ตอนเช้าไปโรงพยาบาลเปาโล ไปขอประวัติรักษาโรคกรดไหลย้อนและฟิล์มส่องกล้อง
จะเอาไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
ก่อนจะออกจากบ้านก็โทรไปที่แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ
แจ้งชื่อและความประสงค์อย่างชัดเจน ทางพยาบาลที่รับสายบอกว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ให้มาติดต่อที่ประชาสัมพันธ์แล้วรับเอกสารที่แผนกเวชทะเบียนตามลำดับ

แวะกินก๋วยเตี๋ยวไก่ปากซอย… เดินไปถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาเล็กน้อย
แต่พอแจ้งกับประชาสัมพันธ์เรื่องการขอสำเนาประวัติการรักษา
ได้รับการยืนยันว่า การขอประวัติออกนอกโรงพยาบาลต้องใช้เวลา “3 วัน”
โชคดีที่ก่อนจะมาที่นี่ได้โทรคุยกับทางแผนกโดยตรงไว้ก่อน
เลยใช้เป็นข้ออ้างได้…. ตอนแรกทางรพ.ก็จะไม่ยอมทำให้ก่อนอ้างแต่กฏระเบียบ
เราก็ไม่ขอยอมง่ายๆเหมือนกัน ยืนยันอยากได้ประวัติภายในวันนี้
ช่วงนีเริ่มอาการไม่คอ่ยดีมาเกือบ 2 อาทิตย์ และ จะไปเชียงใหม่ปลายสัปดาห์อีก
เลยอยากจะรีบไปหาหมอคนใหม่ที่ รพ . กรุงเทพ (หมอคนเดียวกับหญิง)
ในที่สุดทางรพ.ก็ยอมสำเนาประวัติและฟิล์มให้ตามคำยืนยันของเรา
ไม่รู้ว่า… เจ้าหน้าที่ทีรับโทรศัพท์จะโดนทำโทษหรือตำหนิหรือเปล่สา
แต่หากเราไม่โทรไปก่อน…คงอดได้เหมือนกัน

แอบเหน็บไปเล็กๆนะว่า “หากเราป่วยหนัก จะให้รอ 3 วันเหรอเปล่าคะ”
รอ ครึ่งชั่วโมง จ่ายเงินค่าบริการ 100 บาท ได้รับเอกสารที่ต้องการ
แต่ขอชมเจ้าหน้าที่ที่จัดเตรียมเอกสารพูดจาเพราะ และ ให้บริการดีมาก
ไม่งั้นเราอาจจะปรี๊ดแล้วก็ได้

บ่ายสามโมงครึ่ง ไปหาหมอพนิดา ที่รพ.กรุงเทพ เป็นหมอคนเดียวที่รักษากรดไหลย้อนให้หญิง
ลองเปลี่ยนหมอบ้าง เพราะหญิงไปรักษากินยาไม่ถึง 2 อาทิตย์อาการดีขึ้นมากมาย
เรารักษามาเกือบ 2 เดือน ทำตัวดี กินอาหารตรงเวลา กินยาตามสั่งครบถ้วน
แต่อาการยังไม่ทุเลานัก โดยเฉพาะ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ชอบมีอาการ ‘ของขึ้น’ ‘ร้อนตัว’ ตอนเช้าหลังตื่นนอน กับตอนบ่ายๆก่อนมื้อเย็น

เอาประวัติการรักษาและฟิล์มส่องกล้องให้หมอดู
หมอบอกว่า “หูรูดปากกระเพาเปิดขนาดเกือบเท่านิ้วก้อย” หมอบอกว่าจะไม่ส่องกล้องใหม่
จะปรับยาให้เป็นยานอกทั้งชุด อีก 1 อาทิตย์มาเช็คอาการอีกที
เรื่องกรดไหลย้อนน่าจะดีขึ้น
ถ้าโรคกระเพาะยังไม่ดีขึ้น อาจขอตรวจเชื้อแบคทีเรียที่แผลอีกรอบ
คราวนี้เสียส่วนต่างไปเกือบ 600 บาท … ค่ายาแพงมาก
โดยเฉพาะค่าหมอ โดนไป 600 สงสัยคุย ถาม สงสัยเยอะไปหน่อย….

เที่ยงตรงมาถึงที่ทำงาน ยังไม่ได้ทำงานซักชิ้นก็ออกไปกินข้าว Oishi Expressกับ Team Project
อาหารญี่ปุ่นของโปรด แต่กินได้ไม่มากนัก ไม่เจิรญอาหารและรายการอาหารก็น้อยนัก
กว่าจะกลับมาที่ Office เกือย 14.30 …
ขนาดกินได้ไม่ค่อยมาก และไม่ชอบใจอาหารนักยังกินจนอิ่มทำงานไม่ไหว
ต้องแอบนั่งอู้พักใหญ่

บ่าย 3 โมงครึ่งไปหาหมอโรงพยาบาลกรุงเทพฯ กลับมา 17.30
18.00 จองห้องประชุมเปิดทีวีดูวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย ระหว่างไทย-ไต้หวัน
แจงเอาเสาอากาศอันเล็กมาจากบ้าน เราไปแบบขโมยเสาจานดาวเทียวของเจ้มากช่วยด้วย
ก็ยังปรับภาพให้ชัดเจนไม่ได้ ทนดูภาพยึกๆ เบลอๆ สีเพี้ยน แต่เชียงพากย์ชัดเจนไปจนจบเชตแรก
ก่อนวิ่งหน้าตั้งลงไปดูจอแบนชัดแจ๋วที่ร้านสมจิตรแทน

พี่ณา แจง Minty สั่งข้าวหมูย่างน้ำพริกเผา และผัดไทยกินตามมารยาท
กอ่นเชียร์วอลเลย์บอลเสียงดังลั่นร้าน… ชนะไป 3 :0

วันนี้แทบไม่ได้ทำงาน… “ส่งไปลาป่าวย” เลยแล้วกัน

มีไอ้เด็กนรกมาถ่ายรูปเอาไปประจานอีก อุตสาห์ไปแอบเปิดห้องประชุมดูแล้วนะ

Advertisements