ำๆไม่รู้กี่รอบ
บางเล่มแม่งอ่านแล้วอยากจะโยนทิ้งต่างๆนานาอารมณ์และหลายระดับ rating

การจะมอบหนังสือเล่มโปรด
เล่มหายากที่สะสมมาตั้งแต่พิมพ์ครั้งที่ 1 หรือ หน้าปกดั้งเดิมนั้น
คงทำใจไม่ได้ และ ทำไม่ได้

แต่จะมอบหนังสือที่เราอ่านแล้ว(ยัง)ไม่ชอบ หรือ หนังสือที่ไม่สนุก… ส่งต่อไป
คงไม่ดี และ ไ่ม่ควร
เราอ่านเองยังไม่ปลื้ม คนอื่นที่อ่านต่อคงคิดไม่ต่างกันหรอก
หากจะส่งต่อหนังสือซักเล่มสองเล่ม
น่าจะมอบต่อเฉพาะเล่มที่ดีๆ เล่มที่มีประโยชน์อ่านสนุกประทับใจ
ควรให้เล่มที่เราชอบๆไปให้คนอื่นได้มีโอากาสอ่าน และมีโอกาสชอบเหมือนเช่นกับเรา

แต่อย่างที่บอก!!!
…จะทำได้ยังงัย
ก็มันทั้งหวง และ อยากให้

แล้วจะเอาหนังสือเล่มไหน…ไปบริจาคต่อ???

Advertisements