เช้านี้..ไปสวดมนต์วันพระที่วัดชลประทาน

สายๆ…ติดสอยห้อยตามไปทำธุระแถวสนามบินน้ำ ก่อนแวะกินข้าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ร้าน “บ้านระเบียงน้ำ” ร้านนี้เพิ่งเปิดบริการเมื่อต้นเดือนทีผ่านมานี้เอง เนื่องจากโดนน้ำท่วมปิดยาวไปเกือบ 2 เดือน.. อากาศเย็น สดชื่นจริงๆ ลมพัดเย็นมาก เหมือนจะหลับคาโต๊ะกินข้าวให้ได้

เย็นๆ… แผนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนอารมณ์เริ่มแปรปรวนทำตัวและทำใจไม่ถูก สุดท้ายก็ได้ไปดูละครเวที ‘สี่แผ่นดิน’ ด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก และ ความรู้สึกที่ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทั้งดีใจที่ได้ดู และ ซึมๆนิด เหมือนรู้สึกผิดหวัง กับวันนี้ัที่รอคอยมานาน น่าจะได้ไปดูแบบสนุกสนานและร่าเริงกว่านี้นะ.. วันนี้ดูแบบไม่มีกะจิตกะใจ ยังไงไม่รู้ เลยทำให้ละครไม่ค่อยสนุก หรือ ละครมันไม่สนุก จนทำให้เราซึมก็ไม่รู้นะ

ละครเวที’สี่แผ่นดิน’ มันเป็นเรื่องราวที่มีเนื้อหามาก การนำมาทำเป็นละครเวทีความยาวแค่ 3 ชั่วโมงครึ่ง ย่อมจำต้องตัดตอนสำคัญๆออกไปเป็นอย่างมาก และละครวันนี้เหมือนมีดาราเดอะดาวมากไปหมด จึงต้องกระจายความเด่นไปให้ทั่วถึง เหมือนทั้งเรื่องไม่ค่อยมีตอนพีคสุดๆ หรือตอนที่นักแสดงได้แสดงอารมณ์สุดเหวี่ยง ภาพรวมมันเลยไม่กระชากอารมณ์เท่าใดนัก แต่ดูๆไปก็แอบน้ำตาไหลตาม คิดถึงแม่และรักในหลวงของเรา

รู้สึกว่า ละครเวทีจะเน้นเริ่องการรักชาติ รักพระมหากษัตริย์มากและตลอดทั้งเรื่อง ไม่รู้ว่า ตอนเป็นละครทีวีแบบยาวเป็นอย่างนี้หรือเปล่านะ

โชคดีที่ที่นั่งวันนี้่อยู่ตรงกลางเวทีเป๊ะ เหมือนได้จ้องตากับสินจัย หรือ กันตลอดเวลา แม้ที่นั่งจะค่อนมาทางข้างหลัง แต่ก็ตรงกลางเวที ถือเป็นโลเกชั้นทีดีสำหรับการดูละครเวทีไม่น้อยเชียว แม้จะมีลมแอร์พัดวูบมาให้หนาวๆเป็นพักๆก็ตามนะ

แต่ถ้าเรื่องของความอลังการ การร้องเพลงก็โอเคนะ แม้นักแสดงส่วนใหญ่จะไม่เชีี่ยวนัก ไม่ว่าจะ ตูมตาม สิงโต หรือ กัน The Star จะว่าสนุกก็พอได้ แต่มันไม่ค่อยตื่นเต้น หรือ ประทับทรวงเท่าเรื่องอื่นนัก ไม่รู้ทำไมซี (ความเห็นส่วนตัว)… หรือตอนที่ดูอารมณ์ยังไม่ปกติ จิตใจยังซึมและจิตตกติดค้างอยู่ก็ไม่รู้

อยากจะขอโทษคนที่ไปดูด้วยกัน… หากทำพฤติกรรมที่ไม่ดีและทำให้เสียอารมณ์ ทั้งก่อนดู ระหว่างดู และหลังดูละคร