นั่งเรือ ไปกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือตรงข้ามเดอะมอลล์ บางกะปิด้วยความไม่ตั้งใจ
บังเอิญเสมือนพร้องกันโดยไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้า

20120702-212530.jpg

อยากจะไปโอนเงิน…ขี้เกียจนั่งรถเมล์ขึ้นมากระทันหัน
ตัดสินใจชั่วพริบตาเดียวแบบไม่ต้องลังเลหรือคิดซ้ำซ้อน
เดินย้อนจากสะพานลอยมุ่งไปท่าเรือหลังตึกอย่างแน่วแน่

ไปต่อแถวโอนเงิน BBL เรียบร้อย โดยต่อแถวคอยขาแข็ชเกือบ 30 นาที
ระหว่างเดินไปหลังห้างน้อมจิตต์ เพื่อหารถเมล์กลับบ้าน
เดินผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวเรือของแท้ ชามเล็กชามน้อย ร้านไม่แนวไม่หรู และพนักงานบ้านๆ มอมแมมไม่เน้นบริการ
โต๊ะต่อยาวนั่งเรียงแถวไม่แบ่งแยกพวกฉันพวกเธอ
ระบบการนั่งแบบนี้เกือบระบุไม่ได้ว่าใครมากับใคร
คนฉายเดี่ยวสามารถนั่งกินได้โดยไม่โดดเดี่ยวและเป็นที่สังเกตุความลำพังได้ลำบาก

เป็นร้านประจำที่ไม่ได้แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือต่อชามเสียเนิ่นนาน
หาที่ว่างสั่งเล็กหมูรวมธรรมดาไม่ผัก 2 ชามอย่างไม่ลังเล
กินเพราะความอยากขนานแท้…เพราะก่อนหน้านี้มิได้รู้สึกถึงความหิว
หรืออยู่ในสภาวะอยากหาอะไรสอดใส่ท้องสักนิดเดียว

ชามแรกกินอย่างรวดเร็ว…คงเพราะห่างเหินรสชาติออริจินอลแบบนี้มานาน
ร้านนี้ปรุงมาให้แบบเข้มข้น เปรี้วเผ็ดครบสามรส น้ำตกข้นๆแบบขลุกขลิกๆ
บางคนกินได้เลย ส่วนเราไม่ชอบอ่อนหวาน ต้องเติมน้ำตาลกระจายไปทั่วๆซัก 1/4 ช้อนเล็ก

20120702-212537.jpgพอต่อชามที่ 2 เริ่มสาวเส้นช้าลง เงยหน้าขึ้นจากชามใบน้อยปากบิ่นๆตรงหน้าได้บ้าง
เริ่มสำรวจบรรยากาศรอบตัว และแอบมองคนรอบๆโต๊ะบ้าง
ระหว่างปล่อยใจลอยๆขณะคีบกินเส้นใส่ปากแบบเหงาๆคนเดียว
ใจเริ่มโปร่งและเข้าสมาธิแบบขณิกะกระทันหัน
กับมาสำรวจกาย ใจ และฉุกคิดได้ว่า…
เราเพิ่งขึ้นจากเรือ แล้ว มากินก๋วยเตี๋ยวเรือต่ออีกแบบไม่ได้ตั้งใจให้สอดคล้องกัน

…บังเอิญ เรือ และ เรือต่อเนื่องกัน…

พอท้องตึง ความช่วงเพิ่มเป็นสองเท่าตามทฤษฎี
จากที่ง่วงสะสมแบบไม่ลดน้อยถอยลงมาทั้งวัน กลายเป็นโคตะระอะภิง่วง

วันจันทร์มักเป็นวันที่ยุ่งสาดๆเสมอ ยังไม่สามารถลืมหรือบรรเทาความง่วงไปแม้แต่น้อย
เมื่อคืนบอลยูโรนัดชิงทำให้เข้านอนตอนตี 4
ผลการแข่งขันแบบคาดไม่ถึง สร้างความสะเทือนใจและหักห้ามความเศร้าไม่ได้ง่ายๆ
นอนหงายตาค้าง ข่มตาหลับไม่ลงจนเกือบตี 5

นอนไม่อยากหลับ เช้าไม่อยากตื่นแต่ก็ต้องลุก
หอบความง่วงและอยากนอนมาที่ทำงานอีกแล้ว
เมืองเช้าต้องขอตัวช่วยเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลตั้งแต่เอาก้นแตะเก้าอี้
ถ้าไม่พึ่งกาแฟแต่เนิ่นๆ…อาจประคองสติและต่อสู้กับความง่วงจนครบวันไม่สำเร็จ

ทำงานแบบยุ่งมากและง่วงมากตลอดทั้งวัน….

รีบกลับบ้าน นอนเติมพลังให้เร็วที่สุด
หมดเทศกาลบอลรอบดึก สะสมภาวะการนอนน้อยและพักผ่อนไม่เพียงพอมาเกือบ 1 เดือน
ขนาดด์บ้าง หลับบ้างสลับกันยังเข้าโหมดอดหลับอดนอนอย่างออกนอกหน้าแทบทุกวัน

คืนนี้จะเริ่มชาร์จแบตและซ่อมแซมร่างกายภายในและภายนอกที่สึกกร่อนหย่อนสมรรถภาพให้เต็มที่เสียที

แก่แล้วจริงๆ… ฟื้นฟูร่างกายได้ยากกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด

ตอนขึ้นรถเมล์สาย 95 กลับบ้าน รถว่างมาพร้อมที่นั่งริมหน้าต่าง
เกือบ 2 ทุ่มการจราจรเริ่มคล่องตัว การระบายอากาศและหมุนเวีไนของลมเย็นจึงเกิดทันทีแาละต่อเนื่องตลอดการเดินทาง

เริ่มต้นไม่ทันไร…
เราก็พิงเบาะหลับไปแบบอัตโนมัติ เป็นงีบแรกที่รอคอยของวันนี้
แม้จะได้นอนเพียง 15-20 นาที ก็โอเคมากๆ

อยากจะนอนไวไวและนอนชดเชยให้มากที่สุด
ขณะนี้เกือบ 5 ทุ่ม ยังนอนเขียนบันทึกประจำวันนี้เหมือนเดิม
ไม่ยอมหยุดจิ้ม เลิกเล่าเรื่องราวรายวันไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้

ตอนแรก…คิดว่าเปิดไดอารี่วันนี้เป็นฉบับร่าง แบบย่อส่วน แล้วค่อยขยายต่อเติมเอาในภายหลัง
แต่ยิ่งเขียนยิ่งยาวหยุดไม่อยู่ อารมณ์ขี้เล่าบรรเจิด เขียนแล้วเขียนเล่าจนจบครบถ้วน

ในที่สุด…นอนได้น้อยกว่าที่ตั้งใจไว้จนได้
พรุ่งนี้ต้องหอบความง่วงไปทำงานอีกมั๊ง!?!?!?